สรุปข่าว
- โมเดลคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของตลาดชี้ว่า Bitcoin อยู่ในโซนราคาถูก ที่ระดับ $42,000-$55,000 (ประมาณ 1.34-1.76 ล้านบาท) ซึ่งในอดีตเคยนำไปสู่การพุ่งขึ้น 170-220%
- โมเดลทางคณิตศาสตร์ Power Law บอกว่า BTC ถูกมากตอนนี้ หลังจากที่ไม่สามารถไปถึง $210,000 (ประมาณ 6.72 ล้านบาท) ได้ในปี 2025
- นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าอาจยังต้องร่วงลึกไปที่ $52,000 (ประมาณ 1.66 ล้านบาท) หรือแม้แต่ $38,000-$40,000 (ประมาณ 1.22-1.28 ล้านบาท) ก่อนจะกลับตัวจริงๆ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
หลายสัญญาณทางเทคนิคชี้ว่า Bitcoin ตอนนี้ราคาถูกกว่ามูลค่าจริงมาก โดยมีสองโมเดลสำคัญที่บอกเหมือนกันว่าช่วงราคา $50,000-$60,000 (ประมาณ 1.6-1.92 ล้านบาท) เป็นโซนที่น่าสะสม ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ หลังจากที่ราคามาแตะโซนนี้แล้วรอสักพัก 6-8 เดือน มักจะตามมาด้วยการพุ่งขึ้นแรงๆ ประมาณ 170-220% ซึ่งถ้าคำนวณจากราคาตอนนี้ หมายความว่าอาจไปแตะ $150,000 (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) หรือสูงกว่านั้นได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงว่าราคาอาจต้องร่วงลงไปอีกรอบเพื่อล้างคนที่ถือไม่ไหวออกไปก่อน ถึงจะเริ่มขาขึ้นจริงๆ ก็เป็นได้ สำหรับคนที่มองระยะยาว ช่วงนี้น่าสนใจ แต่ควรค่อยๆ ซื้อเป็นงวดๆ ไม่ใช่เอาเงินเข้าไปทั้งหมดในครั้งเดียว
กราฟราคา Bitcoin ตอนนี้กำลังแสดงสัญญาณที่หาดูได้ยากในรอบหลายปี โดยมีหลายโมเดลที่นักวิเคราะห์ใช้กันมานานออกมาบอกพร้อมเพรียงกันว่า การที่ Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ $60,000 (ประมาณ 1.92 ล้านบาท) นั้น อาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด แต่กลับเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าซื้อสะสมก็เป็นได้ ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สัญญาณแบบนี้มักจะตามมาด้วยการพุ่งขึ้นแรงๆ ในอนาคต
ราคาเฉลี่ยของตลาดบอกว่านี่คือโซนสะสม
มีเครื่องมือวิเคราะห์หนึ่งที่เรียกว่า Realized Price Bands ซึ่งทำหน้าที่คำนวณว่าคนที่ถือ Bitcoin ทั้งหมดในตลาดซื้อมาเฉลี่ยที่ราคาเท่าไหร่ เครื่องมือนี้เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าค่อนข้างแม่นในการบอกจุดที่ควรเข้าซื้อตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา
จากข้อมูลบ่งชี้ว่า ราคา Bitcoin อยู่ในโซนที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะช่วงประมาณ $42,000 ถึง $55,000 (ประมาณ 1.34-1.76 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับต้นทุนเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ในตลาด เวลาที่ราคาลงมาใกล้หรือต่ำกว่าระดับนี้ หมายความว่าคนที่ถืออยู่ส่วนใหญ่กำลังขาดทุน และนี่มักจะเป็นช่วงที่คนที่มองระยะยาวจะเริ่มเข้ามาสะสมเพิ่ม
ที่น่าสนใจคือ ถ้าดูข้อมูลย้อนหลังหลายปี จะเห็นว่าทุกครั้งที่ราคาลงมาทดสอบโซนนี้ แล้วค่อยๆ สะสมตัวอยู่สักพัก ประมาณ 6-8 เดือน มันมักจะตามมาด้วยการพุ่งขึ้นแบบระเบิดในช่วง 170% ถึง 220% เลยทีเดียว ถ้าเอาตัวเลขนี้มาคำนวณจากราคาตอนนี้ที่ประมาณ $70,000 (ประมาณ 2.24 ล้านบาท) จะได้ว่าเป้าหมายถัดไปอาจไปสูงถึง $150,000 (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) หรือมากกว่านั้นก็เป็นได้
แม้ว่าการพุ่งขึ้นในแต่ละรอบจะเริ่มน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต แต่โครงสร้างของตลาดยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่ามีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก
โมเดลทางคณิตศาสตร์ยืนยันว่าราคาถูกเกินไป
นอกจากนี้ยังมีโมเดลอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Power Law ซึ่งถูกพัฒนาโดย Giovanni Santostasi นักฟิสิกส์ที่หันมาวิเคราะห์ Bitcoin โมเดลนี้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ที่พบในธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ เช่น ความถี่ของแผ่นดินไหว หรืออัตราการเผาผลาญของสัตว์ต่างๆ
เมื่อเอา Bitcoin มาพล็อตในกราฟพิเศษแบบหนึ่ง จะเห็นว่าการเติบโตของมันเป็นไปตามรูปแบบที่แน่นอน ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าอย่างที่หลายคนคิด ตอนนี้โมเดลนี้บอกว่า Bitcoin กำลังอยู่ในตำแหน่งที่ 14 จาก 100 ของกรอบราคาที่มันควรจะอยู่ ซึ่งหมายความว่าราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก
