Ethereum เปิดตัว Roadmap ‘Strawmap’ ใหม่ เพิ่มความเป็นส่วนตัว ป้องกัน Quantum และอัปสเกล L2

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum ประกาศ Roadmap ใหม่ชื่อ ‘Strawmap’ ที่เพิ่มฟีเจอร์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกรรมแบบส่วนตัว การป้องกันภัยคุกคามจาก Quantum และการยกระดับ Layer 2 ให้รองรับปริมาณธุรกรรมได้มากขึ้น
  • การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าทีมพัฒนา Ethereum ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโปรโตคอลในระยะยาว ทั้งด้านความปลอดภัยและความสามารถในการรองรับผู้ใช้งาน
  • นักลงทุนและนักพัฒนาควรติดตามรายละเอียดของ Strawmap อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกำหนดเวลาการ implement จริงที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคา ETH

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การประกาศ Roadmap ใหม่ที่มีฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยจาก Quantum เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ ETH ในระยะยาว เพราะเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับนักลงทุนสถาบันและผู้ใช้งานระดับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง การพุ่งขึ้น 11.60% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสะท้อนว่าตลาดตอบรับข่าวนี้เป็นบวก

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 Watcher.Guru รายงานว่า Ethereum ได้เปิดตัว Roadmap ชุดใหม่ในชื่อ ‘Strawmap’ ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การทำธุรกรรมแบบส่วนตัว (Private Transactions) การเสริมความปลอดภัยแบบต้านทาน Quantum (Quantum-Proof Security) และการยกระดับขีดความสามารถของ Layer 2 (L2 Scaling) ให้รองรับปริมาณธุรกรรมได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคา ETH อยู่ที่ $2,075.21 โดยบวกขึ้นมาแล้วกว่า 11.60% ในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังเชิงบวกของตลาดต่อทิศทางการพัฒนาของ Ethereum

Strawmap คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Strawmap เป็น Roadmap ชุดใหม่ที่ทีมพัฒนา Ethereum ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทาย 3 ด้านที่วงการคริปโตให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ด้านแรกคือความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ Ethereum มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากปัจจุบันธุรกรรมทุกรายการบน Ethereum สามารถตรวจสอบได้แบบสาธารณะ การเพิ่มฟีเจอร์ Private Transactions จะเปิดประตูให้ผู้ใช้งานระดับองค์กรและสถาบันการเงินที่ต้องการรักษาความลับทางธุรกิจสามารถใช้งาน Ethereum ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ด้านที่สองคือการป้องกันภัยจาก Quantum Computing ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต เนื่องจากคอมพิวเตอร์ Quantum ที่มีพลังงานสูงพอสมควรอาจสามารถทำลายระบบการเข้ารหัสแบบเดิมที่บล็อกเชนส่วนใหญ่ใช้อยู่ได้ในอนาคต การที่ Ethereum เริ่มวางแผนรับมือตั้งแต่ตอนนี้ถือเป็นก้าวที่มองการณ์ไกลและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ส่วนด้านที่สามคือการอัปสเกล L2 ซึ่งจะช่วยลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วในการประมวลผล ทำให้ Ethereum แข่งขันกับบล็อกเชนอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ผลกระทบต่อ ETH และระบบนิเวศโดยรวม

การประกาศ Strawmap ในครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศของ Ethereum หลายระดับ สำหรับนักพัฒนา การมี Roadmap ที่ชัดเจนช่วยให้สามารถวางแผนสร้างแอปพลิเคชันบน Ethereum ได้อย่างมีทิศทาง โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ DeFi และ RWA (Real World Assets) ซึ่งต้องการความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยระดับสูง สำหรับนักลงทุน การที่ Ethereum ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเชิงเทคนิคเป็นสัญญาณว่าโปรโตคอลยังมีชีวิตชีวาและยังคงเป็นเลเยอร์พื้นฐานที่สำคัญของวงการ

อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่า Strawmap จะมีกำหนดเวลา implement จริงอย่างไร เพราะ Roadmap ของ Ethereum หลายชุดในอดีตมักใช้เวลานานกว่าที่ประกาศไว้ ความสำเร็จของการ implement จริงต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคา ETH ในระยะกลางถึงยาว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า Strawmap เป็นข่าวดีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ถือ ETH อยู่ โดยเฉพาะฟีเจอร์ Private Transactions ที่เป็นสิ่งที่ตลาดรอมานาน เพราะมันจะเปิดประตูให้สถาบันการเงินและองค์กรใหญ่ๆ กล้าเข้ามาใช้ Ethereum มากขึ้น แต่ที่ต้องระวังคือ Ethereum มีประวัติว่า Roadmap มักใช้เวลาล่าช้ากว่าที่คาด ดังนั้นอย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไปจนลืมดูว่าแต่ละ milestone จะเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดเชิงเทคนิคของ Strawmap ว่าจะออกมาเมื่อไหร่ และทีมพัฒนาจะวางแผน implement อย่างไร นั่นแหละถึงจะบอกได้ว่าข่าวนี้จะ sustain ราคา ETH ได้แค่ไหน