สรุปข่าว
- แบร์รี่ สเติร์นลิกต์ ผู้บริหาร Starwood Capital ยืนยันความพร้อมในการนำสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนแต่ยังติดปัญหาด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ
- รายงานจาก Deloitte คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบ Tokenized จะเติบโตแตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
- สเติร์นลิกต์มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบปัจจุบันและเชื่อมั่นว่านี่คืออนาคตที่จะมาปฏิวัติวงการ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ผู้เล่นรายใหญ่ระดับสถาบันที่มีสินทรัพย์มหาศาลแสดงความสนใจอย่างจริงจังที่จะนำสินทรัพย์จริงเข้าสู่ระบบบล็อกเชน เป็นสัญญาณบวกระยะยาวที่ชัดเจนต่อการยอมรับในวงกว้าง ของเทคโนโลยี RWA (Real World Assets)
แบร์รี่ สเติร์นลิกต์ มหาเศรษฐีเจ้าพ่อวงการอสังหาริมทรัพย์และซีอีโอของ Starwood Capital Group ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลกว่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ได้ออกมาประกาศกลางเวที World Liberty Forum ที่ปาล์มบีชว่า บริษัทของเขาพร้อมแล้วที่จะเริ่มกระบวนการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Assets) ให้เป็นโทเคนดิจิทัล แต่กลับต้องชะงักงันเพราะติดติดขัดอยู่ที่กำแพงข้อกฎหมายของสหรัฐฯ
พร้อมลุยแต่ไปไม่ได้
“เราต้องการทำเดี๋ยวนี้และเราพร้อมแล้ว” สเติร์นลิกต์กล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจเมื่อวันพุธที่ผ่านมา “มันเป็นเรื่องไร้สาระมากที่ลูกค้าของเราไม่สามารถทำธุรกรรมด้วยโทเคนได้” เขาหมายถึงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยใช้โทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดที่ปกติแล้วซื้่อขายยากและใช้เวลานาน
แนวคิด Tokenization หรือการแปลงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางกายภาพ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือ งานศิลปะ ให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัลที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ กำลังเป็นที่จับตามอง สำหรับบริษัทใหญ่อย่าง Starwood มันคือโอกาสใหม่ในการระดมทุนและเปิดประตูให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดที่เคยเข้าถึงยาก
ตลาด 4 ล้านล้านดอลลาร์รออยู่
แม้ Starwood จะยังขยับตัวไม่ได้เต็มที่ แต่ก็มีบริษัทอื่นเริ่มนำร่องไปบ้างแล้ว เช่น Propy ที่วางแผนขยายกิจการมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อบริษัทโอนกรรมสิทธิ์ขนาดกลางทั่วสหรัฐฯ หวังปรับกระบวนการทำงานให้ทันสมัย
สอดคล้องกับรายงานจากยักษ์ใหญ่ด้านที่ปรึกษาอย่าง Deloitte ที่คาดการณ์ว่ามูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนจะพุ่งสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่า 0.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้น (CAGR) ที่น่าทึ่งถึง 27% โดย Deloitte มองว่าสิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างตลาดใหม่ แต่ยังช่วยแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและค่าธรรมเนียมบริหารจัดการที่สูงลิ่ว
เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่โลกต้องตามให้ทัน
สเติร์นลิกต์ดูเหมือนจะมองเห็นภาพเดียวกัน โดยเขายกย่องศักยภาพของเทคโนโลยีเบื้องหลังอย่างบล็อกเชนว่า “เทคโนโลยีนี้มันเหนือชั้นกว่า นี่คืออนาคต”
เขายังเปรียบเทียบสถานะปัจจุบันของ Tokenization กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมองว่า Tokenization ในโลกกายภาพนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นยิ่งกว่า AI เสียอีก “มันน่าตื่นเต้นสุดๆ มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับโลกใบนี้ โลกแค่ต้องตามมันให้ทันเท่านั้นเอง”
อุปสรรคสำคัญที่สุดของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับสินทรัพย์ในโลกจริงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของกฎหมายที่ยังปรับตัวไม่ทัน การที่มหาเศรษฐีระดับนี้ออกมาเรียกร้องน่าจะเป็นแรงกดดันที่ดีให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งพิจารณา หากกำแพงกฎหมายถูกทลายลงเมื่อไหร่ เม็ดเงินมหาศาลจากโลกการเงินดั้งเดิมจะไหลบ่าเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็วชนิดที่คาดไม่ถึง
ที่มา: coindesk

