<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

บ้าไปแล้ว! นักวิเคราะห์ทำนาย Bitcoin แตะ 50 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2041 ชี้เป็นหลักประกันโลกยุคใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Eric Jackson ซีอีโอ EMJ Capital ออกโรงทำนายราคา Bitcoin ว่าจะพุ่งไปถึง 50 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2041 โดยเชื่อว่ามันจะกลายสภาพเป็นหลักประกันทางการเงินระดับโลกที่มีความเป็นกลาง
  • แนวคิด Vision 2041 ชี้ให้เห็นว่าระบบการเงินปัจจุบันที่อิงกับหนี้สินมีความเปราะบาง ซึ่ง Bitcoin ที่มีความเป็นดิจิทัลและไม่อยู่ใต้อาณัติของรัฐบาลใดจะเข้ามาทำหน้าที่แทนระบบ Eurodollar ได้อย่างสมบูรณ์
  • เขายังเปรียบเทียบมุมมองนี้กับการลงทุนในหุ้น Carvana ช่วงขาลง โดยชี้ว่าความกลัวในตลาดมักบดบังมูลค่าที่แท้จริง และ Bitcoin ก็กำลังถูกมองข้ามศักยภาพในลักษณะเดียวกัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การคาดการณ์ราคาที่สูงลิบลิ่วจากผู้บริหารกองทุนระดับนี้ช่วยสร้างแรงบวกทางจิตวิทยาให้กับตลาดอย่างมาก โดยเฉพาะการนำเสนอทฤษฎีใหม่ที่มอง Bitcoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลก ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้หันมามอง Bitcoin ในมุมมองที่เปลี่ยนไป

วงการคริปโตเคอร์เรนซีต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ Eric Jackson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EMJ Capital ได้ออกมาเปิดเผยคำทำนายราคา Bitcoin ที่สูงจนน่าตกใจ โดยเขามองว่าราชาแห่งสกุลเงินดิจิทัลนี้มีโอกาสพุ่งไปแตะระดับ 50 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท ภายในปี 2041 ซึ่งคำทำนายนี้ไม่ได้มาจากการคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้าแต่อ้างอิงจากทฤษฎีหลักประกันระยะยาว โดยเขาได้แบ่งปันมุมมองนี้ผ่านการสัมภาษณ์กับ Phil Rosen ผู้สื่อข่าวสายการเงินชื่อดัง พร้อมให้เหตุผลว่า Bitcoin กำลังจะวิวัฒนาการไปสู่การเป็นหลักประกันระดับโลกที่เป็นกลาง

นิยามใหม่ของ Bitcoin ในฐานะหลักประกันโลก

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ Jackson ได้ขยายความว่ามูลค่าในระยะยาวของ Bitcoin นั้นจะก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ ที่ถูกเรียกว่าทองคำดิจิทัลไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญกว่านั้น โดยเขาเชื่อว่า Bitcoin จะสามารถทำหน้าที่เป็นชั้นหลักประกันพื้นฐานที่รองรับงบดุลของรัฐบาลและสภาพคล่องทั่วโลกได้

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า Bitcoin จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่เป็นกลางซึ่งทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังระบบการเงินที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่เข้ามาเพื่อแทนที่ระบบเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง แต่กุญแจสำคัญของแนวคิดนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของ Bitcoin ในการทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่ปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง หรือ Apolitical Reserve Asset เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เขาได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับทองคำที่ครั้งหนึ่งเคยรับบทบาทเป็นรากฐานสำคัญของการเงินโลก ซึ่งในปัจจุบันธนาคารกลางและรัฐบาลต่างๆ ก็ยังคงถือครองทองคำไว้ในฐานะสินทรัพย์สำรอง

Jackson มองว่า Bitcoin มีคุณสมบัติสำคัญหลายประการที่คล้ายคลึงกับทองคำ เช่น ความหายากและการไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ Bitcoin แตกต่างและเหนือกว่าคือความเป็นดิจิทัลและความสามารถในการเขียนโปรแกรมได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมอบข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่เหนือชั้นกว่าทองคำ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับตามตรงว่าในปัจจุบัน Bitcoin ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ชำระเงินในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ซื้อพิซซ่าด้วย Bitcoin ในปี 2011 ว่าเป็นเพียงกรณีตัวอย่างการใช้งานเพื่อการชำระเงินที่หาได้ยาก

เส้นทางสู่ 50 ล้านดอลลาร์ ด้วยวิสัยทัศน์ 2041

คำทำนายราคา 50 ล้านดอลลาร์ของ Jackson นั้นผูกโยงอยู่กับสิ่งที่เขาเรียกว่า Vision 2041 ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นฐานของขนาดตลาดหนี้สาธารณะทั่วโลก เขาอธิบายว่าโลกการเงินได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงระบบหลักประกันมาแล้วหลายยุคหลายสมัย และเขาเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปจะมี Bitcoin เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

