สรุปข่าว
- อัตรา Funding Rate เฉลี่ย 7 วันของ Bitcoin พลิกกลับมาติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังเปิดสถานะ Short เพื่อเก็งกำไรขาลงอย่างหนาแน่น
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงจุดต่ำสุดของราคาในระยะสั้น และมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ราคาดีดกลับแรงเพื่อล้างสถานะ Short ที่มีมากเกินไป
- ข้อมูล On-chain กลับแสดงสัญญาณที่ขัดแย้งกัน เมื่อพบกระแสเงินไหลออกจาก Stablecoin กว่า 2.87 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 91,840 ล้านบาท) บ่งชี้ว่าสภาพคล่องในตลาดยังคงลดลงและนักลงทุนยังอยู่ในโหมดลดความเสี่ยง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ในทางเทคนิคเมื่อตลาดมีสถานะ Short หนาแน่นเกินไปจน Funding Rate ติดลบหนัก มักจะเป็นสัญญาณ Counter-trend ที่บ่งชี้ว่าแรงเทขายเริ่มหมดลง และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการดีดตัวของราคาในระยะสั้น (Reversal) เพื่อกิน Stop Loss ของฝั่งขาลง ซึ่งเป็นกลไกปกติของตลาดในการปรับสมดุล
Bitcoin ได้ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดใหม่ของสัปดาห์ที่ระดับ 65,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,096,000 บาท) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยราคายังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์เริ่มส่งสัญญาณที่น่าสนใจว่าโมเมนตัมขาลงอาจกำลังเข้าสู่ช่วงท้าย หรืออาจกำลังจะเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ถือสถานะ Short
สัญญาณเตือนจากตลาดอนุพันธ์
อัตรา Daily Funding Rate ของ Bitcoin ได้ปรับตัวลงสู่แดนลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วันได้พลิกกลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนฝั่ง Short มีจำนวนมากกว่าฝั่ง Long ทำให้ผู้ที่เปิดสถานะ Short จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้ถือสถานะ Long ซึ่ง Leo Ruga นักวิเคราะห์ตลาดมองว่า นี่คือสัญญาณบ่งชี้ว่าการเก็งกำไรในฝั่งขาลงเริ่มมีปริมาณมากเกินไป (Overcrowded) และมักจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายของขาลงก่อนที่แรงเทขายจะหมดลง
บทเรียนจากอดีตและสภาพคล่องที่หายไป
ข้อมูลในอดีตช่วงปี 2021 และ 2022 ชี้ให้เห็นว่า การที่ Funding Rate ติดลบหนักไม่ได้การันตีว่าราคาจะดีดตัวกลับในทันทีเสมอไป ในบางกรณีราคาอาจทรงตัวหรือปรับลดลงต่อได้อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะเลือกทิศทางที่ชัดเจน นอกจากนี้ ข้อมูล On-chain จาก Axel Adler Jr. ยังระบุถึงความน่ากังวลด้านสภาพคล่อง โดยตัวชี้วัด SSR oscillator ซึ่งวัดกำลังซื้อของ Stablecoin เทียบกับ Bitcoin ยังคงอยู่ในแดนลบ สอดคล้องกับมูลค่าตลาดของ USDT ที่มีเม็ดเงินไหลออกกว่า 2.87 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 91,840 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนจริงกำลังไหลออกจากตลาด ไม่ได้ไหลเข้ามารอช้อนซื้ออย่างที่คาดหวัง
ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน สัญญาณ Funding Rate ที่ติดลบหนักในขณะนี้ ถือเป็นจังหวะที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส เพราะตามสถิติแล้วเมื่อตลาดมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันมากเกินไป มักจะเกิดเหตุการณ์ราคาดีดกลับเพื่อล้างสถานะ แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานด้านสภาพคล่องที่ยังคงไหลออก การดีดตัวครั้งนี้อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นเพื่อลงต่อ มากกว่าจะเป็นการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ที่ยั่งยืน
ที่มา: cointelegraph

