bitkub-banner

Nick Szabo ปรมาจารย์คริปโตเตือน! อย่าใช้บล็อกเชนส่งข้อความ ระวังเป็น “กับดัก”

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Nick Szabo นักคริปโตระดับตำนานเตือนว่า การใช้ Bitcoin เก็บข้อมูลที่ไม่ใช่เรื่องการเงิน เช่น รูปภาพ หรือโทเค็นต่างๆ อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้รัฐบาลสั่งแบนเครือข่ายได้ง่ายขึ้น
  • ปัญหาใหญ่คือ คุณสมบัติของบล็อกเชนที่ลบข้อมูลไม่ได้ หากมีไฟล์ผิดกฎหมายถูกฝังลงไป ผู้รันโหนดทั่วโลกอาจกลายเป็นผู้ครอบครองข้อมูลผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัวทันที
  • ประเด็นนี้ทำให้เกิดมุมมองทางความคิดที่แตกต่างกัน ระหว่างฝั่ง Minimalist ที่ต้องการให้ Bitcoin เป็นเพียงทองคำดิจิทัล กับฝั่ง Utility Maximizer ที่มองว่า บล็อกเชนคือ ตลาดเสรีที่ใครจะเขียนอะไรลงไปก็ได้ หากจ่ายค่าธรรมเนียมไหว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข้อพิพาททางความคิดนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้นอย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นประเด็นเชิงเทคนิค และกฎหมายในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม หากประเด็นเรื่องข้อมูลผิดกฎหมายบนโหนดถูกยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการปราบปรามจากฝั่งรัฐบาลจริง อาจสร้างความกังวลจนเกิดแรงเทขายได้ ซึ่งความขัดแย้งนี้อาจนำไปสู่การอัปเกรด เพื่อแยกส่วนการใช้งาน ที่อาจส่งผลดีต่อเสถียรภาพของเครือข่ายในระยะยาว

Nick Szabo ปรมาจารย์ด้านวิทยาการรหัสลับออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญ ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X โดยเขามองว่า ทิศทางการใช้งาน Bitcoin ในปัจจุบันเริ่มออกนอกลู่นอกทางจากการเป็นธุรกรรมการเงิน ไปสู่การเป็นที่เก็บข้อมูลถาวร ซึ่งกำลังสร้างกับดักทางกฎหมายขนาดใหญ่ขึ้นมา 

Szabo ชี้ให้เห็นว่า การอัปเกรดอย่าง SegWit และ Taproot แม้จะมีข้อดีด้านประสิทธิภาพ แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการฝังไฟล์ต่างๆ ลงบนบล็อกเชน ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบของอิสรภาพทางการเงิน หากรัฐบาลใช้ประเด็นนี้เข้ามาแทรกแซง

เมื่อทองคำดิจิทัลกลายเป็นถังขยะเก็บข้อมูล

หัวใจสำคัญของความกังวลนี้อยู่ที่การถกเถียงว่า Bitcoin ควรทำหน้าที่อะไรกันแน่ ระหว่างการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีหน้าที่เดียวคือ โอนมูลค่า หรือการเป็นที่เก็บข้อมูลกระจายศูนย์ระดับโลก 

Szabo เตือนว่า หากชุมชนยังปล่อยให้มีการนำ Inscriptions หรือการฝังไฟล์รูปภาพและโทเค็น BRC-20 ลงไปในบล็อกเชนอย่างไร้ขีดจำกัด เครือข่ายจะดึงดูดสายตาจากหน่วยงานกำกับดูแลทันที เพราะบล็อกเชนมีคุณสมบัติที่ลบข้อมูลไม่ได้ ข้อมูลทุกอย่างจะถูกสำเนาลงในฮาร์ดดิสก์ของผู้รันโหนดทุกคนตลอดไป หากข้อมูลเหล่านั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้รันโหนดทั่วโลกย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอย่างเลี่ยงไม่ได้

คำว่า Message ที่ถูกตีความผิดไปไกล

Szabo อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันชุมชนกำลังเข้าใจความหมายในสมุดปกขาวของ Satoshi Nakamoto ผิดเพี้ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะคำว่า “Message” ที่ถูกหยิบยกมาอ้าง เพื่อสร้างระบบส่งข้อความบนบล็อกเชน 

ความเป็นจริงแล้วในเชิงเทคนิคการเขียนโปรแกรม คำนี้หมายถึงรูปแบบการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแอปพลิเคชันแชท หรือคลังเก็บรูปภาพแต่อย่างใด การตีความผิดนี้นำไปสู่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของบล็อกเชนไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์

สงคราม 2 ขั้ว 

ปัจจุบันเหล่านักพัฒนา Bitcoin ได้แบ่งออกเป็นสองค่ายอย่างชัดเจน ฝั่ง Minimalist นำโดยคนดังอย่าง Adam Back และ Nick Szabo ที่มองว่า Bitcoin คือทรัพยากรล้ำค่าที่ควรสงวนไว้สำหรับธุรกรรมการเงินล้วนๆ และมองว่าไฟล์อื่นๆ คือขยะหรือ Spam บนเครือข่าย 

ขณะที่ฝั่ง Utility Maximizer หรือกลุ่มผู้พัฒนา Ordinals กลับเชื่อในหลักการตลาดเสรี หากผู้ใช้งานยินดีจ่ายค่าธรรมเนียม ก็ควรมีสิทธิ์เขียนอะไรลงไปก็ได้ตามใจชอบ

ที่มา : u.today


มุมมองผู้เขียน : การพยายามยัดเยียดให้บล็อกเชนเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่พื้นที่แสดงผลงานศิลปะไปจนถึงที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ คือการสร้างความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เพราะยิ่งข้อมูลมีมาก และลบไม่ได้ ผู้ที่ช่วยรัน Node  ก็ยิ่งต้องแบกรับความรับผิดชอบทางกฎหมายสูงขึ้น