สรุปข่าว
- อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านคงที่ 30 ปีของสหรัฐฯ ลดลงแตะ 5.99% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022
- สาเหตุหลักเกิดจากนักลงทุนเทขายหุ้นและหนีเข้าตลาดพันธบัตร ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี ตัวเลข GDP ที่อ่อนแอ และเงินเฟ้อที่ชะลอตัว
- ยอดคำขอรีไฟแนนซ์บ้านพุ่งขึ้น 130% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง
แนวโน้มผลกระทบต่อเศรษฐกิจ Bullish
การลดลงของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคผ่านการรีไฟแนนซ์ ซึ่งเม็ดเงินที่เหลือจากการผ่อนบ้านจะถูกนำกลับไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้เป็นอย่างดี
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบคงที่ 30 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.99% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 อ้างอิงจากข้อมูลของ Mortgage News Daily
การร่วงลงของอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้น ซึ่งกดดันให้นักลงทุนต้องเร่งโยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตลาดพันธบัตร เมื่อมีความต้องการซื้อพันธบัตรสูงขึ้น อัตราผลตอบแทน (Yield) จึงปรับตัวลดลง และฉุดให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านร่วงลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากย้อนกลับไปในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อัตราดอกเบี้ยนี้ยังพุ่งสูงถึง 6.89%
ปัจจัยหลักที่กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรร่วงลง มาจากความกังวลระลอกใหม่เกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษี สภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลง รวมถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ประจำวันศุกร์ที่ผ่านมา แมทธิว เกรแฮม (Matthew Graham) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Mortgage News Daily ให้ความเห็นว่า สภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันดูมีเสถียรภาพและยั่งยืนกว่าช่วงที่ดอกเบี้ยเคยแฉลบลงไปแตะระดับ 5% สั้น ๆ เมื่อเดือนมกราคม
“การที่ดอกเบี้ยลงมาป้วนเปี้ยนในกรอบปลาย 5% รอบนี้ดูมีน้ำหนักมากขึ้น ตราบใดที่ตลาดพันธบัตรในภาพรวมไม่ได้เผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรง โอกาสที่ดอกเบี้ยบ้านจะทรงตัวอยู่ใกล้ระดับปัจจุบันก็มีสูงกว่ารอบก่อน และหากทิศทางตลาดพันธบัตรดีขึ้นไปอีก (เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรุ่น 10 ปีร่วงหลุด 4.0%) เราก็อาจได้เห็นดอกเบี้ยบ้านค่อย ๆ ปรับลดลงไปได้อีก” เกรแฮมกล่าวเสริม
สอดคล้องกับข้อมูลจากสมาคมนายธนาคารเพื่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA) ที่ระบุว่า ยอดคำขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านพุ่งทะยานขึ้นถึง 130% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งการที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้กิจกรรมการรีไฟแนนซ์คึกคักมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวมาแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่มา: yahoo
การร่วงลงของดอกเบี้ยบ้านในรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของภาคอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุน ในระดับมหภาค เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรร่วงลงและตลาดหุ้นเผชิญแรงเทขายจากความกังวลเรื่องภาษี เม็ดเงินย่อมมองหาที่หลบภัยใหม่
สำหรับการวางแผนเส้นทางอิสรภาพทางการเงินระยะยาว หรือการตั้งเป้าหมายเกษียณอายุให้ได้ตามแผนที่วางไว้ตอนอายุ 55 ปี การจับตาดูทิศทางดอกเบี้ยเหล่านี้คือหัวใจสำคัญ ต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำลงมักจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอยรุนแรง ซึ่งในท้ายที่สุด สภาพคล่องเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะไหลกลับเข้าสู่ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 อีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ในขณะเดียวกัน ความผันผวนของทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในจังหวะนี้ ก็จะยิ่งสร้างกรอบการแกว่งตัวที่กว้างขึ้นในตลาด Forex และราคาทองคำ การเฝ้าติดตามตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับพอร์ตและคว้าโอกาสจากทุกสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

