<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Ray Dalio เตือน! หาก CBDC มาเมื่อไหร่ โลกการเงินจะ ‘ไม่เหลือความเป็นส่วนตัว’ อีกต่อไป

สรุปข่าว
  • Ray Dalio มองว่า CBDC จะทำให้ความเป็นส่วนตัวหายไป
  • รัฐบาลจะสามารถเข้าควบคุมเงินของประชาชนได้ทุกที่ทุกเวลา
  • หลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้มีแผนที่จะสร้าง CBDC ขึ้นมาจริงๆ

แนวโน้มผลกระทบ : Bearish

Ray Dalio นักลงทุนระดับตำนาน ออกโรงเตือนว่าการมาถึงของ สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC)  จะนำไปสู่จุดจบของ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ทางการเงินอย่างสมบูรณ์ โดยเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ให้อำนาจรัฐบาลในการควบคุมประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หักภาษีจากบัญชีโดยตรง อายัดทรัพย์สิน หรือแม้แต่ตัดท่อน้ำเลี้ยงศัตรูทางการเมืองได้ทันที แม้ CBDC จะมีความสะดวกคล้ายกองทุนตลาดเงิน แต่เขามองว่าความเสี่ยงจากการถูกสอดส่องนั้นรุนแรงกว่ามาก

Ray Dalio นักลงทุนชื่อดังได้ออกคำเตือนล่าสุดว่าการมาถึงของ CBDCs หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของรัฐ จะเข้ามาทำลาย ‘ความเป็นส่วนตัว’ ในโลกการเงิน และทำให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษี,อายัดเงิน ไปจนถึงกำจัดศัตรูทางการเมืองได้โดยง่าย

Dalio มองว่า CBDC จะมาอย่างแน่นอนในอนาคต โดยถึงแม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่สิ่งที่น่าจับตาคือการที่รัฐบาลสามารถควบคุมเงินของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับประโยชน์ของ CBDC ตัว Dalio มองว่าเงินรูปแบบใหม่นี้จะเข้ามาทำให้การทำธุรกรรมสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเขาเปรียบเทียบว่ามันมีฟังก์ชันการทำงานคล้ายกับ กองทุนรวมตลาดเงิน อีกทั้งยังสามารถใช้งานในการสกัดกั้นธุรกรรมผิดกฎหมายได้อีกด้วย

ส่วนข้อเสียของ CBDCs เขามองว่า น่าจะยังไม่มีการให้ดอกเบี้ย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่ควรจะถือครองไว้ในกระเป๋า เพราะคุณจะต้องเผชิญกับการเสื่อมค่าของเงิน แต่ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าคือเรื่องการสอดส่องของรัฐบาล 

“ต่อจากนี้ความเป็นส่วนตัวจะไม่มีอีกต่อไป” และมันเป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับรัฐบาลในการควบคุม Dalio กล่าว

การตรวจสอบทุกฝีก้าว

หนึ่งในประเด็นที่ Dalio กังวลเป็นอย่างมาก สำหรับ CBDC คือ การที่รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีคุณได้โดยตรง นำเงินของคุณออกไปดื้อๆ และจำกัดการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ

ปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถือครองสกุลเงินนั้นๆ ในต่างประเทศ เนื่องจากรัฐบาลสามารถอายัดเงินของพลเมืองจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตรได้ทันที มิหนำซ้ำคุณอาจถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึง CBDC หากคุณกลายเป็นบุคคลที่ไม่เป็นที่พึงปรารถนาทางการเมือง

สำหรับความตึงเครียดเรื่อง CBDC ในสหรัฐฯ ถือว่าผ่อนคลายลงไปบ้าง หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าเขาไม่สนับสนุนโมเดลนี้ และจะเบนเข็มไปโฟกัสที่ตลาด Stablecoin  

ทว่าในมุมอื่นของโลก เทรนด์นี้ยังร้อนแรงต่อเนื่อง นำทีมโดยยักษ์ใหญ่อย่าง จีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ที่ยังคงเดินหน้าเต็มสูบ โดยปัจจุบันมีประเทศที่เริ่มทดสอบระบบไปแล้วถึง 49 แห่ง และอยู่ในขั้นตอนการวิจัยอีก 36 แห่ง มีเพียงแค่ ไนจีเรีย, จาเมกา และบาฮามาส เท่านั้นที่เปิดตัวใช้งานจริงอย่างเป็นทางการแล้ว

ที่มา : Cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : คำเตือนของ Ray Dalio ถือเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะถึงแม้ว่า CBDC จะสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยในธุรกรรมได้ก็จริง แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียหลายอย่างที่อาจไม่คุ้มค่าแก่การใช้งาน ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าอนาคตเราจะมีทางออกที่ดีกว่าในปัจจุบัน