สรุปข่าว
- Bitcoin กำลังจะปิดแท่งราคาลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งเป็นสถิติขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบหลายปีนับตั้งแต่ช่วงปี 2018
- ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าหลังจากช่วงที่ราคาปิดลบต่อเนื่องยาวนาน มักตามมาด้วยการพุ่งขึ้นของราคาอย่างรุนแรงในระดับที่มากกว่า 300%
- นักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนี RSI รายเดือนลงมาแตะจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวที่รวดเร็วคล้ายกับปี 2020
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
แม้ตัวเลขรายเดือนจะดูย่ำแย่แต่การที่อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคลงมาแตะระดับต่ำสุดในเชิงประวัติศาสตร์ประกอบกับสถิติการดีดตัวกลับที่รุนแรงหลังผ่านช่วงวิกฤต เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เชื่อว่าตลาดกำลังใกล้ถึงจุดต่ำสุดและพร้อมจะกลับตัวเป็นขาขึ้นในระยะเวลาอันใกล้
สถานการณ์ของ Bitcoin ในขณะนี้กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ หลังจากราคามีแนวโน้มจะปิดแท่งราคาเดือนที่ 5 เป็นสีแดงติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018 อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขที่ดูย่ำแย่ นักวิเคราะห์บางส่วนกลับมองเห็นสัญญาณว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของราคาอาจกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ

หากอ้างอิงข้อมูลทางสถิติจาก CoinGlass จะพบว่าในเดือนนี้ Bitcoin ปรับตัวลดลงมาแล้วกว่า 15% หลังจากที่ปิดลบต่อเนื่องมาตลอด 4 เดือนก่อนหน้า ซึ่งปรากฏการณ์ “แท่งแดง 5 เดือนติด” เคยเกิดขึ้นล่าสุดในช่วงปี 2018 ถึง 2019 อันเป็นช่วงที่ตลาดเข้าสู่สภาวะหมีอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤตดังกล่าวไปได้ Bitcoin กลับสร้างผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 316% ภายในเวลาเพียง 5 เดือนถัดมา ทำให้นักวิเคราะห์จาก Milk Road คาดการณ์ว่าหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม เราอาจได้เห็นการกลับตัวของราคาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลรายเดือนจะส่งสัญญาณบวกในอนาคต แต่หากพิจารณาข้อมูลรายไตรมาสประกอบจะพบภาพที่น่าระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากในปี 2022 Bitcoin เคยปิดลบติดต่อกันถึง 4 ไตรมาส จนราคาร่วงลงรวมกว่า 64% ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนกังวลว่าปี 2026 นี้อาจเดินตามรอยความโหดร้ายของตลาดหมีในปี 2022 และอาจส่งผลให้ราคาไหลลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดในรอบ 15 เดือนที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้หากแรงซื้อยังไม่กลับมา

ในอีกด้านหนึ่ง Sykodelic นักวิเคราะห์ระกลับโต้แย้งว่า สภาวะตลาดรอบนี้มีความแตกต่างในเชิงโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง โดยชี้ให้เห็นว่าดัชนี RSI รายเดือนได้ลงมาแตะระดับต่ำสุดเท่ากับช่วงปี 2015 และ 2018 เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เขายังระบุว่าตลาดรอบนี้ไม่มีสภาวะการซื้อที่มากเกินไป (Overbought) ในช่วงขาขึ้นที่ผ่านมา ทำให้การปรับฐานรอบนี้อาจไม่รุนแรงเท่าในอดีตและมีลักษณะคล้ายกับช่วงปี 2020 มากกว่า ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวที่กำลังจะเกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับเหล่านักเทรดที่มัวแต่รอรับของอยู่ที่ราคาต่ำจนเกินไป
ที่มา: cointelegraph
สถิติการปิดลบ 5 เดือนติดเปรียบเสมือนจุดวัดใจของตลาด เพราะในทางหนึ่งมันคือแรงขายที่กดดันมาอย่างยาวนาน แต่อีกทางหนึ่งมันคือสัญญาณว่าแรงขายเริ่มเข้าใกล้จุดอิ่มตัวแล้ว การที่ RSI ลงมาแตะระดับต่ำสุดในเชิงประวัติศาสตร์ถือเป็นลายแทงสำคัญที่บอกว่าสินทรัพย์อยู่ในราคาที่ถูกมากเกินไป แม้ความเสี่ยงที่จะไหลลงหา 60,000 ดอลลาร์จะยังมีอยู่ แต่การรอคอยสัญญาณกลับตัวในช่วงต้นเดือนเมษายนตามสถิติก็นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตามองและคุ้มค่าต่อการเฝ้าระวัง

