สรุปข่าว
- Dogecoin เปิดเผยว่าเครือข่ายมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเหรียญเพิ่มปีละ 5 พันล้าน DOGE เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อลดต่ำลงตามกลไก
- ทีมงานยังคงยืนยันชัดเจนว่า Dogecoin เป็นสกุลเงินที่มีไว้ใช้ ไม่ใช่มีไว้สะสมเหมือนของหายาก
- กลับกันคู่แข่งอย่าง SHIB กลับเลือกวิธีการเผาเหรียญเพื่อสร้างสภาวะขาดแคลน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าเทียมจากระบบไม่ได้เกิดมาจากคุณค่าจริง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
บัญชีทางการของ Dogecoin ออกมาชี้แจงโมเดลเศรษฐกิจของตัวเหรียญที่หลายคนสงสัย โดยทีมนักพัฒนายืนยันถึงความจำเป็นในการผลิตเหรียญเพิ่มปีละ 5 พันล้าน DOGE เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อลดต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับอุปทานรวมที่ใหญ่ขึ้นทุกปี โดยมีเป้าหมายหลักคือ การรักษาเสถียรภาพให้ Dogecoin เป็นสกุลเงินที่ใช้จ่ายได้จริง กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เน้นเก็บสะสมหรือเก็งกำไร
Dogecoin เหรียญมีมอันดับหนึ่งของโลกตามมูลค่าตลาด ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียอีกครั้งพร้อมทวีตข้อความที่ทำให้ใครหลายคนต้องเกาหัว
อ้างอิงข้อมูลจากโพสต์บน X ของบัญชีทางการ Dogecoin ระบุว่า “พวกเขาจำเป็นที่จะต้องสร้างเหรียญใหม่เพิ่มปีละ 5 พันล้าน Doge เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับอุปทานสูงสุด”
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นเลยก็คือ Dogecoin เป็นเงินที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งาน ดังนั้นการมีเหรียญในระบบมากขึ้นจะทำให้คนอยากฮุบไว้คนเดียวน้อยลง และนำเงินออกมาใช้จ่าย หรือหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ไม่ใช่เอาแต่จะเก็บเหมือนสะสมการ์ดโปเกมอนหายาก
ไขข้อสงสัย ทำไมอุปทานเยอะขึ้นถึงเฟ้อน้อยลง
ตามคอนเซ็ปต์ของ Dogecoin ทุกๆ ปีเครือข่ายจะทำการสร้างเหรียญขึ้นมาเป็นจำนวนตายตัวที่ 5 พันล้าน DOGE หมายความว่า อัตราเงินเฟ้อจะไม่มีทางสูงขึ้นเมื่อเทียบกับอุปทาน
สมมติว่าปัจุจบัน Dogecoin มีเหรียญประมาณ 1 แสนล้าน DOGE หากมีเหรียญถูกผลิตเพิ่มจะกลายเป็น 1.05 แสนล้าน (เฟ้อขึ้น 5%) แต่พอเอาตัวเลขอุปทาน 1.05 แสนล้านมาตั้งต้นในปีถัดไป เมื่อมีการสร้างเหรียญเพิ่มขึ้นจนมีอุปทานทั้งสิ้น 1.1 แสนล้าน ค่าเงินเฟ้อจะลดลงไปเหลือ 4.76 %
กลับกัน Shiba Inu เหรียญมีมคู่แข่งกลับเลือกวิธีที่ต่างกันออกไปเพราะพวกเขาใช้วิธีเผาเหรียญ (Burn) เพื่อลดอุปทานในตลาดให้น้อยลง ซึ่งทาง Dogecoin ไม่เห็นด้วยกับไอเดียที่เป็นการ ‘เพิ่มมูลค่าเทียม’ จากสภาวะความขาดแคลน
ปัจจุบัน Dogecoin ยังคงยืนกรานที่จะเป็นสกุลเงินที่มีไว้สำหรับใช้งาน ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เหมาะแก่การเก็บรักษาความมั่งคั่งเป็นระยะเวลานานเหมือนกับคริปโตสกุลอื่นๆ
ที่มา : Benzinga
มุมมองผู้เขียน : จุดยืนนี้ ทำให้ Dogecoin แยกตัวเองออกจากตลาดส่วนใหญ่ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ Bitcoin พยายามจะเป็น “ทองคำดิจิทัล” Dogecoin กลับวางตัวเป็นเงินสดดิจิทัล ที่เข้าถึงง่ายและพร้อมใช้ แต่อัตราเงินเฟ้อที่น้อยลงไม่ได้เป็นตัวการันตีว่ามูลค่าสินทรัพย์จะพุ่งทะยานเสมอไป
