สรุปข่าว
- ราคาบิตคอยน์ (BTC) ปรับตัวลดลง 4.29% ภายใน 24 ชั่วโมง โดยร่วงหลุดระดับสำคัญที่ 66,000 ดอลลาร์ หรือราว 2.3 ล้านบาท ลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 65,757 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
- สาเหตุหลักมาจาก “พายุสมทบ” ทั้งตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ มกราคม 2026 ที่ออกมาแกร่งเกินคาด (130,000 ตำแหน่ง) และความกังวลต่อการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มดำเนินนโยบายสายเหยี่ยว ที่เข้มงวด
- ข้อมูลออนเชนเผยให้เห็นการล้างพอร์ตฝั่ง Long มูลค่ารวมกว่า 127 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,400 ล้านบาท ขณะที่ยอด Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์สพุ่งสูงขึ้น บ่งชี้ว่ามีการเปิดสถานะ Short เพื่อกดราคาซ้ำ
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bearish
ในทางเทคนิค บิตคอยน์ได้หลุดเส้นแนวรับสำคัญที่ 68,160 ดอลลาร์ หากไม่สามารถดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับนี้ได้ภายในสัปดาห์นี้ มีความเสี่ยงสูงที่ราคาจะไหลลงไปทดสอบฐานเดิมที่ 60,074 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การไหลเข้าของเม็ดเงินสถาบัน (ETF) ยังคงมีสัญญาณบวกเล็กน้อยที่อาจช่วยพยุงราคาไม่ให้ดิ่งลึกจนเกินไป
พี่ใหญ่บิตคอยน์ร่วงลงอย่างรุนแรงกว่า 4% ภายในวันเดียว จากที่เคยพยายามไต่ระดับไปแตะ 70,000 ดอลลาร์ กลับร่วงลงมาที่ 65,757 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.3 ล้านบาท นี่คือบทสรุปของปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้นักลงทุนต้องขวัญผวา

1. พิษเศรษฐกิจสหรัฐฯ: จ้างงานแกร่งจน FED ไม่ยอมลดดอกเบี้ย
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคม 2026 ออกมาที่ 130,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เกือบเท่าตัว (70,000 ตำแหน่ง) เมื่อเศรษฐกิจยัง “ร้อนแรง” เช่นนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปนานขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและบีบให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์ถูกเทขายเพื่อโยกเงินกลับไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย
2. “Warsh Shock”: ตลาดผวาว่าที่ประธานเฟดสายโหด
การเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ขึ้นมาคุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคมนี้ สร้างความปั่นป่วนอย่างมาก เนื่องจาก Warsh มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางที่ปัจจุบันมีมูลค่ามหาศาลกว่า 230 ล้านล้านบาท นโยบายการดึงสภาพคล่องออกจากระบบเช่นนี้ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อตลาดคริปโตที่เติบโตด้วยสภาพคล่องล้นตลาดมาตลอดปี 2025
3. มหกรรมล้างพอร์ตหมื่นล้าน และสัญญาณจาก Goldman Sachs
ในขณะที่รายย่อยกำลังแพนิค ข้อมูลจาก 13F Filing ล่าสุดเปิดเผยว่ายักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs มียอดถือครองคริปโตมูลค่ารวมกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 8 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็น Bitcoin และ Ethereum อย่างละครึ่ง บ่งชี้ว่าสถาบันใหญ่เริ่มมองคริปโตเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก
ทว่าในระยะสั้น แรงกดดันจากตลาดฟิวเจอร์สนั้นรุนแรงกว่า โดยมีการล้างพอร์ตฝั่ง Long ไปมหาศาลกว่า 4,400 ล้านบาท พร้อมกับอัตรา Funding Rate ที่ติดลบ บ่งชี้ว่านักเทรดกำลังแห่เปิดสถานะ Short เพื่อเก็งกำไรในขาลงอย่างหนัก
บิตคอยน์กำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญในปี 2026 แม้พื้นฐานการยอมรับจากสถาบันจะแข็งแกร่ง (ดังที่เห็นจากพอร์ตของ Goldman Sachs) แต่ความผันผวนจากนโยบายการเงินระดับมหภาคยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
ในมุมมองของผู้เขียน การหลุดแนวรับ 66,000 ดอลลาร์ในวันนี้คือ “การชำระล้างความร้อนแรง” ของตลาดฟิวเจอร์ส หากราคาเริ่มนิ่งและ Funding Rate กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง อาจเป็นสัญญาณของจุดต่ำสุดชั่วคราว แต่ตราบใดที่ประเด็นเรื่อง Kevin Warsh และตัวเลขเงินเฟ้อยังไม่นิ่ง นักลงทุนควรเตรียมแผนรับมือความผันผวนที่อาจลากราคาลงไปหา 60,000 ดอลลาร์ได้ทุกเมื่อ
ที่มา: coinmarketcap

