สรุปข่าว
- นายกรัฐมนตรีสเปนออกแถลงการณ์โต้ตอบ Trump หลังสหรัฐฯ ประกาศตัดการค้าทั้งหมดกับสเปน โดยปฏิเสธการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและการแก้ปัญหาโลกด้วยกำลังทหาร
- ท่าทีของสเปนสะท้อนความตึงเครียดที่ขยายวงกว้างระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่ที่รุนแรงขึ้น
- ต้องจับตาว่าสหภาพยุโรปจะตอบโต้มาตรการของ Trump แบบรวมกลุ่มหรือไม่ และตลาดการเงินโลกจะตอบสนองอย่างไรในช่วงสัปดาห์นี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปที่ขยายวงกว้างขึ้นเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอนในตลาดโลก ซึ่งมักกดดันให้นักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต สถานการณ์นี้อาจซ้ำเติมตลาดที่เปราะบางอยู่แล้วจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เมื่อคืนวันที่ 4 มี.ค. 2569 นายกรัฐมนตรีสเปนออกแถลงการณ์โต้ตอบอย่างเป็นทางการหลัง President Trump ประกาศตัดการค้าทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับสเปน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter นายกรัฐมนตรีสเปนระบุจุดยืนชัดเจน 4 ข้อ ได้แก่ ปฏิเสธการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิเสธการแก้ปัญหาโลกด้วยระเบิดและกำลังทหาร ปฏิเสธการซ้ำรอยความผิดพลาดในอดีต และปฏิเสธสงครามอย่างชัดเจน ท่าทีแข็งกร้าวของสเปนถือเป็นสัญญาณเตือนว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปกำลังเดินหน้าสู่ระดับที่อันตรายมากขึ้น
Trump-EU สงครามการค้าพุ่งสู่จุดเดือด
การที่ Trump ประกาศตัดการค้าทั้งหมดกับสเปนเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับยุโรปอย่างรุนแรง จากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยใช้มาตรการภาษีนำเข้าและการกดดันทางการทูตเป็นหลัก การตัดความสัมพันธ์ทางการค้าแบบสมบูรณ์กับประเทศสมาชิก EU นับเป็นก้าวที่รุนแรงผิดปกติ และอาจกระตุ้นให้ฝ่ายยุโรปต้องหารือถึงมาตรการตอบโต้แบบรวมกลุ่มในฐานะสหภาพ
แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีสเปนที่ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวอย่าง “ไม่ต่อสงคราม” และ “ไม่ต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ในมิติเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่ลามเข้าสู่ประเด็นอธิปไตย ค่านิยมสากล และความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้การแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจายากลำบากยิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ความตึงเครียดทางการค้าระดับนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ตลาดคริปโตไม่อาจมองข้ามได้ เมื่อนักลงทุนทั่วโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ แนวโน้มการขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Altcoin มักเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับการร่วงลงของตลาดหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอน
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันกับความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่ Siam Blockchain ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งเหตุการณ์ ตลาดหุ้นดูไบดิ่ง 4.6% และ ราคาก๊าซยุโรปพุ่งขึ้น 54% ในวันเดียว ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลกอยู่แล้ว การที่สงครามการค้า EU-สหรัฐฯ ปะทุขึ้นในเวลานี้ยิ่งเพิ่มปัจจัยลบซ้อนทับกันเข้าไปอีก ทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการจัดการพอร์ต
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ร่วงหนักที่สุดในรอบกว่า 17 ปี ยังเป็นสัญญาณว่าความเสี่ยงเชิงระบบกำลังสะสมตัวในตลาดการเงินทั่วโลก และหากสหภาพยุโรปตอบโต้มาตรการของ Trump อย่างจริงจัง ความผันผวนในตลาดคริปโตอาจเพิ่มขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์หน้า
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่ตัวเลขจะสื่อออกมา เพราะการที่ Trump ตัดการค้ากับสเปนแบบสมบูรณ์ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่มันคือการทดสอบว่าสหภาพยุโรปจะยืนหยัดหรือยอมอ่อนข้อ ถ้า EU ตอบโต้แบบเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราอาจเห็นสงครามการค้าระลอกใหม่ที่หนักกว่าปี 2018 มาก สิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้คือท่าทีอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาธิการยุโรป และดูว่าตลาดหุ้นยุโรปจะเปิดอย่างไรในช่วงต้นสัปดาห์ ถ้าแรงขายยังหนักอยู่ คริปโตก็คงยากที่จะหนีรอดไปได้

