สรุปข่าว
- โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียอีกครั้ง โดยเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมาย SAVE America Act เพื่อกำหนดให้ต้องใช้เอกสารยืนยันสัญชาติในการลงทะเบียนเลือกตั้ง
- ร่างกฎหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม America PAC ที่เชื่อมโยงกับ Elon Musk โดยมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองมาใช้สิทธิโหวต
- ฝั่งพรรคเดโมแครตออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยอ้างข้อมูลจาก Brennan Center ว่ากฎหมายนี้อาจทำให้ชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 9% ต้องเสียสิทธิ์เนื่องจากไม่มีเอกสารพร้อมแสดง
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral
ประเด็นนี้เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองภายในสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดหากเกิดความวุ่นวายหรือการประท้วงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อตลาดการเงินในทันที
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองสหรัฐฯ อีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำที่ดุดันว่า “PASS THE SAVE ACT!!!” หรือ “ผ่านกฎหมาย SAVE ACT เดี๋ยวนี้!” เพื่อกดดันให้สภาเร่งพิจารณาร่างกฎหมายความมั่นคงในการเลือกตั้งฉบับใหม่
SAVE Act คืออะไร? ทำไมต้องเดือด?
ร่างกฎหมาย SAVE America Act (H.R.22) เป็นกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ที่จะลงทะเบียนเลือกตั้งระดับชาติ (Federal Election) จำเป็นต้องแสดง “หลักฐานยืนยันสัญชาติอเมริกัน” (Documentary Proof of U.S. Citizenship) อย่างเป็นทางการ
จุดประสงค์หลักของร่างนี้คือการปิดช่องโหว่ไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ (Non-citizens) เข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายรีพับลิกันกังวลมาโดยตลอด แม้ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ในปี 2022 จะระบุว่าพบกรณีการสวมสิทธิ์เพียงเล็กน้อย (19 คดี) ก็ตาม แต่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเรื่องนี้ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้แม้แต่เสียงเดียว
ศึกสองขั้ว: ความโปร่งใส vs การลิดรอนสิทธิ์
การผลักดันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลทางการเมือง รวมถึง America PAC ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับมหาเศรษฐีอย่าง Elon Musk ที่มองว่านี่คือกุญแจสำคัญสู่ความโปร่งใสของระบอบประชาธิปไตย
ในทางตรงกันข้าม พรรคเดโมแครตและนักวิชาการจาก Brennan Center ออกมาเตือนว่า กฎหมายนี้อาจกลายเป็นดาบสองคมที่จะ “ตัดสิทธิ์” ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันแท้ๆ กว่า 9% ที่อาจไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนฉบับจริงเก็บไว้กับตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งในระยะยาวได้
การเมืองสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่โหมด “เข้มข้น” อีกครั้ง ในมุมมองของผู้เขียนการที่ทรัมป์หยิบเรื่องนี้มาเล่นใหญ่ สะท้อนว่าเขากำลังปูทางเรื่อง “ความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง” ไว้ล่วงหน้า หากกฎหมายนี้ผ่าน จะเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของฝั่งรีพับลิกัน แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็จะกลายเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองได้ทันที
สำหรับนักลงทุน ตราบใดที่เรื่องนี้ยังเป็นเพียงการดีเบตในสภา ตลาดอาจยังไม่ตอบรับมากนัก แต่ต้องระวังหากความขัดแย้งลุกลามจนนำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคม หรือการประท้วง ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์ผันผวนและส่งผลกระทบชิ่งมาถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตได้ในที่สุด
ที่มา: @america

