ราคา Polkadot (DOT) พุ่งแรงกว่า 27% นักลงทุนแห่เก็งกำไร ก่อนการ Halving ครั้งแรกของเครือข่าย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Polkadot เตรียมเข้าสู่การ “Halving” ครั้งแรกในวันที่ 14 มีนาคม 2026 นี้ โดยจะลดการออกเหรียญใหม่ลงกว่า 50% จาก 120 ล้านเหลือ 55 ล้าน DOT ต่อปี
  • ปรับปรุงระบบเศรษฐศาสตร์โทเคนใหม่ ด้วยการตั้งเพดานอุปทานสูงสุด ที่ 2.1 พันล้าน DOT แล้วเปลี่ยนจากโมเดลจากเงินเฟ้อไม่จำกัด สู่ความขาดแคลนแบบดิจิทัล
  • มาพร้อมการอัปเกรดใหญ่ Dynamic Allocation Pool (DAP) และการปรับปรุงระบบ Staking ที่เอื้อต่อสถาบันมากขึ้น เตรียมรับกระแสกองทุนSpot Polkadot ETF ในสหรัฐฯ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุปทานครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของ Polkadot ที่เดินตามรอยความสำเร็จด้านความขาดแคลนของ Bitcoin 

แรงซื้อที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วกว่า 27% สะท้อนถึงการเก็งกำไรล่วงหน้า ก่อนที่ภาวะ “ของขาดตลาด” จะเกิดขึ้นจริง แม้ในระยะสั้นอาจมีการพักฐานหลังแตะจุดสูงสุด แต่ภาพรวมระยะยาวมีปัจจัยหนุนทั้งด้านซัพพลายที่ลดลง และแรงขับเคลื่อนจากฝั่งสถาบันผ่านความหวังของกองทุน ETF ทำให้ DOT กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่น่าจับตาที่สุดในไตรมาสนี้

กลายเป็นม้ามืดที่กลับมาทวงสปอตไลท์ได้อย่างสง่างาม สำหรับเหรียญ Polkadot (DOT) ที่ราคาพุ่งทะยานแรงกว่า 27% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนกระแสความซบเซาของหลายโปรเจกต์คู่แข่ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากกำหนดการสำคัญอย่าง “Halving ครั้งแรก” ของเครือข่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มีนาคมนี้ หรือที่กลุ่มชุมชนเรียกกันว่า Pi Day 

อีเวนต์นี้เปรียบเสมือนการปฏิวัติโครงสร้างการเงินครั้งใหญ่ ที่จะลดปริมาณเหรียญใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบลงครึ่งหนึ่ง สร้างแรงกระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้ามาสะสมเหรียญ Polkadot (DOT) ก่อนที่ความหายากจะทวีความรุนแรงขึ้น

ปิดฉากเงินเฟ้อ: ตั้ง Hard Cap 2,100 ล้านเหรียญ

ความเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังที่สุดคือ การยกเลิกโมเดลการออกเหรียญแบบไม่จำกัด โดยชุมชน Polkadot ได้โหวตเห็นชอบให้มีการตั้งเพดานอุปทานสูงสุดไว้ที่ 2,100 ล้าน DOT อย่างถาวร 

การ Halving ในรอบแรกนี้ จะลดอัตราการเพิ่มขึ้นของเหรียญจากเดิมปีละ 120 ล้าน DOT ลงเหลือเพียงประมาณ 55 ล้าน DOT เท่านั้น และจะมีการปรับลดลงในลักษณะนี้ทุกๆ 2 ปี จนกว่าจะเข้าใกล้เพดานที่กำหนดไว้ ซึ่งจะช่วยลดแรงเทขายจากกลุ่มนักขุดและผู้ตรวจสอบธุรกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยกเครื่องระบบ Staking ใหม่: ปลอดภัยขึ้น และยืดหยุ่นกว่าเดิม

นอกเหนือจากการคุมเข้มด้านอุปทานแล้ว วันที่ 12 มีนาคมนี้ เครือข่ายจะมีการอัปเกรดระบบ Dynamic Allocation Pool (DAP) ในเฟสแรก ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทของคลัง จากการเผาเหรียญทิ้ง เป็นการนำเหรียญที่ได้จากค่าธรรมเนียมและบทลงโทษ (Slashing) มาบริหารจัดการเพื่อสร้างประโยชน์ให้เครือข่ายแทน

ทางด้านผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validator) จะต้องมีการค้ำประกันเหรียญตัวเองขั้นต่ำที่ 10,000 DOT ขณะที่ฝั่งผู้ฝากเหรียญจะได้รับสิทธิพิเศษในการยกเว้นการโดนลงโทษ Slashing หากฝากกับคนที่มีวินัยตามเกณฑ์ และที่สำคัญที่สุดคือ ระยะเวลาในการถอนเหรียญจะลดลงจากเดิมที่ต้องรอนานถึง 28 วัน เหลือเพียงประมาณ 48 ชั่วโมงเท่านั้น ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้นักลงทุนรายใหญ่และสถาบันสามารถจัดการพอร์ตได้คล่องตัวขึ้น

เดิมพันใหญ่กับความหวัง Spot Polkadot ETF ในสหรัฐฯ

ปัจจัยเสริมที่ทำให้ DOT ร้อนแรงขึ้นไปอีกคือ ความคืบหน้าของกองทุน Spot Polkadot ETF โดยบริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง 21Shares และ Grayscale ได้ยื่นคำขอต่อ SEC สหรัฐฯ ไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันชื่อของ ETF ดังกล่าว ถูกบรรจุลงในรายชื่อความพร้อมของหน่วยงานรับฝากหลักทรัพย์ (DTCC) เป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่นักลงทุนก็เริ่มเดิมพันล่วงหน้าว่า DOT จะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลลำดับถัดไปที่ได้รับไฟเขียวตามหลัง Bitcoin และ Ethereum

ที่มา : cryptopolitan


มุมมองผู้เขียน :  การรื้อระบบ Tokenomics ของ Polkadot รอบนี้ ถือเป็นการอุดรอยรั่วเรื่องเหรียญเฟ้อที่คอยกดทับราคามาตลอด พอปรับกลไกให้ DOT กลายเป็นของหายากบวกกับการจัดการคลังที่รัดกุมขึ้น ราคาที่กำลังดีดแรงตอนนี้อาจเป็นแค่น้ำจิ้มก่อนถึงดีเดย์ 14 มีนาคม ยิ่งถ้ากาวเรื่องกองทุน ETF เริ่มมีความชัดเจนเข้ามาหนุนอีกแรง งานนี้เตรียมจับตาดู DOT คัมแบ็กทวงบัลลังก์เหรียญท็อปเทียร์ได้เลย