สรุปข่าว
- หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X ยืนยันว่า แพลตฟอร์มจะยังไม่เปิดบริการเป็นโบรกเกอร์ หรือจัดการคำสั่งซื้อขายคริปโตด้วยตัวเองในขณะนี้
- X กำลังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Smart Cashtags ภายในไม่กี่สัปดาห์ เพื่อระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเหรียญ และเชื่อมโยงข้อมูลกราฟราคาให้แม่นยำขึ้นป้องกันความสับสน
- บริการชำระเงิน X Money ยังคงอยู่ในช่วงทดสอบภายใน และเตรียมขยายผลสู่ผู้ใช้ภายนอก แต่ยังเน้นไปที่ระบบเงินสกุลปกติร่วมกับ Visa เป็นหลัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้อาจทำให้เหล่านักเก็งกำไรที่หวังเห็นการนำคริปโตมาใช้บน X แบบเต็มสูบผิดหวังเล็กน้อย แต่ในภาพรวมถือเป็นการตอกย้ำว่า Elon Musk กำลังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านกฎหมายและการขอใบอนุญาตโอนเงินในสหรัฐฯ มากกว่า 40 รัฐ :ซึ่งการที่แพลตฟอร์มยังไม่รีบร้อนเปิดตัวระบบเทรดโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และทำให้ทิศทางระยะยาวดูมั่นคงขึ้น ราคาเหรียญที่เกี่ยวข้องจึงน่าจะทรงตัวเพื่อรอความชัดเจนของระบบชำระเงินในเฟสถัดไป
ความฝันของใครหลายคนที่อยากเห็นแพลตฟอร์ม X กลายเป็นกระดานเทรดคริปโตขนาดยักษ์อาจต้องพักไว้ก่อน เมื่อล่าสุด Nikita Bier หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X ออกมายืนยันว่า ระบบจัดการคำสั่งซื้อขายคริปโตแบบเบ็ดเสร็จในแอปจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
แม้ว่าทางบริษัทกำลังเร่งพัฒนาเครื่องมือข้อมูลทางการเงินอย่างหนัก แต่สถานะปัจจุบันของ X คือ การเป็น “สะพานเชื่อมข้อมูล” มากกว่าการเป็นผู้ให้บริการเทรด หรือโบรกเกอร์ด้วยตัวเอง
Nikita Bier กล่าวว่า “เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว X ไม่ได้จะมาเปิดกระดานเทรด หรือเป็นโบรกเกอร์เองซักหน่อย แค่จะทำเครื่องมือโชว์ข้อมูลการเงินกับส่งลิงก์ไปให้เฉยๆ”
Smart Cashtags เครื่องมือใหม่ที่สายกาวต้องมี
แม้ X จะยังเทรดเองไม่ได้ แต่ X เตรียมส่งฟีเจอร์เด็ดอย่าง Smart Cashtags ลงสนามในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมา เพื่อแก้ปัญหาที่ชาวคริปโตเจอเป็นประจำคือ สัญลักษณ์เหรียญที่ซ้ำกันจนสับสนไปหมด
ระบบใหม่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุได้ลึกถึงระดับสัญญา Smart Contract ว่า คนกำลังพูดถึงเหรียญไหน บนเครือข่ายอะไรกันแน่ เมื่อกดเข้าไปดูจะพบหน้าอินเทอร์เฟซที่รวมทั้งกราฟราคา การเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ และโพสต์ที่เกี่ยวข้องจากคอมมูนิตี้ ช่วยให้การค้นหาข้อมูลเป็นไปอย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
เทรดบนไทม์ไลน์ได้ แต่ระบบเบื้องหลังเชื่อมต่อไปยังพาร์ตเนอร์ภายนอก
Nikita Bier ขยายความเพิ่มเติมว่า ในอนาคตฟีเจอร์นี้อาจเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเทรดหุ้นหรือคริปโตได้โดยตรงจากหน้าไทม์ไลน์จริง ทว่าระบบเบื้องหลังน่าจะเป็นการเชื่อมต่อไปยังพาร์ตเนอร์ภายนอกหรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตแทน
X จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดการธุรกรรม หรือรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายโดยตรง สิ่งที่ X สนใจคือ การสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่ครบวงจรเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลการเงินได้ง่ายที่สุด
X Money ภารกิจเปลี่ยนโลกการเงินที่ยังต้องลุ้น
ขณะที่ฝั่งบริการชำระเงินอย่าง X Money ภายใต้การดูแลของบริษัท X Payments กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการขอใบอนุญาตโอนเงินไปแล้วมากกว่า 40 รัฐในสหรัฐฯ แม้จะเผชิญแรงต้านจากนักการเมืองบางกลุ่มในนิวยอร์กที่พยายามขัดขวางใบอนุญาตก็ตาม
โดย Elon Musk เคยเปรยไว้ว่า ระบบนี้จะเป็นศูนย์กลางของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด และเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ แต่ข้อมูลล่าสุดยังคงชี้ไปที่การใช้งานร่วมกับบัตรเดบิต Visa และเน้นการโอนเงินแบบบุคคลต่อบุคคล (Peer-to-Peer) ในรูปแบบเงินสกุลปกติก่อน ส่วนประเด็นเรื่องการนำคริปโตเข้ามาใช้ในระบบชำระเงินนี้ยังคงไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา
ที่มา : decrypt
มุมมองผู้เขียน : การที่ทีมงาน X ออกมาเบรกกระแสครั้งนี้ ถือเป็นการทำเพื่อความปลอดภัยของตัวบริษัทเอง เพราะการข้ามเส้นไปเป็นโบรกเกอร์คริปโตในตอนนี้อาจทำให้ Elon Musk ต้องเจอกับศึกหนักจากหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าที่เป็นอยู่
การใช้โมเดล “ส่งต่อ” (Referral) ไปยังกระดานเทรดอื่น เป็นทางเลือกที่ฉลาดและปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ ส่วนสายกาว Dogecoin หรือคริปโตตัวอื่นๆ คงต้องอดใจรอ X Money เวอร์ชันสมบูรณ์กันต่อไป

