<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin จะร่วงเหลือ “ศูนย์” ไหม? หากโลกรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของ Satoshi nakamoto

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คลิปของ Dan Peña ที่พูดเรื่องการจุดจบของ Bitcoin หากซาโตชิเผยตัว ถูกนำกลับมาเป็นพูดถึงอีกครั้งบนโลกโซเซียล หลังจากการเปิดเผยแฟ้มลับ Epstein
  • ตัวตนของซาโตชิไม่ควรที่จะถูกเปิดเผยออกมาไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือไม่ก็ตาม เพราความขลังของ Bitcoin จะเสื่อมลงทันที
  • Bitcoin อาจไม่มีทางเหลือศูนย์ แต่มูลค่าจะหายไปอย่างมหาศาลมากๆ

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

คำทำนายของ Dan Peña ที่ว่า Bitcoin จะไร้ค่า หากตัวตนผู้สร้างถูกเปิดเผย กลับมาเป็นกระแสไวรัลบนโซเซียลอีกครั้ง ท่ามกลางการเปิดเผยแฟ้มคดี Jeffrey Epstein ที่สร้างความหวั่นวิตกว่า หากศาสดาของชาวบิตคอยน์กลายเป็นอาชญากร ภาพลักษณ์อุดมการณ์ที่บริสุทธิ์จะพังทลาย นำไปสู่ความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ 

ถึงแม้ในทางเทคนิค ราคา Bitcoin อาจไม่เหลือศูนย์ ตราบใดที่ยังมีคนใช้งาน แต่ความเชื่อมั่นจะถูกทำลายอย่างรุนแรง จนอาจถึงจุดจบของยุครุ่งเรืองและการยอมรับจากสถาบันการเงิน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ Dan Peña นักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อดังได้กลับมาเป็นกระแสไวรัลอีกครั้งบนโลกออนไลน์ จากการที่เขาเคยทำนายไว้ว่าหากตัวตนของ “ Satoshi Nakamoto” ถูกเปิดโปงเมื่อไร Bitcoin จะไร้ซึ่งมูลค่าทันที

การถกเถียงบนโลกออนไลน์เกิดขึ้น หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปล่อยแฟ้มข้อมูลคดี Epstein ซึ่งตัวเขามีความเกี่ยวโยงกับคริปโตเคอร์เรนซีในหลายด้านมากๆ ทำให้จู่ๆ แคนดิเดตของตัวตน “ ซาโตชิ” ถูกเสนอขึ้นมาอีกหนึ่งรายชื่อ และคราวนี้เขาไม่ได้เป็นยอดโปรแกรมเมอร์ แต่เป็นนักการเงินที่มีคดีค้ากามระดับโลกติดตัว

อย่างไรก็ดี แม้ปัจจุบันจะไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่า Epstein เป็นซาโตชิ แต่เอกสารใน DOJ  กลับระบุว่า เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้จักกับนักพัฒนา Bitcoin ตัวจริงในยุคแรก  ๆ และยังเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนให้กับทีมอีกด้วย ทำให้ชื่อเสียงของ Bitcoin อาจต้องเผชิญกับความด่างพร้อย

ทำไมตัวตนซาโตชิถึงสำคัญขนาดนั้น?

การเปิดโปงตัวตนของซาโตชิ แม้จะไม่ได้ทำให้โค้ดของ Bitcoin เปลี่ยนไป แต่ภาพลักษณ์และมุมมองของตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน “ความขลัง” ของ Bitcoin เกิดขึ้นมาจากอุดมการณ์หลักของซาโตชิ 3 ข้ออันประกอบไปด้วย Bicoin จะไม่ถูกผู้สร้างควบคุม , ผู้สร้างไม่มีจุดประสงค์หาประโยชน์ส่วนตน , และ Bitcoin ไม่ได้เป็นของชาติหรือองค์กรใด ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงศรัทธาในคุณสมบัติ 3 ข้อนี้เป็นอย่างมาก

