Ethereum ร่วงหลุด $1,821 เข้าสู่โซนราคาต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum ร่วงหลุดระดับ $1,821 ในวันที่ 24 ก.พ. 2569 ทำจุดต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์ ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $1,819 ลดลง 1.75%
  • แรงขายทำลายแนวรับสำคัญที่ 6 ก.พ. พร้อมสัญญาณ capitulation จากปริมาณการซื้อขายที่พุ่งแตะ $2.256 หมื่นล้าน
  • ETH ร่วงต่อเนื่อง 38% ในรอบ 3 สัปดาห์ หลังพุ่งแตะ $3,021 เมื่อปลายมกราคม สะท้อนแรงเทขายในตลาดคริปโตทั้งหมด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การหลุดแนวรับสำคัญที่ $1,821 เป็นสัญญาณเชิงลบอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ ETH ทดสอบโซนราคาต่ำกว่า $1,800 ที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ต้นปี 2569 แรงขายแบบ capitulation พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังตื่นตระหนกและยอมขาดทุนออกจากตลาด

ราคา Ethereum ร่วงหลุดระดับ $1,821 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทำจุดต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์ ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $1,819.29 ลดลง 1.75% โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ETH แกว่งตัวระหว่าง $1,845.25 ถึง $1,930.83 ร่วงลง 3.40% พร้อมปริมาณการซื้อขายพุ่งแตะ $2.256 หมื่นล้าน สะท้อนแรงเทขายที่รุนแรง

ETH price chart 24h

การทำลายแนวรับที่ $1,821 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ถือเป็นสัญญาณเชิงลบสำคัญ เปิดโอกาสให้ราคาทดสอบโซนต่ำกว่า $1,800 ที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ต้นปี 2569 Market Cap ของ ETH ปัจจุบันอยู่ที่ $2.2492 แสนล้าน หดตัวลงอย่างมากจากช่วงจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2568 ที่เคยพุ่งใกล้ $4,800

สภาพแวดล้อมมหภาคที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

แรงกดดันต่อ Ethereum และตลาดคริปโตในวงกว้างสะท้อนสภาพแวดล้อมมหภาคที่ท้าทายสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงรักษาดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูง เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่กลับสู่เป้าหมาย นโยบาย “higher for longer” ทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินตึงตัว นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสูง แทนที่จะเสี่ยงกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ความแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงกดดันสินทรัพย์ที่มีราคาเป็นดอลลาร์ รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อนักลงทุนทั่วโลกมองหาความปลอดภัยในสกุลเงินสำรองโลก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกยังคงสูง ทำให้ความเต็มใจเสี่ยง (risk appetite) ลดลงอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณจากออนเชนและตลาดอนุพันธ์

ข้อมูลออนเชนชี้ให้เห็นสัญญาณที่น่ากังวล การไหลเข้าของ ETH สู่เว็บกระดานเทรดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่านักลงทุนกำลังย้าย ETH เข้าไปเพื่อเตรียมขาย พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเข้าสู่โซน capitulation ที่นักลงทุนยอมขาดทุนออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนมากขึ้น

ในตลาดฟิวเจอร์ funding rate ของ ETH ติดลบต่อเนื่อง สะท้อนว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่เปิดสถานะ short มากกว่า long อย่างชัดเจน Open Interest หรือมูลค่าสัญญาฟิวเจอร์ที่เปิดค้างอยู่ลดลง แสดงว่ามีการปิดสถานะและล้างพอร์ตเกิดขึ้นอย่างมาก ปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นแตะ $2.256 หมื่นล้านในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้การเทขายแบบตื่นตระหนก

แรงขายจากเจ้ามือและสถาบัน

กิจกรรมของกระเป๋าเจ้ามือ (เจ้ามือ wallets) ที่ถือ ETH จำนวนมากแสดงสัญญาณผสม บางกระเป๋าเริ่มกระจายการถือครองออกจาก ETH ไปยังสินทรัพย์อื่น ในขณะที่บางกระเป๋ายังคงถือครองต่อ การที่ราคาร่วงลงอย่างต่อเนื่องแม้ไม่มีข่าวลบเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ Ethereum บ่งชี้ว่าเป็นแรงขายจากภาพรวมตลาดคริปโตมากกว่าปัญหาเฉพาะของ ETH

