สรุปข่าว
- ขีปนาวุธถล่มอิหร่านดันยอดถอนคริปโตจาก Nobitex พุ่ง 873 เปอร์เซ็นต์ จนนักวิเคราะห์สงสัยว่าเป็นสัญญาณแห่ถอนเงินหนีตาย
- TRM Labs แย้งว่าเป็นเพียงการย้ายสินทรัพย์ของกระดานเทรดเพื่อความปลอดภัยหลังเคยโดนแฮก ไม่ใช่การตื่นตระหนกของรายย่อยเพราะเน็ตถูกตัด
- Elliptic ยืนยันยังพบยอดเงินไหลออกไปยังต่างประเทศวันละ 1 ล้านดอลลาร์ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามขนย้ายเงินทุนแม้ในยามวิกฤต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้สะท้อนความผันผวนเฉพาะจุดในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคา Bitcoin หรือตลาดคริปโตในภาพรวมระดับโลก ปริมาณเงินที่เคลื่อนย้ายยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับวอลลุ่มตลาดรวม จึงไม่มีนัยสำคัญต่อทิศทางราคา
ทันทีที่ขีปนาวุธตกกระทบแผ่นดินอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตลาดคริปโตก็ตอบรับแรงกระแทกนั้นทันที โดยพบว่ายอดการถอนเงินจากกระดานเทรดในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะจาก Nobitex ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน ข้อมูลจาก Chainalysis ระบุว่ายอดเงินไหลออกพุ่งขึ้นถึง 873 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญญาณของความตื่นตระหนกครั้งใหญ่
ภาพที่เห็นในตอนแรกดูชัดเจนว่าชาวอิหร่านกำลังรีบดึงสินทรัพย์ดิจิทัลของตนออกจากแพลตฟอร์มกลางเพื่อเก็บเข้ากระเป๋าเงินส่วนตัว หวังความปลอดภัยในยามวิกฤต ซึ่งเปรียบเสมือนปรากฏการณ์แห่ถอนเงินออกจากธนาคารในโลกดิจิทัล แต่ทว่าภาพความจริงอาจไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น เมื่อบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนต่างมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน
TRM Labs หนึ่งในบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนได้ออกมาโต้แย้งสมมติฐานดังกล่าว โดยมองว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่พุ่งสูงนั้นอาจทำให้เข้าใจผิด เพราะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุระเบิด ปริมาณการซื้อขายในตลาดมีน้อยมาก ดังนั้นการขยับของเงินเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์จึงทำให้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดูสูงเกินจริง Ari Redbord จาก TRM Labs ชี้ว่าพฤติกรรมนี้ดูเหมือนการบริหารจัดการภายในของกระดานเทรดมากกว่า โดยเฉพาะการย้ายเหรียญจาก Hot Wallet ไปยัง Cold Wallet เพื่อความปลอดภัย
สาเหตุที่ Nobitex ต้องระวังตัวแจขนาดนี้ เพราะเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 พวกเขาเพิ่งโดนแฮกเกอร์โจมตีเสียหายไปกว่า 90 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นการขยับเงินครั้งนี้อาจเป็นเพียงมาตรการป้องกันความเสี่ยงของทางกระดานเทรดเอง เพื่อป้องกันการถูกโจมตีซ้ำในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย มากกว่าจะเป็นการแห่ถอนเงินของรายย่อย เพราะในขณะนั้นอินเทอร์เน็ตในประเทศก็ถูกตัดขาด ทำให้การทำธุรกรรมของคนทั่วไปเป็นเรื่องยาก
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Elliptic กลับมองต่างออกไป โดยระบุว่าพวกเขายังคงเห็นกระแสเงินไหลออกไปยังกระดานเทรดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ แม้จะอยู่ในภาวะอินเทอร์เน็ตดับมืด ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ในอดีตที่แม้ปริมาณจะลดลง แต่ธุรกรรมการโอนออกนอกประเทศก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
ที่มา: coindesk
ความขัดแย้งของข้อมูลในครั้งนี้สอนบทเรียนสำคัญเรื่อง On-Chain Data ว่า บริบท คือพระเจ้า เรามักจะเชื่อว่าข้อมูลบนบล็อกเชนคือความจริงที่สุด แต่หากขาดความเข้าใจในบริบทแวดล้อม เช่น ประวัติการถูกแฮกของกระดานเทรด หรือสถานการณ์อินเทอร์เน็ตในพื้นที่ เราอาจตีความข้อมูลผิดไปคนละทางได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการหนีตายหรือแค่มาตรการความปลอดภัย เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความคลุมเครือของ เศรษฐกิจเงา ในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรได้เป็นอย่างดี

