bitkub-banner

ECB โวย Stablecoin ดูดเงินฝากออกจากธนาคาร กระทบระบบการเงินยุโรป

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาเตือนว่าการแพร่หลายของ Stablecoin กำลังดึงเงินฝากออกจากธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร
  • เมื่อเงินฝากไหลออกจากธนาคาร ระบบส่งผ่านนโยบายการเงินจะอ่อนแอลง ทำให้การปรับดอกเบี้ยของ ECB ส่งผลถึงเศรษฐกิจจริงได้น้อยลง
  • คำเตือนนี้อาจเป็นสัญญาณนำไปสู่มาตรการกำกับดูแล Stablecoin ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในยุโรป ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้งาน Stablecoin สกุลต่างๆ ในภูมิภาค

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

คำเตือนจาก ECB ส่งสัญญาณว่ายุโรปอาจเดินหน้าออกกฎควบคุม Stablecoin อย่างจริงจัง ซึ่งอาจจำกัดการเติบโตของตลาด Stablecoin ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การที่ ECB ยอมรับว่า Stablecoin กำลังดึงเงินฝากออกจากธนาคารนั้น ยิ่งตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินจริงๆ แล้ว

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกรายงานเตือนว่าการเติบโตของ Stablecoin กำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์และประสิทธิภาพของนโยบายการเงินในยุโรป ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 ECB ระบุว่าเมื่อผู้ใช้งานเลือกเก็บเงินใน Stablecoin แทนบัญชีธนาคารทั่วไป เงินฝากจะลดลง กระทบต่อสภาพคล่องที่ธนาคารใช้ปล่อยสินเชื่อ และทำให้กลไกการส่งผ่านนโยบายดอกเบี้ยไปยังเศรษฐกิจจริงอ่อนแอลงด้วย คำเตือนนี้มาในช่วงที่ Stablecoin กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก และยุโรปเองก็เพิ่งบังคับใช้กฎระเบียบ MiCA เพื่อกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่

เงินฝากไหลออก ธนาคารปล่อยกู้ได้น้อยลง

หัวใจของความกังวลของ ECB อยู่ที่กลไกเศรษฐกิจพื้นฐาน เมื่อลูกค้าโยกเงินจากบัญชีธนาคารมาเก็บไว้ใน Stablecoin ธนาคารจะมีเงินฝากน้อยลง และธนาคารพาณิชย์ในระบบปัจจุบันต้องพึ่งพาเงินฝากเป็นแหล่งทุนหลักในการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจและครัวเรือน ถ้าเงินฝากลดลงมากพอ ธนาคารจะปล่อยกู้ได้น้อยลง ซึ่งหมายถึงเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดตาม

ปัญหาอีกชั้นหนึ่งคือเรื่องนโยบายการเงิน ECB ควบคุมเศรษฐกิจผ่านการปรับดอกเบี้ย แต่กลไกนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเงินส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบธนาคาร หาก Stablecoin ดึงเงินฝากออกไปอยู่ในระบบที่ ECB ไม่มีอำนาจควบคุมโดยตรง การขึ้นหรือลดดอกเบี้ยก็จะส่งผลถึงเศรษฐกิจได้น้อยลง นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “การอ่อนแอของกลไกส่งผ่านนโยบายการเงิน” และเป็นเรื่องที่ธนาคารกลางทั่วโลกกังวลมาสักระยะแล้ว

สัญญาณเตือนที่อาจนำไปสู่กฎใหม่

คำเตือนจาก ECB ในลักษณะนี้มักเป็นก้าวแรกก่อนที่จะมีการผลักดันกฎระเบียบเพิ่มเติม ยุโรปมีบรรทัดฐานในการใช้รายงานของสถาบันการเงินเป็นพื้นฐานในการ立法 และ ECB มีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายการเงินและการกำกับดูแลสถาบันการเงินในกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งอาจหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นข้อเสนอให้จำกัดขนาดของ Stablecoin หรือกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องสำรองเงินฝากในธนาคารสมาชิก ECB

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ยุโรปเตรียมออกกฎคุม DeFi ปี 2026 หลังกฎ MiCA ยังเว้นช่องว่างไว้มากมาย และผู้ว่าธนาคารกลางอิตาลีก็เคยชี้ว่า Digital Euro คือหัวใจหลักในการจัดการความเสี่ยงคริปโต สะท้อนให้เห็นว่า ECB และธนาคารกลางสมาชิกกำลังมองหาเครื่องมือของตัวเองเพื่อรับมือกับการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า กลุ่มล็อบบี้ธนาคารกำลังกดดันให้หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ บังคับให้แพลตฟอร์มคริปโตยกเลิกโปรแกรมดอกเบี้ย Stablecoin ด้วย แสดงว่าแรงต้านจากสถาบันการเงินดั้งเดิมต่อ Stablecoin ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุโรปเท่านั้น

ความย้อนแย้งของคำเตือนนี้

น่าสังเกตว่าคำเตือนของ ECB มีนัยสองด้านในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือสัญญาณอันตรายสำหรับผู้ใช้ Stablecoin ในยุโรปที่อาจต้องเจอกฎที่เข้มงวดขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง การที่ธนาคารกลางระดับ ECB ยอมรับตรงๆ ว่า Stablecoin กำลังดึงเงินออกจากธนาคารได้จริง ก็คือการยืนยันว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของเล่นนักเก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นทางเลือกทางการเงินที่ผู้คนหันมาใช้จริง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ธนาคารกลางที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรปต้องออกมาแสดงความกังวลอย่างเป็นทางการ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนจาก ECB ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะ ECB ไม่ค่อยออกมาพูดเรื่องอะไรแบบนี้โดยไม่มีแผนต่อ ประสบการณ์ที่ผ่านมาชี้ว่าหลังจากรายงานลักษณะนี้ มักมีข้อเสนอนโยบายตามมาภายใน 6-12 เดือน สิ่งที่น่าจับตาคือ ECB จะผลักดันให้มีการจำกัด Stablecoin สกุล USD ในยุโรปหรือเปล่า เพราะ Stablecoin ส่วนใหญ่ที่คนใช้กันผูกกับดอลลาร์ ซึ่ง ECB คุมได้ยากกว่า Stablecoin สกุลยูโร และอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Digital Euro ที่ ECB กำลังพัฒนาอยู่นั้น อาจถูกนำมาใช้เป็น “ทางออก” ที่ ECB คุมได้แทน ใครที่ถือหรือใช้ Stablecoin ในยุโรปควรติดตามพัฒนาการกฎ MiCA รอบใหม่อย่างใกล้ชิดครับ