สรุปข่าว
- Elon Musk กำหนดเงื่อนไขให้ธนาคารและที่ปรึกษาวอลล์สตรีทที่ต้องการรับงาน IPO ของ SpaceX ต้องซื้อ subscription ของ Grok AI ก่อน ตามรายงานของ New York Times เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569
- แบงก์บางรายยอมตกลงจ่ายเงินหลักสิบล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อใช้ Grok และเริ่มนำมาผสานเข้าระบบภายในแล้ว โดย SpaceX ตั้งเป้าระดมทุนสูงสุด $7.5 หมื่นล้านในการ IPO ครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็น IPO ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
- การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนกลยุทธ์ของ Musk ที่ต้องการผนวก xAI และ Grok เข้ากับมูลค่าโดยรวมของ SpaceX เพื่อดันราคาหุ้นตอน IPO ให้สูงที่สุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโตโดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นว่า Grok และ xAI กำลังถูกผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของ narrative ใหญ่ควบคู่กับ SpaceX ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจนักลงทุนในกลุ่ม AI และ tech มากขึ้น แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อราคาคริปโตในทันที
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก CoinDesk ซึ่งอ้างอิง New York Times ระบุว่า Elon Musk กำลังกำหนดเงื่อนไขแปลกให้กับธนาคารและที่ปรึกษาวอลล์สตรีทที่ต้องการมีส่วนร่วมในการนำ SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดย Musk กำหนดให้ทุกฝ่ายต้องสมัคร subscription ของ Grok ซึ่งเป็น AI chatbot ของบริษัท xAI ที่เขาก่อตั้ง แบงก์บางรายยอมตกลงจ่ายเงินหลักสิบล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับ subscription ดังกล่าว และเริ่มนำ Grok ไปผสานเข้าระบบภายในองค์กรแล้ว นอกจากนี้ Musk ยังเคยร้องขอให้แบงก์เหล่านี้ซื้อโฆษณาบน X (เดิมชื่อ Twitter) ด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะยืดหยุ่นกับข้อเรียกร้องนี้มากกว่า
กลยุทธ์ผนวก Grok เข้า IPO SpaceX ดันมูลค่าให้สูงสุด
การที่ Musk กำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 SpaceX ได้ควบรวมกิจการกับ xAI เรียบร้อยแล้ว โดยมูลค่ารวมของทั้งสองบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ กลยุทธ์ของ Musk คือการนำเสนอ SpaceX ในฐานะบริษัทที่ผสมผสานธุรกิจอวกาศกับโครงสร้างพื้นฐาน AI เข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการ “สตอรี่ใหญ่” และผลักดันให้มูลค่าตอน IPO สูงที่สุด บางรายงานระบุว่า SpaceX ตั้งเป้าระดมทุนสูงสุดถึง $7.5 หมื่นล้าน ซึ่งจะทำให้นี่เป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Saudi Aramco ที่เคยระดมทุนได้ $2.9 หมื่นล้านเมื่อปี 2562 ขณะที่มูลค่าเป้าหมายของ SpaceX อยู่ที่กว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์
SpaceX ยื่นแบบคำขอ IPO แบบลับต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะนำหุ้นเข้าตลาดในเดือนมิถุนายน 2569 โดยแบงก์ที่รายงานระบุว่าเป็นผู้นำในการจัดการ IPO ครั้งนี้ ได้แก่ Morgan Stanley, Goldman Sachs, JPMorgan Chase, Bank of America และ Citigroup ส่วนสำนักงานกฎหมาย Gibson Dunn และ Davis Polk ก็เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายด้วยเช่นกัน
Grok คืออะไร และทำไมแบงก์ต้องยอมจ่าย
Grok คือ AI chatbot ที่พัฒนาโดย xAI บริษัท AI ของ Elon Musk จุดเด่นของ Grok อยู่ที่สไตล์การสนทนาที่ตรงไปตรงมาและมีอารมณ์ขัน รวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบ real-time จากแพลตฟอร์ม X ได้ ราคา subscription ปัจจุบันของ Grok Business อยู่ที่ $30 ต่อที่นั่งต่อเดือน ส่วน SuperGrok Heavy สำหรับองค์กรอยู่ที่ $300 ต่อที่นั่งต่อเดือน ซึ่งสำหรับธนาคารขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลักพัน ตัวเลขนี้สามารถรวมเป็นหลักสิบล้านดอลลาร์ต่อปีได้ไม่ยาก
คำถามที่น่าคิดคือ แบงก์เหล่านี้ยอมเพราะอยากได้งาน IPO หรือเพราะ Grok มีคุณค่าทางธุรกิจจริง งาน IPO ขนาดนี้จะสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมมหาศาลให้กับแบงก์ที่รับงาน ดังนั้นการจ่ายเงินสิบล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อ Grok จึงถือว่าเป็น “ค่าเข้าประตู” ที่หลายรายยอมจ่าย ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Elon Musk ทุ่มโปรเจกต์ใหม่ให้ AI Grok คุมคอมพิวเตอร์ทำงานแทนทีมซอฟต์แวร์ทั้งบริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Musk กำลังผลักดัน Grok ให้เข้าสู่ทุกมิติของธุรกิจอย่างจริงจัง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้มันแปลกแต่ก็เข้าใจตรรกะของ Musk ได้ไม่ยาก เขาไม่ได้แค่อยากขาย Grok แต่กำลังสร้างหลักฐานให้นักลงทุนเห็นว่า Grok มีลูกค้าองค์กรรายใหญ่จริง ก่อน IPO จะยิ่งทำให้ story ของ SpaceX-xAI น่าเชื่อถือขึ้น แต่ก็ต้องจับตาดูว่าแบงก์พวกนี้ใช้ Grok จริงหรือแค่ซื้อเพื่อให้ได้งาน เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง มันก็แค่ตัวเลขที่ดูดีบนกระดาษ ไม่ใช่การเติบโตของธุรกิจที่แท้จริง
ที่มา: @CoinDesk
เครดิตภาพจาก @nrgatomik