มองย้อนรูปแบบการร่วงในอดีต

รูปแบบการร่วงราคาของ Ethereum ในรอบนี้มีความคล้ายคลึงกับช่วงตลาดขาลง (bear market) ในอดีต โดยเฉพาะช่วงปี 2022 ที่ ETH ร่วงจากจุดสูงสุดกว่า $4,800 ลงมาแตะต่ำสุดที่ประมาณ $880 สูญเสียมูลค่ากว่า 80% ในช่วงนั้น การร่วงลงเกิดจากการผสมผสานระหว่างนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางและความไม่มั่นใจในตลาดคริปโต

ในรอบนี้ ETH ร่วงลงมากกว่า 60% จากจุดสูงสุดที่ใกล้ $4,800 เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาดิ่งลง 38% จาก $3,021 มาแตะ $1,819 ความรวดเร็วของการร่วงในครั้งนี้คล้ายกับช่วง capitulation ในตลาดขาลงครั้งก่อน ๆ ที่แรงขายถึงจุดสุดยอดก่อนที่ตลาดจะเริ่มหาจุดหยุดพักหรือกลับตัว

บทเรียนจากวัฏจักรก่อนหน้า

ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าช่วง capitulation มักเป็นช่วงที่นักลงทุนระยะยาวมองหาโอกาสสะสม แต่การจับจังหวะจุดต่ำสุดนั้นยากมาก ในตลาดขาลงปี 2022 หลังจาก ETH หลุด $2,000 ราคายังคงร่วงต่อเนื่องอีกหลายเดือนก่อนจะหาจุดต่ำสุดจริง ๆ ที่ประมาณ $880 นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่าการพยายามซื้อในช่วงที่ตลาดยังไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจนอาจเสี่ยงต่อการขาดทุนเพิ่มเติม

สิ่งที่แตกต่างในรอบนี้คือ Ethereum มีการพัฒนาระบบนิเวศที่แข็งแกร่งขึ้นมาก มี Layer 2 หลายโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และมีการนำไปใช้งานจริงในหลายภาคส่วน แต่ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะต้านทานแรงกดดันจากมหภาคได้ในระยะสั้น


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการหลุดแนวรับ $1,821 ในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าตลาด ETH ยังไม่มีแรงซื้อที่เข้ามารองรับในระดับราคานี้ ปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นแต่ราคายังคงร่วงต่อเนื่องบ่งชี้ว่ามีการเทขายอย่างหนัก นักลงทุนหลายรายอาจกำลังยอมรับความจริงว่าตลาดคริปโตยังต้องเผชิญแรงกดดันอีกระยะหนึ่ง

สิ่งที่ต้องจับตามองในช่วงนี้คือว่า ETH จะสามารถหยุดการร่วงได้ที่ระดับไหน ถ้าราคาหลุดต่ำกว่า $1,800 อย่างชัดเจน อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนที่ตั้ง stop loss ไว้ใกล้ ๆ กัน ซึ่งจะทำให้ราคาร่วงลงได้อีก แต่ถ้ามีแรงซื้อเข้ามารองรับและราคาดีดกลับขึ้นไปเหนือ $1,900 ได้ อาจเป็นสัญญาณว่าจุดต่ำสุดในระยะสั้นเกิดขึ้นแล้ว

สำหรับคนที่สนใจ Ethereum ในระยะยาว ผมคิดว่าช่วงนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการบริหารความเสี่ยง การลงทุนในคริปโตต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนสูงและการร่วงหนักแบบนี้ได้เสมอ ไม่ควรลงทุนด้วยเงินที่ต้องใช้ในระยะสั้นหรือเงินกู้ยืม และควรกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วย ตลาดคริปโตมีวัฏจักรขาขึ้นและขาลงสลับกันเสมอ แต่การรอดพ้นช่วงตลาดขาลงต้องอาศัยการวางแผนและความอดทนเป็นอย่างมาก

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน