เสียวสันหลัง! อดีตผู้บริหาร Mt.Gox เตือน Bitcoin ไม่มีทางกันควอนตัมได้ 100%

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mark Karpelès อดีต CEO ของ Mt.Gox เตือนว่าการอัปเกรด Bitcoin ให้กันภัยจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้ 100% นั้นเป็นไปไม่ได้ 
  • จุดอ่อนของ Bitcoin ไม่ได้อยู่ที่ระบบขุด SHA-256 แต่อยู่ที่ลายเซ็นดิจิทัล ECDSA ที่ใช้ในการอนุมัติธุรกรรม
  • ชุมชนจะต้องเลือกว่าจะขัดกับอุดมการณ์ความอิสระของ Bitcoin หรือจะปล่อยให้เหรียญถูกขโมยไปดื้อๆ

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Mark Karpelès อดีตหัวเรือใหญ่แห่ง Mt.Gox ออกมาเตือนสติชาวคริปโตว่า ความหวังที่จะอัปเกรดเครือข่าย Bitcoin ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามของควอนตัมคอมพิวเตอร์ 100% เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะจุดอ่อนไม่ใช่ระบบเข้ารหัสพื้นฐาน SHA-256 แต่เป็นลายเซ็นดิจิทัล ECDSA ซึ่งควอนตัมสามารถเจาะรหัสย้อนกลับเพื่อขโมย Private Key ได้ 

Mark Karpelès อดีต CEO ของเว็บเทรดที่ล่มสลายไปแล้วอย่าง Mt.Gox ได้ส่งคำเตือนถึงนักลงทุนคริปโตว่าการอัปเกรด Bitcoin ให้ป้องกันภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้ 100% นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

เพราะการจะผลักดันให้ทุกคนในระบบนิเวศเห็นพ้องต้องกันและร่วมใจอัปเกรดโค้ดเพื่อให้ Bitcoin ต้านทานควอนตัม ต้องกินเวลายาวนานหลายปี ความวุ่นวายระดับโครงสร้างและความซับซ้อนในขั้นตอนปฏิบัติแบบหนักหนาสาหัสสากัน จนเขาขนานนามสิ่งนี้ว่า มันคือ “ฝันร้ายด้านการจัดการ” ที่ชุมชนคริปโตต้องเผชิญ

เมื่อไม่นานมานี้ Elon Musk ถามกับ Grok AI ว่าโอกาสที่ ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะถอดรหัส SHA-256 ของ Bitcoin ได้ภายในปี 2035 มีเท่าไร Grok ตอบว่าโอกาสน้อยกว่า 10% และสรุปว่า Bitcoin ยังปลอดภัย “อย่างน้อยก็ในตอนนี้” แต่ Karpelès กลับมองว่า Grok AI กำลังโฟกัสผิดจุด 

ถึงแม้โค้ด SHA-256 ที่ใช้ในการขุดจะแข็งแกร่งมากที่จะกันควอนตัมได้แต่ “ลายเซ็นดิจิทัล” ที่ใช้ในการอนุมัติธุรกรรม หรือ ECDSA (sekp256k1) กลับไม่ได้แกร่งเหมือนกับ SHA-256 และมีจุดอ่อน

Karpelès ระบุว่า หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมแกร่งพอ ในทางทฤษฏีแล้วมันจะสามารถถอดรหัส Private key ของผู้ใช้ย้อนกลับจาก Public key ที่ถูกเปิดเผยออกมาได้ ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถปลอมแปลงลายเซ็นดิจิทัลและขโมยเงินออกไป

แม้นักพัฒนาจะสามารถป้องกันภัยรูปแบบนี้ผ่านการ soft fork  แต่การปล่อยโค้ดอัปเกรดใหม่เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของภาพรวมทั้งหมด เพราะฝันร้ายของจริงจะเกิดขึ้นเมื่อทุกคนที่ใช้ Bitcoin จะต้องทำการย้ายไประบบใหม่ที่ปลอดภัยจากควอนตัม 

ด้วยเหตุนี้เอง Karpelès จึงมองว่าไม่มีทางที่ Bitcoin จะสามารถป้องกันภัยจากควอนตัมได้ 100% และจะต้องมีผู้ที่ได้รับผลกระทบหลงเหลืออยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอดเดรส Bitcoin ยุคแรกที่เจ้าของทำรหัสหายหรือเสียชีวิตไปแล้วเพราะแอดเดรสเหล่านี้จะไม่มีใครสามารถล็อกอินเข้าไปกดย้ายหนีไปยังกระเป๋าที่ปลอดภัยจากควอนตัมได้เลย และต้องนอนเป็นเป้านิ่งรอวันถูกควอนตัมฉก Bitcoin ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น ชุมชนชาว Bitcoin จะมีเพียงแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นในการจัดการกับเหรียญที่มีปัญหา อย่างเหรียญของซาโตชิ ว่าจะทำการล็อกเหรียญตระบัดสัตย์ต่อแนวคิดตนเอง หรือจะยอมปล่อยให้เหรียญจำนวนมากนี้ถูกขโมยออกไปฟรีๆ และให้ตลาดชดใช้กรรม

ที่มา: u.today


มุมมองผู้เขียน : หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงในอนาคต Bitcoin อาจต้องเจอกับ วิกฤตทางความเชื่อครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เราจะยอมละทิ้งกฎเหล็กเรื่องการห้ามแทรกแซงเครือข่ายเพื่อเซฟตลาด หรือจะยอมกอดความเชื่อเดิมไว้แล้วมองดูตลาดล่มสลาย