ต้นเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้เพราะว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา โมเดลนี้คาดการณ์ไว้ว่า Bitcoin น่าจะไปถึง $210,000 (ประมาณ 6.72 ล้านบาท) แต่ในความเป็นจริงราคาไม่ได้ไปถึงระดับนั้น ทำให้ตอนนี้ Bitcoin กลายเป็นว่าราคาถูกกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นไปเยอะ
สิ่งที่น่าสนใจคือ โมเดลนี้บอกว่าแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่ช่วง $50,000-$62,000 (ประมาณ 1.6-1.98 ล้านบาท) ซึ่งมันตรงกันพอดีกับโซนที่โมเดลแรกบอกเอาไว้ การที่สองโมเดลที่คำนวณคนละแบบกันมาชี้ที่โซนเดียวกัน ยิ่งทำให้สัญญาณนี้น่าเชื่อถือมากขึ้น
Santostasi ยังคาดการณ์ว่าในอนาคตอันไกล Bitcoin อาจไปถึง $1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32 ล้านบาท) ภายในปี 2033 ถ้ามันเดินตามรูปแบบที่เคยเป็นมาต่อไป
อย่าเพิ่งดีใจเร็ว อาจยังต้องร่วงอีก
ถึงแม้จะมีสัญญาณดีๆ หลายอย่าง แต่ก็ยังมีนักวิเคราะห์บางคนที่ออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งดีใจเร็วไป Jelle นักวิเคราะห์รายหนึ่ง สังเกตเห็นว่า Bitcoin ตอนนี้ร่วงลงมาประมาณ 31% จากจุดหนึ่งที่เขาติดตาม ซึ่งในอดีตเวลาที่ตลาดร่วงแบบนี้ มันมักจะต้องร่วงไปอีกสักพัก โดยเฉลี่ยแล้วจะร่วงประมาณ 40-43% จากจุดสูงสุดถึงจะหาจุดต่ำสุดจริงๆ
ถ้าเอาตัวเลขนี้มาคำนวณจากจุดสูงสุดของ Bitcoin ที่ $126,000 (ประมาณ 4.03 ล้านบาท) ในปี 2025 จะได้ว่าราคาอาจต้องลงไปอีกที่ประมาณ $52,000 (ประมาณ 1.66 ล้านบาท) ก่อนที่จะกลับตัวจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีนักวิเคราะห์อีกรายอย่าง Sherlock ที่มองอีกมุมหนึ่ง เขาดูจากอัตราส่วนระหว่าง Bitcoin กับทองคำ ซึ่งเพิ่งหลุดลงมาต่ำกว่าระดับสำคัญ ในอดีตทุกครั้งที่อัตราส่วนนี้หลุด มันมักจะบ่งบอกว่าตลาดกำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลง
Sherlock เลยออกมาเตือนว่า Bitcoin อาจยังต้องร่วงลงไปอีกลึกกว่านี้ ไปที่ระดับ $38,000-$40,000 (ประมาณ 1.22-1.28 ล้านบาท) ถึงจะจบจริงๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจยังมีอีกรอบของการเขย่าตลาดให้คนที่ถือไม่ไหวขายทิ้งออกไปก่อน แล้วค่อยเริ่มขาขึ้นจริงจังในภายหลัง
สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา Bitcoin เคยร่วงลงไปแตะใกล้ $60,000 (ประมาณ 1.92 ล้านบาท) ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 15 เดือนเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ดีดตัวกลับมาเทรดอยู่ที่ประมาณ $70,000-$72,000 (ประมาณ 2.24-2.3 ล้านบาท) ในตอนนี้
การร่วงครั้งนั้นทำให้เกิดการบังคับปิดสถานะมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท) ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่เปิดสถานะซื้อและไม่สามารถรักษาสถานะไว้ได้เมื่อราคาร่วง
สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือกองทุน ETF ที่ซื้อขาย Bitcoin ซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญในปี 2025 ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามีเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า ทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดลดลงไปบ้าง
นอกจากนี้ Bitcoin ยังทะลุลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 365 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ทำให้คนในตลาดเริ่มกังวลกันมากขึ้น
ในความเห็นของผู้เขียน ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณน่ากังวลบางอย่าง แต่การที่มีสองโมเดลสำคัญออกมาบอกในทิศทางเดียวกันว่าช่วงนี้น่าสะสม ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนระยะยาวควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะการที่โมเดลทั้งสองชี้ไปที่โซนราคาเดียวกันในช่วง $50,000-$60,000 (ประมาณ 1.6-1.92 ล้านบาท) ยิ่งทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำเตือนจากนักวิเคราะห์ที่บอกว่าอาจยังต้องร่วงลงไปอีกก็ไม่ควรมองข้าม แนวทางที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการค่อยๆ ซื้อเป็นงวดๆ ตามระดับราคาที่สำคัญ เช่น $60,000 $55,000 และ $50,000 แทนที่จะเอาเงินทั้งหมดเข้าไปในครั้งเดียว แบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้ ถ้าราคายังต้องร่วงลงไปอีก เราก็ยังมีเงินเหลืออยู่ที่จะเข้าซื้อได้
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องเตรียมพร้อมทางจิตใจว่าอาจต้องรอนาน ประมาณ 6-8 เดือน ก่อนที่จะเห็นการฟื้นตัวขึ้นมาแรงจริงๆ ถ้าเราอดทนรอได้และสะสมในช่วงที่ถูก โอกาสที่จะได้เห็น Bitcoin ไปแตะ $150,000 (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) หรือสูงกว่านั้นในอนาคตก็มีอยู่จริงตามที่ประวัติศาสตร์เคยบอกเอาไว้
ที่มา: Cointelegraph