เขาย้อนรอยประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงจากระบบที่ใช้ทองคำหนุนหลังไปสู่ตลาดดอลลาร์นอกประเทศ หรือที่เรียกว่าระบบ Eurodollar ซึ่งขยายตัวอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 1960 โดยระบุว่าระบบ Eurodollar นี้มีอิทธิพลต่อสภาพคล่องทั่วโลกและช่วยก่อร่างสร้างตัวโครงสร้างระบบหนี้สินที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน หนี้สาธารณะทำหน้าที่เป็นรูปแบบหลักของหลักประกันที่รัฐบาลใช้ในการกู้ยืมเงินเพื่อระดมทุน แต่ Jackson แย้งว่าโครงสร้างนี้มีความเปราะบางและจุดอ่อน ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้เองที่จะเปิดทางให้เกิดชั้นสินทรัพย์สำรองทางเลือกใหม่และเป็นตัวผลักดันราคา Bitcoin ให้พุ่งสูงขึ้น

Jackson กล่าวว่าในท้ายที่สุด Bitcoin อาจเข้ามาแทนที่ระบบ Eurodollar ในฐานะสินทรัพย์หลักประกันที่เป็นกลางซึ่งคอยสนับสนุนการกู้ยืมเงินทั่วโลก เขาบรรยายสรรพคุณของ Bitcoin ว่าเป็นหลักประกันที่เหนือกว่ามาก เนื่องจากมันเป็นดิจิทัลและอยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคารกลาง นอกจากนี้ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงของผู้นำทางการเมือง รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังช่วยเสริมความน่าดึงดูดในฐานะชั้นฐานรากที่เป็นกลาง แต่เขาก็ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปล้มล้างเงินดอลลาร์หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง

บทเรียนจากวิกฤต Carvana สู่ทฤษฎี Bitcoin

เพื่ออธิบายแนวทางการลงทุนแบบสวนกระแสของเขา Jackson ได้เปรียบเทียบ Bitcoin กับการเดิมพันในหุ้นที่คนส่วนใหญ่มองข้ามในอดีต โดยยกตัวอย่างกรณีของ Carvana ซึ่งราคาหุ้นเคยร่วงลงจากระดับประมาณ 400 ดอลลาร์ เหลือเพียงประมาณ 3.50 ดอลลาร์ ในปี 2022 เขาเปิดเผยว่าเขาได้เข้าลงทุนในช่วงขาลงนั้นเพราะเชื่อมั่นว่าแพลตฟอร์มยังคงทำงานได้ดีแม้ตลาดจะตื่นตระหนก

เขาชี้ให้เห็นว่าลูกค้ายังคงให้คุณค่ากับบริการของ Carvana และเขาคาดการณ์ว่าจะมีการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรและการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเขามองว่าการมองโลกในแง่ร้ายแบบสุดโต่งมักจะบิดเบือนราคาของสินทรัพย์ และแนวคิดนี้เองที่หล่อหลอมมุมมองของเขาต่อสถานการณ์ของ Bitcoin ในปัจจุบันที่มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย

Jackson กล่าวทิ้งท้ายถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มักตราหน้าว่า Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่เนื่องจากผู้สนับสนุนบางกลุ่มมักตั้งเป้าหมายราคาสูงลิบลิ่วโดยไม่มีพื้นฐานรองรับที่ชัดเจน แต่สำหรับเขาแล้ว การมอง Bitcoin ผ่านเลนส์ของหลักประกันโลกคือเหตุผลที่หนักแน่นพอ โดยในขณะที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้น ราคา Bitcoin มีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 67,374 ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวลดลง 2.40 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา


ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน บอกเลยว่าเป้าหมาย 50 ล้านดอลลาร์นี่มันกาวระดับจักรวาลชัดๆ แต่ถ้าพิจารณาเหตุผลเรื่องการเป็นหลักประกันโลกก็นับว่ามีประเด็นที่น่าคิด เพราะโลกเรากำลังต้องการสินทรัพย์ที่ไม่มีใครปั่นหรือพิมพ์เพิ่มได้ตามใจชอบมาค้ำจุนระบบการเงินที่ใกล้พัง อย่างไรก็ตามกว่าจะถึงปี 2041 คงต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอีกเยอะ ใครจะถือยาวขนาดนั้นต้องมีวินัยเหล็กกล้าจริงๆ ถึงจะไปถึงฝั่งฝันได้ งานนี้ใครเชื่อก็ต้องอดทนรวยให้ไหว

ที่มา: youtube