สรุปข่าว
- Eric Trump โพสต์เดือดจวกธนาคารใหญ่ว่าทำตัวขัดผลประโยชน์ชาติ เพราะพยายามขวางกฎหมายที่อนุญาตให้ Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์
- กลุ่มธุรกิจ World Liberty Financial ของตระกูลทรัมป์มีผลประโยชน์โดยตรงจากเหรียญ USD1 ที่กำลังขอใบอนุญาต จึงต้องออกมาปกป้องตลาดจากการผูกขาดของแบงก์
- รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์แสดงท่าทีชัดเจนในการงัดข้อกับกลุ่มทุนธนาคารเดิม โดยมีที่ปรึกษาออกมาโต้แย้งข้ออ้างเรื่องความเสี่ยงของ Stablecoin อย่างทันควัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ฝ่ายบริหารระดับสูงลงมาเล่นเกมนี้เองเป็นสัญญาณบวกมหาศาลต่อกฎหมายคริปโต หากมีการอนุญาตให้จ่ายผลตอบแทนได้จริง เงินทุนมหาศาลจะไหลออกจากธนาคารเข้าสู่ระบบนิเวศของ Stablecoin ซึ่งจะช่วยดันมูลค่าตลาดรวมให้สูงขึ้น
สงครามระหว่างโลกการเงินเก่าและใหม่เดือดระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Eric Trump ลูกชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้ร่วมก่อตั้ง World Liberty Financial ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) โจมตีกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ อย่างดุเดือด โดยกล่าวหาว่าพวกเขากำลังทำตัว “ต่อต้านอเมริกัน” จากการพยายามล็อบบี้เพื่อขัดขวางไม่ให้ประชาชนได้รับผลตอบแทน จากการถือครอง Stablecoin
Eric ระบุว่า ธนาคารใหญ่อย่าง JPMorgan, Bank of America และ Wells Fargo กำลังวิ่งเต้นอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นกฎหมาย Clarity Act โดยอ้างเหตุผลเรื่องความยุติธรรมและเสถียรภาพ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อ “ปกป้องการผูกขาดอัตราดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” ของตัวเอง และกลัวว่าเงินฝากจะไหลออก ไปยังแพลตฟอร์มคริปโตที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ระดับ 4-5%
“วันนี้พวกธนาคารกำลังจ้องเล่นงานคริปโตและ Stablecoin อย่างบ้าคลั่ง… นี่คือการกระทำที่ต่อต้านรายย่อย ต่อต้านผู้บริโภค และพูดตรงๆ คือต่อต้านความเป็นอเมริกัน” Eric กล่าวเน้นย้ำ
เบื้องหลังความเดือด ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง เพราะ World Liberty Financial บริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งเพิ่งออก Stablecoin ของตัวเองในชื่อ USD1 และกำลังยื่นขอใบอนุญาตจากสำนักงานบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการในรูปแบบธนาคารทรัสต์แห่งชาติ
ในขณะเดียวกัน พ่อของเขา ประธานาธิบดี Donald Trump ก็เพิ่งโพสต์ข้อความสนับสนุนกฎหมาย Clarity Act บน Truth Social โดยเตือนธนาคารว่าอย่ามาขวางทาง “วาระคริปโต” ของเขา พร้อมทั้งเพิ่งเรียกพบ Brian Armstrong ซีอีโอ Coinbase เข้าพบเป็นการส่วนตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทำเนียบขาวกำลังผนึกกำลังกับอุตสาหกรรมคริปโตเพื่องัดข้อกับกลุ่มทุนธนาคารเดิม
ทางด้าน Patrick Witt ที่ปรึกษาด้านคริปโตของทำเนียบขาว ก็ออกมาผสมโรงด้วยการตอกกลับ Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ที่เรียกร้องให้คุมเข้ม Stablecoin เหมือนธนาคาร โดย Witt แย้งว่า Stablecoin ไม่ใช่เงินฝาก เพราะกฎหมายห้ามนำเงินสำรองไปปล่อยกู้ต่อ ดังนั้นจึงไม่ควรถูกกำกับดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกัน
งานนี้บอกเลยว่าบันเทิง เพราะบ้านใหญ่เขาลงมาเล่นเองแบบไม่กั๊ก การที่ Eric ออกมาโวยวายส่วนหนึ่งก็เพื่อธุรกิจตัวเอง แต่อีกมุมมันก็ดีกับเราที่เป็นรายย่อย เพราะถ้ากฎหมายผ่าน เราก็มีทางเลือกในการออมเงินที่ได้ดอกเบี้ยสมน้ำสมเนื้อกว่าฝากแบงก์ ใครที่ถือ Stablecoin รอไว้เตรียมรับข่าวดีได้เลย แต่ก็ต้องดูกันยาวๆ ว่าพวกแบงก์จะงัดไม้ตายอะไรมาสู้อีก

