สรุปข่าว
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศร่างกฎหมายใหม่ สั่งยกเลิกการใช้ “ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง” เป็นข้ออ้างในการกำกับดูแลธนาคารอย่างเป็นทางการ
- กฎหมายใหม่ระบุชัด ห้ามหน่วยงานกำกับดูแล กดดันธนาคารให้ปฏิเสธลูกค้าที่ทำธุรกิจถูกกฎหมาย เพียงเพราะประเด็นด้านภาพลักษณ์ ความเชื่อ หรือความเห็นต่างทางการเมือง
- ความเคลื่อนไหวนี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของวงการคริปโตที่เผชิญปัญหาการถูกตัดขาดจากระบบธนาคารมาอย่างยาวนาน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การยกเลิกเกณฑ์ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง เปรียบเสมือนการทลายกำแพงเหล็กที่กั้นระหว่างโลกคริปโตและระบบธนาคารดั้งเดิม เมื่อสถาบันการเงินไม่ต้องกังวลกับการถูกลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแล เนื่องจาก “ภาพลักษณ์” ของลูกค้า เราจะได้เห็นเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบฝาก-ถอนที่สะดวกกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคา Bitcoin และเหรียญหลักอื่นๆ ในระยะยาว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เผยแพร่ร่างกฎเกณฑ์ใหม่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ในการยกเลิกคำว่า “ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง” ออกจากกระบวนการกำกับดูแลสถาบันการเงิน
การเคลื่อนไหวนี้เพื่อยุติปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐ ใช้เหตุผลด้านภาพลักษณ์มากดดันธนาคาร ให้ปฏิเสธการให้บริการแก่ธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
ห้ามใช้เหตุผล “ภาพลักษณ์เสีย” กีดกันธุรกิจคริปโต
สาระสำคัญของร่างกฎฉบับนี้คือ การสั่งห้ามเจ้าหน้าที่กำกับดูแลใช้ดุลยพินิจส่วนตัวเรื่องความเหมาะสม หรือชื่อเสียงมากดดันให้ธนาคารปิดบัญชีลูกค้า
Michelle Bowman รองประธานฝ่ายกำกับดูแลธนาคารของเฟดระบุชัดเจนว่า ที่ผ่านมาเกิดกรณีที่น่ากังวลของการไล่ปิดบัญชีโดยใช้เหตุผลเรื่องชื่อเสียงมาบังหน้า เพื่อกีดกันกลุ่มคนที่มีความเชื่อต่างกัน หรือธุรกิจที่ถูกกฎหมายแต่ไม่เป็นที่นิยมของสังคมในขณะนั้น ซึ่ง Michelle Bowman ยืนยันว่า แนวทางเหลวไหลเช่นนี้ไม่ควรอยู่ในนโยบายของ Fed อีกต่อไป
3 หน่วยงานใหญ่ร่วมมือยุติยุคมืดไล่ปิดบัญชี
การตัดสินใจของ Fed ในครั้งนี้ ทำให้สถาบันกำกับดูแลหลักทั้ง 3 แห่งของสหรัฐฯ เดินไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Office of the Comptroller of the Currency (OCC) และ Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) ได้ประกาศเริ่มกระบวนการยกเลิกเกณฑ์นี้ไปก่อนหน้าแล้ว
การที่หน่วยงานหลักทั้งสามเห็นพ้องต้องกัน เท่ากับเป็นการปิดตำนานความคลุมเครือที่บริษัทคริปโตจำนวนมากเคยถูกธนาคารปฏิเสธการเปิดบัญชี หรือจู่ๆ ก็ถูกสั่งปิดบัญชีอย่างไร้สาเหตุ เพียงเพราะธนาคารกลัวว่า ภาพลักษณ์ของคริปโตจะทำให้หน่วยงานกำกับดูแลไม่พอใจ
ความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
ร่างกฎหมายฉบับนี้ กำลังเข้าสู่ช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่จะประกาศใช้จริง ซึ่งหากผ่านกระบวนการนี้ไปได้ จะถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ช่วยปลดล็อกอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ อย่างมหาศาล
โดยจะสร้างแรงบวกใน 3 ด้านหลัก คือ ธนาคารจะมีความกล้ามากขึ้น เพราะไม่ต้องคอยกังวลว่า จะถูกหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Fed เพ่งเล็งเมื่อรับบริษัทคริปโตเป็นลูกค้า ส่งผลให้ การเข้าถึงสภาพคล่อง ระหว่างเงินดอลลาร์และคริปโตทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องความโปร่งใส เพราะต่อจากนี้ธนาคารจะปฏิเสธลูกค้ากลุ่มคริปโตตามอำเภอใจไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องตัดสินจากความเสี่ยงทางการเงินจริง ๆ เท่านั้น ซึ่งจะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ที่ยุติธรรมและเอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมทางการเงินในระยะยาว
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ในที่สุดยุคที่หน่วยงานรัฐใช้ “ความรู้สึก” มาเป็นกฎหมายก็กำลังจะจบลง การถอดเกณฑ์ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงคือการคืนอิสระให้ธนาคารได้ทำหน้าที่ตามหลักการพาณิชย์จริงๆ

