สรุปข่าว
- David Pakman จาก CoinFund ระบุว่าพฤติกรรมเสี่ยงของ Gen Z ไม่ใช่ความบ้าบิ่น แต่เป็น “ความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจ” ที่เกิดจากการถูกปิดกั้นจากการสร้างความมั่งคั่งแบบดั้งเดิม
- ราคาบ้านสำหรับ Gen Z พุ่งเป็น 7.5 เท่าของเงินเดือนต่อปี เปรียบเทียบกับ 4.5 เท่าสำหรับ Gen X และ Boomers ทำให้เพียง 13% ของคนอายุ 25 ปีเป็นเจ้าของบ้าน ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของนักลงทุน Gen Z ถือคริปโต
- Perpetual Contracts มีปริมาณการซื้อขายสะสม 100 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท) ในปีที่แล้ว ส่วน Prediction Markets โตจาก 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เป็น 44 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ในเพียง 3 ปี โดย 80% เป็นการพนันกีฬา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การวิเคราะห์ของ David Pakman ชี้ให้เห็นถึงกระแสความต้องการที่แข็งแกร่งต่อผลิตภัณฑ์คริปโตที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมาจากปัจจัยทางโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้
การที่ Gen Z หันมาใช้คริปโตเป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งแทนการซื้อบ้าน แสดงว่ากลุ่มนี้มองคริปโตเป็นทางเลือกหลัก ไม่ใช่ทางเลือกรอง ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณการซื้อขาย Perpetual Contracts ที่ 100 ล้านล้านดอลลาร์และการเติบโตอย่างระเบิดของ Prediction Markets แสดงให้เห็นว่าความต้องการสินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การที่ผู้เชี่ยวชาญระดับสถาบันเช่น CoinFund ออกมารับรองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็น “rational response” ช่วยให้ตลาดมีความชอบธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ คำเรียกร้องให้สร้างเครื่องมือที่ดีกว่า มีความโปร่งใส และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ยิ่งเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในตลาด DeFi ซึ่งจะดึงดูดเงินทุนเข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงสูงอาจมีความผันผวนมากเช่นกัน แต่ในระยะยาว เทรนด์นี้เป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับและการใช้งานคริปโตในวงกว้าง
ความเชื่อที่ว่า Gen Z เป็นคนที่ชอบเสี่ยง ไม่มีสติ และเล่นการเงินแบบบ้าบิ่นกำลังจะถูกเปลี่ยน จากข้อมูลของ CoinDesk เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 คลื่นของการเก็งกำไรที่ขับเคลื่อน Prediction Markets และการเดิมพันแบบมีเลเวอเรจในหลายภาคส่วนไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เป็นเรื่องของเหตุผลที่มีรากฐานมาจากปัญหาทางโครงสร้าง David Pakman Managing Partner ของ CoinFund ได้กล่าวในงาน Consensus Hong Kong ว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็น “ความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจ” หรือ Economic Nihilism ซึ่งเป็นการตอบสนองอย่างมีการคำนวณของ Gen Z ต่ออุปสรรคทางโครงสร้างในการสร้างความมั่งคั่ง
Pakman เริ่มต้นด้วยเรื่องที่อยู่อาศัย สำหรับ Gen X และ Boomers บ้านมีราคาเฉลี่ยประมาณ 4.5 เท่าของเงินเดือนต่อปี แต่สำหรับ Gen Z ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นเป็น 7.5 เท่า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ถูกปิดกั้นจากตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมานานแล้วถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งชนชั้นกลาง มีเพียง 13% ของคนอายุ 25 ปีที่เป็นเจ้าของบ้าน ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของนักลงทุน Gen Z ถือคริปโตในปัจจุบัน
จากข้อมูลของ EY และ Redfin ราคาบ้านเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งไปอยู่ที่ 412,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 13.18 ล้านบาท) ในปี 2024 เทียบกับ 120,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.84 ล้านบาท) ในปี 2000 ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างไม่ทันเลย นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยจำนองยังอยู่ที่ระดับ 6-7% ประกอบกับภาระหนี้สินจากค่าเล่าเรียน ทำให้ Gen Z หลายคนต้องเลื่อนหรือละทิ้งความฝันในการเป็นเจ้าของบ้าน
ทางเลือกสุดท้าย ไม่ใช่ความบ้าบิ่น
ด้วยทางเลือกแบบดั้งเดิมที่มีน้อย Pakman กล่าวว่าคนรุ่นใหม่กำลังหันไปสู่การเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึง memecoins, perpetual futures, zero-days-to-expiration options และ prediction markets โดยไม่ได้เกิดจากความไม่รู้ แต่เป็นกลยุทธ์ที่พิจารณาแล้ว
“มันกำลังกลายเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลจริง ๆ ที่จะคิดว่าถ้าวิธีทั่วไปในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวถูกปิดกั้นไว้ โอกาสเล็ก ๆ ที่จะได้ผลตอบแทนสูงย่อมดีกว่าความแน่นอนที่จะเสื่อมถอยอย่างช้า ๆ” Pakman กล่าว
จากข้อมูลของ Phemex และ Britannica Money ตลาด Perpetual Contracts หรือสัญญาฟิวเจอร์สที่ไม่มีวันหมดอายุ ได้กลายเป็นเครื่องมือการเทรดหลักในปี 2025 โดยคิดเป็น 75% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดบน Centralized Exchanges (CEXs) มีมูลค่าเกือบ 49 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท) เหนือกว่า spot trading ที่ 14.8 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.74 แสนล้านบาท) และ options trading ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 41,600 ล้านบาท) อย่างชัดเจน
