สรุปข่าว
- Bitcoin พุ่ง 4.37% มาที่ $71,319 เมื่อ 4 มีนาคม 2026 สูงสุดรอบเกือบ 1 เดือนนับตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์
- คนที่เปิด short Bitcoin เยอะเกินโดนบีบจนต้องปิดสถานะ ทำให้เกิดการซื้อบังคับมูลค่า $633M ผลักดันราคาขึ้นแรง
- เงินทุนจากต่างประเทศเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากไหลออกติดต่อกัน 5 สัปดาห์ ตลาดเริ่มมองข้ามความกังวลเรื่องสงครามตะวันออกกลาง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ยังควรเฝ้าระวังว่าการขึ้นแบบนี้อาจไม่ยั่งยืนถ้าไม่มีคนซื้อจริง ๆ เข้ามารองรับ ต้องดูว่าจะแตะถึง $72K-$75K ได้หรือไม่
Bitcoin ฟื้นตัวแรงเมื่อราคาพุ่งขึ้น 4.37% มาที่ $71,319 ในวันที่ 4 มีนาคม 2026 เป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การขึ้นครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “short squeeze” หรือการบีบคนที่เปิด short ซึ่งหมายความว่ามีคนเดิมพันว่า Bitcoin จะลงมากเกินไพ เมื่อราคาเริ่มขึ้น พวกเขาโดนบังคับให้ปิดสถานะ ทำให้ต้องซื้อ Bitcoin มูลค่ารวม $633M สร้างแรงซื้อที่ผลักดันราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว
Short Squeeze คืออะไร ทำไมถึงทำให้ราคาพุ่ง
short squeeze เกิดขึ้นเมื่อคนที่เดิมพันว่าราคาจะลง (เปิด short) มีจำนวนมากเกินไป เมื่อราคาเริ่มขึ้นแทนที่จะลง คนเหล่านี้เริ่มขาดทุน และเมื่อขาดทุนมากพอ ระบบจะบังคับปิดสถานะให้อัตโนมัติ การปิด short คือการซื้อ Bitcoin กลับมา ยิ่งคนถูกบังคับซื้อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งผลักดันราคาให้สูงขึ้น ซึ่งก็ไป trigger คนอื่นที่เปิด short ให้โดนบังคับปิดต่อ สร้างเป็นวงจรที่ราคาพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ
ในกรณีนี้ ข้อมูลแสดงว่ามีตำแหน่ง short มูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสะสมอยู่ในช่วงราคา $70,000-$71,000 เมื่อราคาทะลุระดับนี้ คนที่เปิด short โดนบังคับปิดสถานะกันเป็นทอด ๆ ทำให้เกิดแรงซื้อมหาศาลในเวลาสั้น ๆ
สัญญาณบอกล่วงหน้าที่เห็นได้ชัด
ก่อนที่ short squeeze จะเกิด มีสัญญาณบอกชัดเจน ตัวชี้วัดที่เรียกว่า “funding rate” ซึ่งบอกว่าคนในตลาดเปิดทิศทางไหนเยอะ ได้ร่วงลงมาที่ -6% เป็นค่าติดลบสุดในรอบ 3 เดือน เมื่อ funding rate เป็นลบมาก แสดงว่าคนเปิด short เยอะมาก และต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้คนที่เปิด long
นี่เป็นสัญญาณอันตราย เพราะเมื่อคนเปิด short มากเกินไป ถ้าราคาเริ่มขึ้น ทุกคนจะต้องแย่งกันซื้อปิดสถานะพร้อม ๆ กัน ทำให้ราคาพุ่งแรงมาก ครั้งล่าสุดที่ funding rate ติดลบขนาดนี้คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เมื่อ Bitcoin แตะ bottom ที่ $60,000 ก่อนจะเด้งขึ้น
นอกจากนี้ยังมี open interest (ยอดรวมของสัญญา futures ที่เปิดอยู่) เพิ่มขึ้นมาที่ 687,000 BTC แสดงว่าคนเข้ามาเทรดมากขึ้น และใช้ leverage สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการ liquidate เป็นทอด ๆ ก็สูงขึ้นด้วย
บริบทที่ใหญ่กว่า ทำไมตลาดถึงฟื้น
Bitcoin ฟื้นตัวหลังจากสัปดาห์ที่แย่มาก โดนกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาร่วงในช่วงวันหยุดเมื่อสหรัฐเริ่มโจมตีอิหร่าน แต่กลับฟื้นแรงในวันจันทร์ เกือบจะแตะ $70,000
ตลาดเริ่มไม่กลัวเรื่องสงครามอีกต่อไป หุ้นยุโรปเริ่มมีเสถียรภาพ นักลงทุนกล้ากลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง crypto อีกครั้ง ความกลัวที่เคยครอบงำตลาดเริ่มลดลง
