วิกฤตเงินเรียลพังหนัก ชาวอิหร่านหันซื้อ Bitcoin หนีเงินเฟ้อคล้ายเลบานอน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เงินเรียลของอิหร่านร่วงลงอย่างหนัก ชนชั้นกลางหันไปซื้อ Bitcoin เพื่อป้องกันความมั่งคั่งจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูง คล้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเลบานอน
  • ประชาชนหลีกเลี่ยงธนาคารท้องถิ่น โดยเคลื่อนย้ายเงินหลายพันล้านเข้าสู่ระบบคริปโตภายในประเทศ เพื่อรักษามูลค่าของเงินออมไว้
  • สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในประเทศที่เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง และอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นที่มีปัญหาคล้ายกันหันมาใช้คริปโตมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

แม้ว่าการที่ประชาชนในประเทศที่เผชิญวิกฤตหันมาใช้ Bitcoin จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับการยอมรับในระยะยาว แต่ตลาดคริปโตของอิหร่านมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตลาดโลก และเป็นแนวโน้มที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ การเคลื่อนไหวเงินทุนในระดับหลายพันล้านในตลาดท้องถิ่นยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางตลาดโลก

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 CoinDesk รายงานว่าวิกฤตเงินเรียลของอิหร่านที่พังทลายลงอย่างรุนแรง กำลังผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ Bitcoin เป็นทางเลือกในการปกป้องความมั่งคั่ง โดยสถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในเลบานอน ชนชั้นกลางชาวอิหร่านกำลังหลีกเลี่ยงการใช้บริการธนาคารท้องถิ่น และเคลื่อนย้ายเงินออมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบคริปโตภายในประเทศแทน เพื่อรักษาคุณค่าของเงินออมที่กำลังถูกกัดกร่อนจากภาวะเงินเฟ้อ

Bitcoin กลายเป็นทางรอดของชนชั้นกลาง

การร่วงลงของเงินเรียลในช่วงที่ผ่านมาทำให้ประชาชนอิหร่านสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่มีเงินออมจำนวนมาก พวกเขาต้องการหาทางป้องกันความมั่งคั่งจากการสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว Bitcoin จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถซื้อขายได้ง่ายในตลาดท้องถิ่น และไม่ต้องพึ่งพาระบบธนาคารที่มีข้อจำกัดมากมาย

การเคลื่อนย้ายเงินเข้าสู่คริปโตเกิดขึ้นผ่านตลาดแลกเปลี่ยนท้องถิ่นและช่องทางการซื้อขาย peer-to-peer ที่มีการใช้งานแพร่หลายในอิหร่าน แม้ว่ารัฐบาลจะมีการควบคุมและจำกัดกิจกรรมคริปโตในบางช่วงเวลา แต่ความต้องการจากประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพย์สินของตนเองก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เลบานอนเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาก่อน

สถานการณ์ในอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับที่เกิดขึ้นในเลบานอน ซึ่งประสบปัญหาวิกฤตเงินเฟ้อและระบบธนาคารล้มเหลวอย่างหนัก ประชาชนในเลบานอนได้หันมาพึ่งพา Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ เพื่อรักษามูลค่าความมั่งคั่งและทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน โดยตลาดคริปโตท้องถิ่นขยายตัวอย่างมากในช่วงที่วิกฤตทวีความรุนแรง

กรณีของทั้งสองประเทศแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของ Bitcoin ในการเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge) ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสูง โดยเฉพาะในประเทศที่ระบบธนาคารและสกุลเงินท้องถิ่นไม่มีเสถียรภาพ ทำให้ Bitcoin กลายเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับการเก็บรักษามูลค่าในระยะยาว

ผลกระทบต่อการยอมรับคริปโตในระดับโลก

แม้ว่าตลาดคริปโตของอิหร่านจะมีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดโลก แต่สถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันเชิงมหภาคที่สำคัญต่อการยอมรับคริปโตในประเทศที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เมื่อมีประเทศมากขึ้นที่เผชิญกับเงินเฟ้อสูงและระบบการเงินที่ไม่มั่นคง ก็มีโอกาสที่ประชาชนในประเทศเหล่านั้นจะหันมาใช้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ มากขึ้นเช่นกัน

การเติบโตของการใช้งานคริปโตในประเทศที่เผชิญวิกฤตจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการยอมรับในระยะยาวของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก และอาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับคริปโตในประเทศเหล่านี้มากขึ้นในอนาคต

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ราคา Bitcoin ในอิหร่านพุ่งทะลุ 1,000,000 บาทหลังรัฐบาลเตรียมเลิกใช้เงินเรียลเพราะภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาเงินเฟ้อในอิหร่านเป็นประเด็นที่ดำเนินมายาวนานแล้ว นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านยังมีนโยบายที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการขุดคริปโต โดยเคยมีการมอบเงินรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสคนลักลอบขุดคริปโตและเพิ่มบทลงโทษสำหรับนักขุดที่ใช้พลังงานจากเงินอุดหนุนของรัฐ ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้ใช้ Bitcoin ที่ได้จากการขุดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ในอิหร่านสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยปกป้องความมั่งคั่งในยามวิกฤต แม้ว่าจะไม่ใช่ปัจจัยที่จะส่งผลต่อราคาในระยะสั้น แต่เรื่องราวแบบนี้ช่วยเสริมสร้างการยอมรับและความเข้าใจในบทบาทของ Bitcoin ในระยะยาว โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศที่มีระบบการเงินไม่เสถียร ผมคิดว่าเราจะเห็นแนวโน้มนี้มากขึ้นในอนาคต เมื่อเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ สิ่งที่ต้องจับตาคือว่ารัฐบาลของประเทศเหล่านี้จะมีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อการเข้าถึงและการใช้งาน Bitcoin ของประชาชนได้