ในส่วนของ Decentralized Exchanges (DEXs) สัดส่วนของ perpetual swaps เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปีที่แล้วเป็น 56% ในปีนี้ โดยปริมาณการซื้อขายออนเชนสะสมสำหรับ perpetual swaps แตะ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท) เทียบกับ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท) สำหรับ spot trading ปริมาณการซื้อขายรายวันของ Bitcoin Perpetuals อยู่ที่ประมาณ 80 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.56 ล้านล้านบาท) และ Perpetual Contracts คิดเป็นมากกว่า 90% ของปริมาณการซื้อขายคริปโต derivatives ทั่วโลก
Prediction Markets ระเบิดจาก 100 ล้านเป็น 44 พันล้านดอลลาร์
Prediction Markets หรือตลาดคาดการณ์ก็ระเบิดเช่นกัน จากเพียง 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) พุ่งขึ้นเป็น 44 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ในเวลาเพียง 3 ปี จากข้อมูลของ Gambling Insider และ Keyrock ในปี 2025 ปริมาณการซื้อขายรวมเกิน 44 พันล้านดอลลาร์ โดย Polymarket และ Kalshi สร้างประมาณ 85-90% ของปริมาณทั้งหมด ในช่วงต้นปี 2024 ปริมาณการซื้อขายรายเดือนอยู่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่พุ่งขึ้นเป็น 13 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.16 แสนล้านบาท) ในเดือนพฤศจิกายน 2025
แม้ว่าบางคนจะใช้ Prediction Markets เพื่อคาดการณ์การเมือง แต่ Pakman กล่าวว่า 80% ของกิจกรรมเป็นการพนันกีฬา ข้อมูลจาก Dune แสดงภาพที่คล้ายกัน โดยมีมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.76 หมื่นล้านบาท) จาก 2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 64,000 ล้านบาท) ของปริมาณการซื้อขายรายวันของ Prediction Market มุ่งเน้นไปที่กีฬาในช่วงต้นเดือน
ในงาน Super Bowl ที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Kalshi มีปริมาณการซื้อขายเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2,700% จากข้อมูลของบริษัท ขณะที่การดาวน์โหลดแอปพุ่งขึ้น 1,544% ผู้ใช้งานรายวันเพิ่มขึ้นกว่า 1,100% เป็นเกือบ 2 ล้านคนในวันแข่งขัน สูงกว่า BetMGM ถึง 3 เท่า
สร้างเครื่องมือที่ดีกว่า ไม่ใช่ห้ามพวกเขา
Pakman เรียกร้องให้นักพัฒนาในวงการคริปโตสร้างเครื่องมือที่ดีกว่าเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ “มันขึ้นอยู่กับพวกเราในคริปโตที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การแสดงออกถึงความเสี่ยงทำได้โปร่งใสมากขึ้น ยุติธรรมกว่า มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า และโปร่งใสมากขึ้นทั้งในการเปิดเผยความเสี่ยงและความสามารถในการจ่ายเงิน” เขากล่าว
จากข้อมูลของ Fortune และ Bank of America การที่ Gen Z หันมาเล่น Prediction Markets และคริปโตแทนการออม การลงทุนแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้ทางการเงิน แต่เป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าระบบเดิมไม่ได้รับประโยชน์กับพวกเขา Gen Z มักจะต้องเผชิญกับหนี้สินเกือบ 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) จากค่าเรียน ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และตลาดงานที่มีความไม่แน่นอน
การศึกษาจาก Wharton พบว่าหนึ่งในสี่ของการเพิ่มขึ้นของคนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ระหว่างปี 2000 ถึง 2021 สามารถอธิบายได้จากการลดลงของความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ปัจจุบันเกือบครึ่งหนึ่งของคนหนุ่มสาวในสหรัฐฯ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ เทียบกับ 39.9% ในปี 2000 และเพิ่งแตะ 49% ในเดือนมีนาคม 2021
ในความเห็นของผู้เขียน ข้อมูลที่ David Pakman นำเสนอเป็นการเปิดเผยความจริงที่หลายคนไม่อยากยอมรับ การที่ Gen Z หันมาเล่นคริปโตแบบเสี่ยงสูงไม่ใช่เพราะความโง่เขลา แต่เป็นเพราะระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมได้ทำลายทางขึ้นสู่ชนชั้นกลางไปแล้ว เมื่อบ้านมีราคา 7.5 เท่าของเงินเดือนต่อปี และดอกเบี้ยจำนองอยู่ที่ 6-7% ความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับคนส่วนใหญ่
การหันไปเล่น Perpetual Contracts ที่มีปริมาณ 100 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ Prediction Markets ที่โตจาก 100 ล้านเป็น 44 พันล้านดอลลาร์ในเพียง 3 ปี จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล สิ่งสำคัญคือการที่มีผู้เชี่ยวชาญออกมายืนยันว่านี่เป็น “rational response” ไม่ใช่ความบ้าคลั่ง ช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของ Gen Z มากขึ้น สำหรับตลาดคริปโต เทรนด์นี้เป็นโอกาสทองในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า โปร่งใสกว่า และยุติธรรมกว่า
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ คาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในตลาด DeFi ที่ออกแบบมาสำหรับ Gen Z โดยเฉพาะ และผู้ที่เตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จะได้เปรียบอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงสูงมาพร้อมกับความผันผวน และต้องมีการศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการพนันที่เป็นโทษต่อสังคม