ลองจินตนาการดูว่า หากวันหนึ่งตัวตนซาโตชิถูกเปิดโปง สัญชาติ และความเห็นทางการเมืองของเขาจะถูกรับรู้โดยสาธารณะ นั่นจะส่งผลทำให้อุดมการณ์หลัก และความเชื่อมั่นของ Bitcoin สั่นคลอนยิ่งกว่าตลาดขาลงครั้งไหนๆ 

ถัดมา หากซาโตชิเป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจริงๆ คำถามที่ตามมาถัดจากนี้คือ เราสามารถเอาผิดบุคคลเหล่านี้ได้หรือไม่ คดีความต่างๆ มากมายจะเข้ามาโจมตีซาโตชิอย่างไม่ต้องสงสัย รัฐบาลต่างๆ จะเริ่มโจมตีซาโตชิอย่างหนักในเมื่อพวกเขารู้ตัวตนแล้วว่าซาโตชิเป็นแค่คน ไม่ใช่ตำนาน 

ในฝั่งของ ตลาด นักลงทุนไม่ว่าจะประเภทไหน มักไม่ชอบความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องการฟ้องร้อง ดังนั้น Bitcoin จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์อันตรายโดยปริยาย ทำให้นักลงทุนจำกัดความเสี่ยง ดันราคาให้ร่วงอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน ตัวของซาโตชิเองยังคงถือครอง Bitcoin ในกระเป๋าไว้กว่า 1,000,000 BTC ถ้าวัใดหากเขาถูกเปิดโปง ก็มีความเป็นไปได้สถานการณ์หลายอย่างที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเทขายเพื่อเอาคืนตลาด , การที่รัฐบาลยึด Bitcoin ของซาโตชิ , การโจมตีทางกายภาพ เป็นต้น 

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หากซาโตชิเสื่อมเสียชื่อเสียง ผลงานของเขาอย่าง Bitcoin ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง เดิมที Bitcoin เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเงินเทาผิดกฎหมายอยู่แล้ว หากตัวตนของซาโตชิไม่ใช่ฮีโร่ ลองนึกสภาพดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถัดจากนั้น

เมื่อ Bitcoin กลายเป็นเงินสกปรก หรือมีประวัติเสีย รัฐบาลจะเริ่มประกาศถอนตัว ตัดการสนับสนุนและความเกี่ยวข้อง เกิดเป็นความโกลาหลครั้งใหญ่ที่อาจนำมาสู่จุดจบของ Bitcoin ได้ในที่สุด

Bitcoin เป็นไปได้ไหมที่จะเหลือศูนย์

ว่ากันตามตรงแล้วการที่มูลค่าของ Bitcoin จะกลายเป็นศูนย์ จำเป็นที่จะต้องใช้การโจมตีที่มากกว่าข่าวฉาว และต้องทำให้ Bitcoin สูญสิ้นสภาพและคุณสมบัติในการเป็นสกุลเงิน

ในกรณีเลวร้ายที่สุด รัฐบาลอาจเข้ามาปราบปราม แพลตฟอร์มประกาศถอดถอน แต่ถึงอย่างนั้นโค้ดพื้นฐานของ Bitcoin ก็ยังคงเหมือนเดิม ทำให้แม้ปัจจัยภายนอกจะโหดร้ายสักเพียงใดมูลค่าของ Bitcoin ก็จะไม่เหลือศูนย์ เว้นเสียแต่ว่าจะไม่มีใครบนโลกนี้ต้องการมันอีกแล้วจริงๆ 

ที่มา : ccn


มุมมองผู้เขียน: ความแข็งแกร่งของ Bitcoin ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของความไร้ตัวตนของผู้สร้าง โดยหากหน้ากากถูกถอดออก Bitcoin จะถูกลดทอนสถานะลงมาเหลือเพียงผลิตภัณฑ์ของบุคคล ทันที ซึ่งจะนำมาสู่ความเสี่ยง ที่ Bitcoin พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด แม้ว่าโค้ดจะยังทำงานต่อไปได้ แต่ตลาดอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป