<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สะดุ้งทั้งเชน! Vitalik ประกาศกร้าว”แอปไหนห่วยผมด่าแน่” เลิกอ้างความเป็นกลางบังหน้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Vitalik Buterin ยืนยันชัดเจนว่าผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับแนวคิดส่วนตัวของเขาเพื่อใช้งาน Ethereum
  • มีการขีดเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกลางของโปรโตคอลกับจุดยืนส่วนบุคคล โดยย้ำว่าการที่เขาด่าแอปพลิเคชันแย่ ๆ ไม่ใช่การปิดกั้นการใช้งาน
  • เป้าหมายคือการรักษาเสรีภาพในการสร้างสรรค์บนเครือข่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการวิจารณ์โปรเจกต์ที่ไม่สร้างสรรค์หรือเป็นเพียงเครื่องมือหากินของนายทุน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ข่าวนี้เป็นการยืนยันอุดมการณ์พื้นฐานของเครือข่าย มากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐานทางราคาโดยตรง จึงส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวแต่ไม่มีผลต่อราคาในระยะสั้น

กลายเป็นประเด็นถกเถียงรอบใหม่ในวงการคริปโต เมื่อศาสดาแห่ง Ethereum อย่าง Vitalik Buterin ออกมาจุดชนวนเรื่องการกระจายอำนาจและเสรีภาพในการแสดงออกอีกครั้ง โดยประกาศจุดยืนชัดเจนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แม้เครือข่าย Ethereum จะเป็นพื้นที่อิสระที่ใครจะเข้ามาใช้งานก็ได้ แต่ตัวเขาเองมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะวิจารณ์แอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นบนเชนนี้

แยกแยะให้ออก ระบบคือระบบ คนคือคน

Vitalik ร่ายยาวโดยย้ำประเด็นสำคัญว่า ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีทัศนคติตรงกับเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง DeFi ความเป็นส่วนตัว การเมือง หรือแม้แต่รสนิยมส่วนตัวแปลก ๆ อย่างรสนิยมความชอบในอาหารเบอร์ลิน เพื่อที่จะเข้ามาใช้งาน Ethereum เขาไม่ได้เป็นตัวแทนของระบบนิเวศทั้งหมด

หัวใจหลักของ Ethereum คือ ความเป็นกลางในระดับโปรโตคอล หรือ Protocol Neutrality ใครก็ตามสามารถเข้ามาสร้างแอปพลิเคชันหรือทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากเขา หรือมูลนิธิ Ethereum Foundation นี่คือความสวยงามของระบบ Permissionless ที่แท้จริง

การด่าว่า “ขยะนายทุน” ไม่ใช่การเซ็นเซอร์

สิ่งที่น่าสนใจคือ การขีดเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกลางของระบบกับความคิดเห็นส่วนตัว Vitalik ชี้ว่า ระบบต้องเปิดกว้าง แต่ไม่ได้แปลว่าเขาต้องปิดปากเงียบ หากเขาเห็นว่าแอปพลิเคชันไหนเป็นเพียงขยะที่สร้างมาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้นายทุน เขาก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา

นี่คือข้อแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ของเสรีภาพที่ไม่มีใครสามารถสั่งปิดแอปพลิเคชันบน Ethereum ได้ แต่ในทางกลับกัน ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์มันต่อหน้าสาธารณชนได้เช่นกัน

แนวคิดแบบ Linux ในโลกบล็อกเชน

Vitalik เปรียบเทียบกรณีนี้กับระบบปฏิบัติการ Linux ที่เป็นเทคโนโลยีเปิดกว้าง สร้างขึ้นเพื่อมอบอำนาจให้ผู้ใช้งาน แต่ก็ยังถูกนำไปใช้สร้างแอปพลิเคชันที่ชุมชน Linux บางส่วนไม่ชอบใจ ทางออกไม่ใช่การเลิกเป็นกลางที่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ การสร้างระบบนิเวศที่มีค่านิยมตรงกันทับซ้อนขึ้นไปข้างบน

การออกมาพูดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม ท่ามกลางกระแสการถกเถียงเรื่องการครอบงำของทุนใหญ่และการผสานรวม AI เข้ากับคริปโต Vitalik ต้องการเคลียร์ความเข้าใจผิดที่ว่า Ethereum เป็นสมบัติของแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำทางความคิดก็ไม่จำเป็นต้องเก็บงำความรู้สึกต่อสิ่งที่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง


มุมมองผู้เขียน : นี่ถือเป็นการออกมาตอกย้ำจุดยืนที่ชาญฉลาดของ Vitalik การแยกแยะระหว่างโครงสร้างพื้นฐานกับความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับระบบไร้ศูนย์กลาง เพราะถ้าวันหนึ่ง Vitalik หายไป หรือเปลี่ยนไปเข้าข้างเผด็จการ ตัว Ethereum ก็จะยังคงทำงานต่อไปได้ตามกลไกของมัน

ที่มา : ลิงก์