เงินจากต่างประเทศก็เป็นปัจจัยสำคัญ Bitcoin Spot ETF ที่เงินไหลออกติดต่อกัน 5 สัปดาห์ เริ่มมีเงินไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง แม้จะเป็นแค่หนึ่งสัปดาห์และอาจยังไม่พอที่จะเปลี่ยนทิศทาง แต่ก็เป็นสัญญาณดี
ทรัมป์ก็ออกมาพูดสนับสนุน crypto อย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนสถาบันมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมทางกฎหมายดีขึ้น ตรงข้ามกับช่วงก่อนหน้าที่ตลาดขายทิ้งเพราะกังวลเรื่องหุ้นเทค
ราคาอยู่ตรงกลางระหว่างสองกับดัก
แม้ Bitcoin จะทะลุ $71K แต่ก็ยังติดอยู่ในกรอบแคบ ๆ นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง $64,700 ถึง $70,533 เป็นช่วงแคบแค่ 8.9% เท่านั้น
ปัญหาคือตอนนี้มี “liquidation clusters” หรือจุดที่จะเกิดการ liquidate เป็นกลุ่มอยู่ทั้งสองด้าน ด้านบนช่วง $70,000-$71,000 มีตำแหน่งที่รออยู่ $254M ด้านล่างช่วง $64,000-$65,000 มีตำแหน่งรออยู่ $323M รวมกันเกือบ $600M
นี่หมายความว่าถ้าราคาไปทางไหน ก็จะเกิด cascade effect ผลักให้ไปทางนั้นแรงมาก ถ้าทะลุขึ้นไปได้ อาจไปต่อถึง $75,000 แต่ถ้าพลาดและร่วงลง ก็อาจตกไปไกลทีเดียว
นักวิเคราะห์เตือน อย่าเพิ่งดีใจเร็ว
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ระวังเรื่องการขึ้นแบบนี้ พวกเขาเตือนว่าราคาที่พุ่งเพราะ short squeeze ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระทิงวิ่งใหม่
หลักฐานจาก open interest ที่ลดลงแสดงว่าคนกำลังลด leverage ออก ไม่ใช่เพิ่ม long positions ใหม่ ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก exchange ก็ไม่แสดงว่ามีคนขายตื่นตระหนกก่อนที่ราคาจะเด้งขึ้น การซื้อจริง ๆ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม บางคนมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้น Bitcoin ตัวเองก็สามารถ defend ไม่ให้ต่ำกว่า $60,000 ได้สองครั้งในเดือนที่ผ่านมา และในช่วงไม่กี่วันนี้ ทำ bottom ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พยายามทะลุ $70,000
ถ้าสภาวะตลาดดีขึ้น เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ $75,000 ซึ่งเป็นไปได้ถ้า Bitcoin สามารถทะลุและอยู่เหนือ $72,000 ได้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
สำหรับการที่ราคาจะขึ้นต่อได้ มีหลายอย่างที่ต้องดู สิ่งแรกคือเงินจาก ETF ต้องไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่หนึ่งสัปดาห์ ถ้าสถาบันกลับมาลงทุนจริง ๆ จะเป็นสัญญาณดี
ตัวเลข “supply in loss” ซึ่งบอกว่ามีคนถือ Bitcoin ขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้อยู่ที่ 46.3% ในอดีต ตลาดมัก bottom เมื่อตัวเลขนี้ถึง 60% หรือสูงกว่า อาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
สภาวะเศรษฐกิจมหภาคก็สำคัญ แม้สถานการณ์จะดูวุ่นวาย แต่ Bitcoin ก็ยังตัวเองได้ที่ $60,000 ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น โดยเฉพาะถ้า Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยหนัก ก็จะช่วย Bitcoin ได้
แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีคนซื้อจริง ๆ short squeeze สามารถผลักราคาขึ้นได้ชั่วคราว แต่ถ้าไม่มีคนซื้อจริงเข้ามารองรับ ราคาก็จะตกกลับลงมา
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวมองว่าการขึ้นครั้งนี้เป็นสัญญาณดีว่า Bitcoin ยังไม่ตาย แต่ต้องระวังว่าการขึ้นแบบบีบ short มักไม่ยั่งยืน การที่ทะลุ $71,000 ได้แสดงว่ายังมีคนอยากซื้อ แต่จะไปต่อได้ต้องมีนักลงทุนสถาบันและคนทั่วไปเข้ามาซื้อจริง ๆ ไม่ใช่แค่คนปิด short ถ้าทะลุและอยู่เหนือ $72,000-$75,000 ได้ อาจยืนยันว่าเทรนด์เปลี่ยน แต่ถ้ากลับมาต่ำกว่า $68,000
แหล่งข้อมูล: @KobeissiLetter

