สรุปข่าว
- ETH พุ่งขึ้นกว่า 5.09% แตะระดับ $2,001.53 ในวันที่ 1 มี.ค. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศความเสี่ยงที่คลายตัวในตลาดโลก
- ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ตลาดคาดว่าจะยังคงอยู่ในโหมดระวัง พร้อมกับกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
- ETH ยังอยู่ในกรอบการแกว่งตัวที่กว้างกว่า 15% มานานกว่าสามสัปดาห์ การทะลุและยืนเหนือ $2,001.53 อย่างต่อเนื่องจะเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การดีดตัวกลับเหนือ $2,000 ด้วยแรงส่งกว่า 5% ในวันเดียวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น สะท้อนว่าแรงซื้อกลับมีพลังมากพอที่จะฝ่าโซนแรงต้านทางจิตวิทยาได้ อย่างไรก็ตาม ETH ยังอยู่ในโครงสร้างตลาดขาลงระยะยาว ความยั่งยืนของการฟื้นตัวครั้งนี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป
Ethereum (ETH) ดีดตัวพุ่งแรงในวันที่ 1 มี.ค. 2569 ทะลุกลับขึ้นเหนือระดับจิตวิทยา $2,000 ได้อีกครั้ง โดยในช่วงเวลาที่รายงาน ราคาอยู่ที่ $2,001.53 ปรับตัวขึ้น 5.09% ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่กลับมาเป็นบวกทั่วโลก หลังจากที่แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบมาตลอดช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งสูงถึง $2.309 หมื่นล้าน สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH ยืนอยู่ที่ $2.3914 แสนล้านดอลลาร์ ราคาสูงสุดใน 24 ชั่วโมงแตะ $1,982.54 ก่อนที่แรงซื้อรอบใหม่จะดันราคาทะลุ $2,000 ได้สำเร็จ โดยมีจุดต่ำสุดของวันที่ $1,841.29
บริบทโลกที่เปิดทางให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว
การพุ่งขึ้นของ ETH ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่สะท้อนกระแสความเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาคที่กำลังส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก ในช่วงต้นปี 2569 ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใหม่ หลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนส่งสัญญาณการชะลอตัว ทำให้ความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดน้อยลง บรรยากาศนี้เอื้อต่อการไหลของเงินทุนกลับสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั้งในตลาดหุ้นและตลาดคริปโต
นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาคที่เคยกดดันตลาดในช่วงก่อนหน้า เริ่มมีสัญญาณคลายตัวบ้าง นักลงทุนสถาบันในตลาดดั้งเดิมต่างปรับพอร์ตรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือกระแสความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฟื้นกลับมาพร้อมกัน
คริปโตตอบสนองต่อสัญญาณ Risk-On อย่างไร
การเคลื่อนไหวของ ETH ในครั้งนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของสินทรัพย์เสี่ยงในสภาวะที่ตลาดเปิดรับความเสี่ยง (risk-on) ETH ซึ่งมีความสัมพันธ์สูงกับ Bitcoin และดัชนีหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มักเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าในทั้งสองทิศทาง การที่ราคาดีดตัวกว่า 5% ในช่วงเวลาสั้น บ่งชี้ว่ามีการปิดสถานะขายที่ถูกบีบออกมา ควบคู่กับแรงซื้อจากนักลงทุนที่รอจังหวะอยู่
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจบริบทให้ชัดเจน ETH ยังอยู่ในโครงสร้างขาลงระยะยาวที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ย. 2568 หลังจากที่ราคาเคยพุ่งแตะจุดสูงสุดใกล้ $4,829 และปรับตัวลงมากว่า 59% นับตั้งแต่นั้น การดีดตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในกรอบการแกว่งตัวที่กว้างประมาณ 15.5% ระหว่าง $1,821 ถึง $2,104 ซึ่ง ETH วนเวียนอยู่ในกรอบนี้มานานกว่าสามสัปดาห์แล้ว การดีดขึ้นครั้งนี้ยังไม่ได้ทะลุออกจากกรอบนี้อย่างชัดเจน และยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นการกลับทิศระยะยาว
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
สำหรับสัปดาห์และเดือนข้างหน้า มีปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่อาจกำหนดทิศทางของ ETH และตลาดคริปโตโดยรวม ในแง่นโยบายการเงิน ตลาดยังคงติดตามสัญญาณจาก Fed อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ข้อมูลตลาดแรงงาน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed รายต่าง ๆ ซึ่งล้วนมีผลต่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่ส่งผลทอดต่อมาสู่ตลาดคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในแง่ของตลาดคริปโตเอง กระแสเงินเข้า-ออกของกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความต้องการในเชิงสถาบัน หากเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ที่เกี่ยวกับ Ethereum อย่างต่อเนื่อง ก็อาจช่วยสร้างฐานรองรับราคาได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาด้านโปรโตคอลและระบบนิเวศของ Ethereum เองก็ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่นักลงทุนระยะยาวให้ความสำคัญ
ในเชิงเทคนิค ระดับที่บริเวณ $2,100 ยังคงเป็นโซนที่ตลาดให้ความสำคัญ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้บนกราฟรายวัน ก็อาจเปิดทางให้เห็นการทดสอบโซนถัดไปที่สูงขึ้น แต่หากแรงซื้อไม่เพียงพอและราคาดึงกลับ ตลาดก็อาจหันมาทดสอบฝั่งล่างของกรอบการแกว่งตัวอีกครั้ง
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการที่ ETH ดีดกลับเหนือ $2,000 ได้อีกครั้งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะมันมาพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่หนักพอสมควร แต่ผมยังไม่ตื่นเต้นเกินไป เพราะในช่วงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ETH ขึ้นลงในกรอบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็ทะลุ $2,000 ขึ้นไป แล้วก็ดึงกลับลงมา รูปแบบนี้บอกผมว่าตลาดยังไม่มีฉันทามติชัดเจนว่าจะไปทางไหน
สิ่งที่ผมจะจับตาในสัปดาห์นี้คือว่าราคาจะสามารถรักษาระดับเหนือ $2,000 ได้บนกราฟรายวันหรือเปล่า และปริมาณซื้อขายจะยืนสูงต่อเนื่องหรือจะแห้งลงพร้อมกับราคาที่ดึงกลับ ถ้าเป็นแบบหลัง ก็เป็นสัญญาณเดิมที่เคยเห็นมาแล้วหลายรอบในช่วงการแกว่งตัวนี้ ในบริบทมหภาค ผมคิดว่าทิศทาง Fed ยังเป็นตัวกำหนดหลัก ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวชัดขึ้น และตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คิด นั่นแหละถึงจะเป็นแรงหนุนที่แท้จริงให้ ETH ฝ่าโซนแรงต้านระยะยาวได้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน