<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สินทรัพย์ในโลกจริงบนเชน (RWA) พุ่งแรง 13.5% โตสวนตลาดคริปโตที่เงินหายวูบ 1 ล้านล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าตลาด RWA โตสวนกระแสคริปโตขาลง มูลค่าพุ่งขึ้น 13.5% ภายใน 30 วัน สถาบันการเงินโยกเงินเข้าหาหลักทรัพย์ที่มีผลตอบแทน (Yield) และความเสี่ยงต่ำ
  • เครือข่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Ethereum, Arbitrum และ Solana มีมูลค่าสินทรัพย์โทเคนเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแบบโทเคน ที่มูลค่าทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • BlackRock และ JPMorgan เริ่มขยับ นำกองทุนบนบล็อกเชนไปใช้เป็นหลักประกันในโลก DeFi สะท้อนให้เห็นว่า บล็อกเชนสาธารณะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินใหม่เรียบร้อยแล้ว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้ว่าภาพรวมตลาดคริปโตสำหรับสายเก็งกำไรจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จนมูลค่าหายไปมหาศาล แต่การเติบโตของ RWA คือ สัญญาณสำคัญที่บอกว่า เงินทุนสถาบันไม่ได้ไหลออกจากระบบบล็อกเชน เพียงแต่ย้ายจากสินทรัพย์ผันผวนสูง ไปสู่สินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง 

ในขณะที่นักลงทุนคริปโตทั่วโลกกำลังขวัญเสียกับมูลค่าตลาดคริปโตที่หายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคนหรือ Real-World Assets (RWA) กลับโชว์ฟอร์มแกร่ง โตสวนทางตลาดจนน่าตกใจ 

ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่า มูลค่าตลาดในกลุ่มนี้เติบโตขึ้น 13.5% ภายในเวลาเพียง 30 วัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า เม็ดเงินสถาบันกำลังมองหาที่พักเงิน ที่ปลอดภัย และให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ท่ามกลางพายุความผันผวนที่ซัดถล่มเหรียญสายเก็งกำไรจนน่วม

สถาบันแห่ตุน RWA ดันมูลค่าบล็อกเชนพุ่งทุกเครือข่าย

การเติบโตของ RWA รอบนี้ มาจากสองปัจจัยหลักคือ การออกสินทรัพย์โทเคนใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจำนวนกระเป๋าเงินที่ถือครองสินทรัพย์เหล่านี้ ขยายตัวเป็นวงกว้าง 

ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เครือข่ายหลักต่างมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย Ethereum นำโด่งด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Arbitrum 880 ล้านดอลลาร์ และ Solana ที่ขยับขึ้นอีก 530 ล้านดอลลาร์ 

ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า นักลงทุนรายใหญ่เริ่มเชื่อมั่นในบล็อกเชนสาธารณะในฐานะช่องทางถือครองสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิม

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แชมป์ตลอดกาลในโลกบล็อกเชน

หากตัดเหรียญ Stablecoin ออกไป สินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตหลักในรอบ 30 วันคือ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯแบบโทเคน, สินเชื่อเอกชน และเครื่องมือการเงินที่ให้ผลตอบแทนคงที่ โดยเฉพาะหมวดพันธบัตรและหนี้ภาครัฐ ที่ปัจจุบันมีมูลค่ารวมบนเชนมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์

แม้ตลาดคริปโตจะซบเซาแต่เงินลงทุนยังคงไหลเข้ากลุ่มนี้ไม่ขาดสาย รวมถึงหุ้นโทเคนและผลิตภัณฑ์ ETF แบบโทเคน ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักลงทุนสามารถบริหารจัดการพอร์ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากที่พักเงินสู่ “หลักประกัน” อัจฉริยะ

ยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่าง BlackRock, JPMorgan Chase และ Goldman Sachs ไม่ได้มองบล็อกเชนเป็นเพียงแค่ช่องทางรับผลตอบแทนอีกต่อไป ล่าสุดมีการนำกองทุนตลาดเงินแบบโทเคน มาใช้เป็นหลักประกัน ในตลาดกู้ยืมและแพลตฟอร์มเทรดต่างๆ

ซึ่งก้าวสำคัญที่สุดคือ การที่ BlackRock นำกองทุนพันธบัตรสหรัฐแบบโทเคนอย่าง BUIDL ไปเปิดใช้งานบน Uniswap ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อโลกการเงินดั้งเดิม เข้ากับระบบการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) อย่างเต็มรูปแบบ

สวนทางกับฝั่งคริปโตสายเก็งกำไร ที่เจอแรงกดดันจากการล้างพอร์ตเลเวอเรจ ครั้งใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แล้วลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังซื้อขายอยู่ใกล้จุดสูงสุด แต่ความรู้สึกของนักลงทุนคริปโตยังคงเปราะบาง สินทรัพย์ RWA จึงกลายเป็นทางเลือกที่นิ่ง และเสถียรกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา : coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : RWA คือ สิ่งที่จะมาช่วยประคองอุตสาหกรรมในยามยาก และเมื่อไหร่ที่ตลาดคริปโตกลับเป็นขาขึ้น สินทรัพย์ RWA เหล่านี้จะเป็นเชื้อไฟในการนำมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อเพิ่มพลังซื้อมหาศาลให้กับตลาด