bitkub-banner

Kraken ทำได้! เป็นบริษัทคริปโตแรกที่เชื่อมตรงกับระบบชำระเงินของ Fed สหรัฐฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Kraken กลายเป็นบริษัทคริปโตรายแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบชำระเงินหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve)
  • การเข้าถึงนี้ทำให้ Kraken ใช้โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินชุดเดียวกับธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์หลายพันแห่งทั่วสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของการผสานรวมคริปโตเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิม
  • เหตุการณ์นี้อาจเปิดประตูให้บริษัทคริปโตอื่นๆ ยื่นขอเข้าถึงระบบเดียวกัน และสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับกฎเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจนสำหรับตลาดคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงสุดของสหรัฐฯ เริ่มมองบริษัทคริปโตในฐานะผู้เล่นที่น่าเชื่อถือในระบบการเงิน การที่ Kraken ได้รับการยอมรับในครั้งนี้อาจกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบันมีความมั่นใจในอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น

ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตลาดคริปโตได้รับข่าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมไปตลอดกาล เมื่อ ตามรายงานจาก CoinDesk ว่า Kraken ได้กลายเป็นบริษัทคริปโตรายแรกในโลกที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบชำระเงินหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) โดยตรง การเข้าถึงครั้งนี้ทำให้ Kraken สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานการโอนเงินชุดเดียวกับธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์อีกหลายพันแห่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นก้าวข้ามเส้นแบ่งครั้งสำคัญระหว่างโลกคริปโตและระบบการเงินแบบดั้งเดิม

ความหมายของการเชื่อมต่อกับระบบ Fed โดยตรง

ระบบชำระเงินหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ คือโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้โอนเงินระหว่างสถาบันการเงินต่างๆ ในสหรัฐฯ ทั้งการโอนแบบเรียลไทม์และการชำระดุลบัญชีระหว่างกัน สถาบันที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินแห่งชาติ ซึ่งปกติแล้วสิทธิ์นี้จะสงวนไว้สำหรับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

สำหรับ Kraken การได้รับสิทธิ์นี้หมายความว่าบริษัทสามารถดำเนินการชำระเงินได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารตัวกลางอีกต่อไป นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ Kraken พัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น การโอนเงินแบบเรียลไทม์ระหว่างบัญชีคริปโตและบัญชีธนาคารของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทานที่เป็นปัญหาใหญ่ของวงการคริปโตมาโดยตลอด

สัญญาณแห่งการยอมรับจากภาครัฐที่ชัดเจนที่สุด

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Kraken เท่านั้น แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่าภาครัฐสหรัฐฯ กำลังเปิดรับบริษัทคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางกฎหมายและนโยบายหลายฉบับที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้ง GENIUS Act ที่ว่าด้วย Stablecoin และ CLARITY Act ที่กำหนดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

ที่สำคัญ ความสำเร็จของ Kraken อาจเป็นตัวอย่างให้บริษัทคริปโตอื่นๆ อย่าง Coinbase, Gemini หรือแม้แต่กระดานเทรดรายใหม่ หันมายื่นขอเข้าถึงระบบเดียวกัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะยิ่งเพิ่มความลึกของการผสานรวมระหว่างคริปโตและระบบธนาคารดั้งเดิมให้มากขึ้นไปอีก

บริบทกว้างของการเปลี่ยนแปลงในระบบชำระเงิน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า SWIFT จับมือกับ BNY Mellon พัฒนาระบบบัญชีแยกประเภทบนบล็อกเชนสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน รวมถึง Ripple ขยายแพลตฟอร์มชำระเงินสู่กว่า 60 ตลาดทั่วโลก ซึ่งเมื่อรวมกับข่าวของ Kraken ในวันนี้ ภาพรวมที่เห็นชัดขึ้นคือระบบการชำระเงินโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยมีทั้งผู้เล่นจากฝั่งสถาบันดั้งเดิมและฝั่งคริปโตต่างก็พยายามสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ควบคู่กันไป

ในขณะที่ ธนาคารกลางยุโรปยังคงออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของ Stablecoin ต่อระบบธนาคาร สหรัฐฯ กลับเดินหน้าในทิศทางตรงข้ามด้วยการเปิดรับบริษัทคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินแห่งชาติ ความแตกต่างในแนวทางกฎหมายระหว่างสองมหาอำนาจนี้อาจกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมคริปโตในระยะยาว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่คือหนึ่งในข่าวที่สำคัญที่สุดสำหรับวงการคริปโตในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของ Kraken แต่มันเป็นการพิสูจน์ว่าบริษัทคริปโตสามารถได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานสูงสุดของระบบการเงินสหรัฐฯ ได้จริงๆ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเปิดกว้างให้บริษัทคริปโตรายอื่นสมัครเข้าถึงระบบนี้ได้ไหม และถ้าใช่ เราอาจได้เห็น Coinbase หรือบริษัทอื่นๆ ยื่นขอตามมาในเร็วๆ นี้ ถ้าเกิดขึ้นจริง นั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากจริงๆ ครับ