สรุปข่าว
- Citi เปิดให้บริการ Custody และระบบรายงานมาตรฐานธนาคารสำหรับ Bitcoin ขณะที่ Morgan Stanley เตรียมนำบริการเทรดคริปโต สำรวจการปล่อยกู้ และผลิตภัณฑ์ Tokenized มาให้ลูกค้าบริหารความมั่งคั่ง
- นี่คือการขยายบริการพร้อมกันของธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก 2 แห่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดเจนที่สุดในรอบปีว่าสถาบันการเงินกระแสหลักยอมรับคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนได้จริง
- จับตาว่าธนาคารรายอื่นจะเร่งตามรอยหรือไม่ และการเคลื่อนไหวนี้จะดึงเงินสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโตมากขึ้นเพียงใดในช่วงครึ่งหลังของปี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ธนาคารระดับโลกอย่าง Citi และ Morgan Stanley เปิดบริการคริปโตพร้อมกันถือเป็นสัญญาณ Bullish อย่างยิ่ง เพราะเป็นการเปิดประตูให้ลูกค้าสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่สามารถเข้าถึงคริปโตผ่านช่องทางที่พวกเขาไว้วางใจอยู่แล้ว คาดว่าจะมีเงินทุนใหม่ไหลเข้าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในระยะกลางถึงยาว
ในช่วงดึกของวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก CoinDesk ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก 2 แห่งได้ประกาศขยายบริการด้านคริปโตพร้อมกัน โดย Citi เดินหน้าผนวก Bitcoin เข้ากับระบบ Custody และการรายงานมาตรฐานธนาคาร ขณะที่ Morgan Stanley เตรียมนำบริการเทรดคริปโต สำรวจการปล่อยกู้ และผลิตภัณฑ์ Tokenized มาให้บริการลูกค้าบริหารความมั่งคั่งกระแสหลัก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการการเงินโลก เพราะเป็นการยืนยันว่าคริปโตไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับสถาบัน ณ ขณะที่รายงานนี้เผยแพร่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $65,303 ลดลง 3.41% ในรอบ 24 ชั่วโมง
Citi เปิดตัว Custody มาตรฐานธนาคาร ส่วน Morgan Stanley ดัน Wealth Clients เข้าคริปโต
ฝั่ง Citi นั้นเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐาน โดยการนำ Bitcoin เข้าระบบ Custody ระดับธนาคารหมายความว่าลูกค้าสถาบันจะสามารถฝากและดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลได้ภายใต้กรอบการกำกับดูแลเดียวกับการถือหุ้นหรือพันธบัตรแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีระบบรายงานที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนและบริษัทประกันต้องการมานานก่อนจะยอมลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้
ส่วน Morgan Stanley เล่นเกมที่แตกต่างออกไป โดยมุ่งเป้าไปที่ลูกค้าบริหารความมั่งคั่งหรือ Wealth Management ซึ่งมักมีพอร์ตขนาดใหญ่และต้องการความหลากหลายของสินทรัพย์ การเปิดบริการเทรดคริปโตโดยตรง การสำรวจบริการสินเชื่อที่มี Bitcoin เป็นหลักประกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ Tokenized ที่อาจครอบคลุมตั้งแต่หุ้น พันธบัตร ไปจนถึงกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบโทเคน ล้วนสะท้อนว่า Morgan Stanley กำลังสร้างระบบนิเวศคริปโตแบบครบวงจรให้ลูกค้า
คลื่นการยอมรับของสถาบันการเงินกำลังเร่งตัวขึ้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า PNC จับมือ Coinbase เปิดให้ซื้อขายคริปโตผ่านบัญชีธนาคาร และล่าสุด Barclays ก็กำลังสำรวจแพลตฟอร์มบล็อกเชนสำหรับระบบชำระเงินพร้อมรองรับ Stablecoin เช่นกัน นั่นหมายความว่าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน เราเห็นธนาคารระดับโลกอย่างน้อย 3-4 แห่งประกาศขับเคลื่อนเข้าสู่วงการคริปโตพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์จาก JPMorgan เพิ่งคาดการณ์ว่า ตลาดคริปโตอาจได้รับแรงหนุนสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หากกฎหมายโครงสร้างตลาดของสหรัฐฯ ผ่าน ซึ่งหากรวมกับการที่ธนาคารใหญ่เริ่มเปิดบริการพร้อมกันแบบนี้ กระแสเงินสถาบันที่จะไหลเข้าตลาดอาจมากกว่าที่หลายคนคาดไว้
ทำไมการเคลื่อนไหวนี้ถึงสำคัญกว่าที่เห็น
สิ่งที่ทำให้การประกาศของ Citi และ Morgan Stanley มีน้ำหนักเป็นพิเศษคือขนาดของทั้งสองสถาบัน Citi เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีเครือข่ายลูกค้าสถาบันทั่วทุกมุมโลก ส่วน Morgan Stanley มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารหลายสิบล้านล้านบาท การที่ทั้งสองเปิดประตูให้ลูกค้าเข้าถึงคริปโตได้อย่างเป็นทางการ หมายความว่าเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่เคยอยู่บนรั้วอาจตัดสินใจก้าวเข้ามาได้ในที่สุด
โปรดสังเกตด้วยว่า Citi เคยแค่ “พิจารณา” ให้บริการซื้อขาย Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2564 ดังที่ Siam Blockchain เคยรายงานไว้ แต่ตอนนี้ได้เดินหน้าเปิดบริการ Custody จริงแล้ว ระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจระดับนี้ต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี และความเสี่ยง ดังนั้นเมื่อประกาศออกมาแล้ว มันจึงไม่ใช่เรื่องชั่วคราว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ดีที่สุดที่ตลาดคริปโตได้รับในรอบหลายเดือน เพราะมันไม่ใช่แค่การลงทุนของกองทุนหรือบริษัทเดี่ยว แต่เป็นการที่ธนาคารระดับ “ผู้ดูแลเงิน” ของสถาบันการเงินทั่วโลกเริ่มเปิดประตูอย่างเป็นทางการ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ ลูกค้าสถาบันของ Citi และ Morgan Stanley จะเริ่มจัดสรรเงินเข้าคริปโตเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ของพอร์ต และธนาคารรายอื่นอย่าง Goldman Sachs หรือ HSBC จะรีบประกาศตามมาไหม ถ้าคำตอบคือใช่ทั้งคู่ ผลกระทบต่อตลาดในระยะกลางน่าจะเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคา Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงปรับฐานในวันนี้ก็ตาม

