bitkub-banner

ยอดค้าปลีกสหรัฐพุ่ง 3.2% สูงกว่าคาดหลายเท่า แต่ Core แผ่ว 0% สัญญาณผสมกดดันคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ยอดค้าปลีกรวม (Retail Sales MoM) ของสหรัฐเดือนล่าสุดพุ่งขึ้น 3.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ -0.3% อย่างมาก ขณะที่ยอดค้าปลีก Core (ไม่รวมรถยนต์) ออกมาที่ 0% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 0.1%
  • ตัวเลขค้าปลีกรวมที่แข็งแกร่งเกินคาดส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคสหรัฐยังใช้จ่ายหนัก ลดโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยเร็ว ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
  • Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $69,964 (ติดลบ 3.52%) และ Ethereum อยู่ที่ $2,045.57 (ติดลบ 3.61%) ก่อนตัวเลขนี้ออกมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ตัวเลขค้าปลีกรวมที่พุ่งขึ้น 3.2% สูงกว่าคาดหลายเท่า บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง ลดแรงจูงใจให้ Fed ลดดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งกดดัน Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แม้ตัวเลข Core จะออกมาแผ่ว แต่ภาพรวมยังเป็นลบต่อคริปโต

เมื่อเวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย (8:30 AM EST) ของวันที่ 6 มี.ค. 2569 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก 2 ชุดพร้อมกัน โดยยอดค้าปลีกรวม (Retail Sales MoM) พุ่งขึ้น 3.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ -0.3% อย่างมหาศาล และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 0% ในขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีก Core (Core Retail Sales MoM) ที่ตัดรถยนต์ออก กลับออกมาที่ 0% ต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยที่ 0.1%

ตัวเลขทั้งสองชุดนี้เล่าเรื่องที่ต่างกัน ยอดค้าปลีกรวมที่พุ่งขึ้นถึง 3.2% บ่งชี้ว่ายอดขายรถยนต์น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะเมื่อตัดรถยนต์ออกแล้ว (Core) กลับไม่โตเลย นั่นหมายความว่าการบริโภคทั่วไปของชาวอเมริกันค่อนข้างนิ่ง แต่ภาพรวมที่ตลาดจับตาคือตัวเลขรวมที่แข็งแกร่งเกินคาดหลายเท่า

ค้าปลีกพุ่ง 3.2% หมายความว่าอย่างไร

การที่ยอดค้าปลีกรวมพุ่งขึ้นถึง 3.2% ขณะที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว -0.3% ถือเป็นการพลาดคาดการณ์ขนาดใหญ่มาก ตัวเลขนี้ส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคสหรัฐยังมีกำลังซื้อสูง เศรษฐกิจยังไม่ชะลอตัวตามที่หลายฝ่ายกังวล ซึ่งในแง่นโยบายการเงิน หมายความว่า Fed มีเหตุผลน้อยลงที่จะรีบลดดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและอาจหนุนให้เงินเฟ้อยังคงเหนียวแน่น

แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือตัวเลข Core ที่ตัดรถยนต์ออกแล้วกลับอยู่ที่ 0% ไม่โตเลย ต่างจากตัวเลขรวมอย่างสิ้นเชิง ชี้ว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคยานยนต์ ไม่ใช่การบริโภคในวงกว้าง นักวิเคราะห์จะจับตาว่า Fed จะให้น้ำหนักกับตัวเลขรวมหรือ Core มากกว่ากันในการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย

ดอลลาร์แข็ง กดดันคริปโตระยะสั้น

ในตลาดคริปโต ตัวเลขค้าปลีกรวมที่แข็งแกร่งเกินคาดถือเป็นข่าวร้ายในระยะสั้น เมื่อเศรษฐกิจยังดี Fed ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะลดดอกเบี้ย ดอลลาร์จึงมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum โดยตรง

ณ ช่วงที่ตัวเลขออกมา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $69,964 ติดลบ 3.52% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $2,045.57 ติดลบ 3.61% ตลาดคริปโตที่อยู่ในแดนลบอยู่แล้ว อาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากตัวเลขนี้

ต้องจับตาอะไรต่อจากนี้

แม้ตัวเลขค้าปลีกรวมจะแข็งแกร่ง แต่ตลาดจะตีความตัวเลขนี้ร่วมกับข้อมูลอื่นด้วย ยังมีตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PCE รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายที่ต้องติดตาม หากเงินเฟ้อยังสูงควบคู่กับค้าปลีกที่แข็งแกร่ง โอกาสลดดอกเบี้ยก็จะยิ่งถอยออกไป ซึ่งจะกดดันคริปโตต่อเนื่อง แต่ถ้าตัวเลข Core ที่แผ่วทำให้ Fed มองว่าความแข็งแกร่งกระจุกอยู่เฉพาะภาคยานยนต์ ก็อาจไม่เปลี่ยนแผนนโยบายมากนัก


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขค้าปลีกรอบนี้ส่งสัญญาณผสม แต่ภาพรวมค่อนข้างลบสำหรับคริปโต ตัวเลขรวมที่พุ่ง 3.2% ขณะที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว เป็นเซอร์ไพรส์ขนาดใหญ่ที่ทำให้ Fed มีข้ออ้างคงดอกเบี้ยสูงต่อไปได้ แม้ Core จะแผ่ว แต่ตลาดมักให้น้ำหนักกับตัวเลข headline มากกว่า

สิ่งที่ผมจับตาดูคือปฏิกิริยาของตลาดพันธบัตร ถ้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐพุ่งขึ้นตามตัวเลขค้าปลีก นั่นเป็นสัญญาณลบชัดเจนสำหรับคริปโต แต่ถ้าตลาดตีความว่าความแข็งแกร่งมาจากรถยนต์เป็นหลัก (เพราะ Core แผ่ว) พันธบัตรอาจไม่ขยับมาก และแรงกดดันต่อคริปโตก็จะจำกัด ระวังไว้ด้วยนะครับ ตลาดช่วงนี้ยังอ่านยากอยู่

📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่