สรุปข่าว
- Elemental Royalty Corporation (ELE) บริษัทด้านทองคำ ได้เสนอให้นักลงทุนสามารถเลือกรับเงินปันผลได้ในรูปแบบทองคำผ่านการใช้โทเคน XAUT
- นักลงทุนที่รับปันผลเป็นทองคำจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความผันผวนของราคาทอง ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกนวัตกรรมในรูปแบบนี้มาในตลาด
- ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Tether ได้ทำการครองส่วนแบ่งในบริษัท Elemental กว่าหนึ่งในสาม
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Elemental Royalty Corporation (ELE) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดทางเลือกให้ผู้ถือหุ้นรับเงินปันผลในรูปแบบ “ทองคำดิจิทัล” ผ่านเหรียญ Tether Gold (XAUT) แทนเงินสด ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกที่เชื่อมโยงผลตอบแทนจากเหมืองแร่สู่สินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการถือครองทองคำโดยไร้ตัวกลาง
วงการคริปโตกำลังได้เป็นพยานพบเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ Elemental Royalty Corporation (ELE) บริษัทด้านค่าภาคหลวงเหมืองแร่ทองคำ มีแผนที่จะมอบทางเลือกให้นักลงทุนสามารถรับเงินปันผลเป็นทองคำ
พวกเขาประกาศว่า ทางบริษัทเป็นเจ้าแรกที่เปิดให้นักลงทุนสามารถรับเงินปันผลในรูปแบบของคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับทองคำแท้ แบบที่ไม่เคยมีบริษัทไหนกล้าทำมาก่อน ผ่านการใช้งาน Tether Gold (XAUT)
สำหรับผู้ถือหุ้นที่เลือกปันผลรูปแบบใหม่นี้จะได้รับเงินในรูปแบบ XAUT แทนที่จะเป็นเงินเฟียต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาของทองคำ พร้อมกับความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นจากการชำระบัญชีในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งคาดว่านักลงทุนจะได้รับเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 12 เซนต์ต่อหุ้น โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดรายไตรมาส”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังจากที่ Tether ได้ทำการเข้าซื้อ 1 ใน 3 ของบริษัท Elemental เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลทำให้โทเคนที่ตรึงมูลค่าเข้ากับทองคำมีกรณีใช้งานจริงที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันโทเคนทองคำได้กลายมาเป็นประเภทของสินทรัพย์ใหม่ที่เติบโตเร็วขึ้นอย่างมาก โดยมีมูลค่าตลาดมากกว่า $5 พันล้าน ซึ่ง XAUT ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุด ซึ่งทาง Tether เคยกล่าวว่าการเติบโตอันรวดเร็วนี้เป็นผลมาจากความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่อยากเข้าซื้อทองแต่ไม่อยากผ่านตัวกลางแบบทั่วไป
ที่มา : Coindesk
มุมมองผู้เขียน: นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดของวงการ RWA ที่ไม่ได้หยุดแค่การเก็งกำไร แต่เป็นการบูรณาการข้ามโลกระหว่างตลาดทุนดั้งเดิม กับ สินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งน่าจะเป็นโมเดลต้นแบบให้บริษัททรัพยากรอื่นๆ เดินตามในอนาคต

