สรุปข่าว
- Logan Paul ประมูลขายการ์ด Pokémon Pikachu Illustrator ไปในราคากว่า 16.5 ล้านดอลลาร์
- ชาวเน็ตสืบทราบว่าเขาเคยนำการ์ดใบนี้ออกมาขายสิทธิ์ความเป็นเจ้าของผ่าน NFT แต่สุดท้ายตลาดซื้อขายกลับปิดตัวไป ทำให้คนที่ลงทุนไปกลับไม่ได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง
- Paul อธิบายว่าเขาได้คืนเงินชดเชยให้กับผู้ที่ซื้อ NFT ไปแล้วก่อนที่จะนำการ์ดมาประมูล
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Logan Paul อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ด้วยการขายการ์ด Pokémon Pikachu Illustrator ไปในราคาสูงถึง 16.5 ล้านดอลลาร์ ราว 560 ล้านบาท แต่ความสำเร็จนี้กลับตามมาด้วยกระแสดราม่าอย่างหนักจากชุมชนคริปโต เนื่องจากเขาเคยนำการ์ดใบนี้ไปเปิดขายสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่วม NFT บนแพลตฟอร์ม Liquid ซึ่งต่อมาปิดตัวลงและมีคดีฟ้องร้อง แม้ Paul จะชี้แจงว่าได้คืนเงินลงทุนให้ผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าโมเดลนี้สร้างความเข้าใจผิดเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เพราะกลายเป็นว่าผู้ที่ถือ NFT เป็นแค่เจ้าของในนามเท่านั้น
Logan Paul อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เมื่อไม่นานมานี้ได้สร้างสถิติ Guinness World Record ชิ้นใหม่จากการประมูลขายการ์ดสะสมโปเกมอนลวดลายพิคาชูสุดหายาก ด้วยราคาที่สูงทุบสถิติถึง $16.5 ล้าน แต่กลับเกิดดราม่าตามหลังมาจากชาวคริปโต
รายงานระบุว่า Paul อาจได้เงินจากการประมูลครั้งนี้ไปมากกว่า $8 ล้าน หรือครึ่งหนึ่งของราคาขายที่สร้างประวัติศาสตร์การเป็นการ์ดสะสมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หลังหักค่าธรรมเนียม โดยที่ตัว Paul ได้ทำการซื้อการ์ดดังกล่าวมาในราคา $5.3 ล้าน เมื่อปี 2021
การ์ดใบดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Pikachu Illustrator’ ซึ่งมีเพียง 39 ใบเท่านั้นบนโลก เพราะเป็นการ์ดที่เป็นรางวัลในการแข่งขันเมื่อสมัยปี 1990s ส่วนผู้ที่ทำการซื้อไปคือ AJ Scaramucci บุตรชายของนักลงทุนชื่อดัง Anthony Scaramucci
อย่างไรก็ตาม การประมูลการ์ดสะสมใบนี้กลับทำให้เกิดประเด็นดราม่า เพราะ Paul เพื่อขายสิทธิ์ความเป็นเจ้าของการ์ด ผ่านแพลตฟอร์ม NFT ที่ชื่อ Liquid Marketplace ในปี 2022
ในตอนแรก ผู้ที่ซื้อ NFT ของการ์ดใบดังกล่าวจะได้สิทธิความเป็นเจ้าของการ์ดโดยอิงจากมูลค่าในตลาด ทำให้มีคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยจากความหายากของมัน แต่แล้วแพลตฟอร์มก็กลับปิดหนี ทำให้มีผู้เสียหายหลายคนไม่สามารถเข้าถึงเงินของตนเองได้
แม้จะมีการสั่งฟ้อง Liquid จากหน่วยงานของแคนาดาในปี 2024 แต่ Paul กลับไม่ได้ถูกระบุชื่อให้เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว
ด้าน Gabriel Shapiro หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Delphi Labs ได้ออกมาแสดงถึงความกังวลในความเข้าใจผิดด้านโครงสร้างของโมเดลการแบ่งส่วนสินทรัพย์ โดยระบุว่าการแปลงเป็นโทเคน หรือ Tokenization ได้สร้างความสับสนเป็นอย่างมากในกรณีการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
กรณี หายนะการแบ่งส่วน NFT ปิกาจู Shapiro ระบุว่า โทเคนเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงกับสินทรัพย์อ้างอิงเพียงในนามเท่านั้น โดยที่ผู้ถือไม่ได้มีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะบังคับใช้ต่อสินทรัพย์นั้นอย่างแท้จริง
เมื่อเรื่องราวเริ่มลุกลาม Paul จึงได้ออกมาโต้ตอบเสียงวิจารณ์ และอ้างว่าการปิดตัวของ Liquid Marketplace เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเขา และตอนที่เขารู้เรื่องนี้ก็ได้ช่วยจ่ายเงินเยียวยาคืนผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยมีเพียง 5.4% ของการ์ดเท่านั้นที่ถูกแบ่งส่วนขายออกไปในตลาดดิจิทัล และมีเงินลงทุนเข้ามาประมาณ $270,000
ปัจจุบัน Logan Paul ยังคงถูกสังคมชาวคริปโตโจมตีอย่างหนัก เพราะประวัติของเขามีแต่เรื่องเสียหาย เช่น โปรเจกต์ NFT ของเขาอย่าง CryptoZoo ที่ล่มไม่เป็นท่า ซึ่งก่อให้เกิดการฟ้องร้องกินเวลายาวนานหลายปีที่ Paul ต้องยอมออกมาชดใช้ค่าเสียหาย
ที่มา : Coinpaper
มุมมองผู้เขียน : กรณีศึกษาของ Logan Paul สะท้อนให้เห็นช่องโหว่สำคัญของการ Tokenization ที่ถึงแม้ผู้ที่นำมาสิทธิมาขายจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ผู้ซื้อกลับยังคงต้องแบกความเสี่ยงที่ไม่ต่างอะไร แสดงให้เห็นว่าในทางปฏิบัติแล้ว ความเป็นเจ้าของบนบล็อกเชนกับ ความเป็นเจ้าของทางกฎหมาย ยังเป็นคนละเรื่องกัน และต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

