bitkub-banner

Curve Finance กล่าวหา PancakeSwap ก็อป Code StableSwap โดยไม่ขออนุญาต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตามรายงานจาก Cointelegraph Curve Finance กล่าวหา PancakeSwap ว่าก็อป StableSwap code โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมแชร์ภาพหน้าจอของไฟล์ CLStableSwapHook ที่ระบุ PancakeSwap เป็นผู้เขียน
  • code ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ PancakeSwap Infinity StableSwap ที่เพิ่งเปิดตัว ใช้สำหรับ swap stablecoins ด้วย slippage ต่ำมาก Curve เตือนว่าการใช้ StableSwap code โดยไม่มี “deep stableswap expertise” อาจเป็นอันตราย โดยยกตัวอย่าง Saddle Finance ถูก hack ปี 2022 และ Balancer ถูก hack $116 ล้านปี 2025 ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ swap-based code
  • อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ จบลงด้วยดี Crypto Briefing รายงานว่า PancakeSwap ตอบว่า “ได้ติดต่อ Curve แล้วเพื่อเจรจา” จากนั้น Curve ลดท่าทีลงโดยตอบว่า “Indeed, better to be friends and buidl together” ส่งสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายอาจจบลงด้วย licensing agreement หรือ collaboration แทนคดีความ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข้อพิพาทระหว่าง 2 DeFi protocols ที่ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ไม่กระทบราคา CRV หรือ CAKE อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว แต่เน้นย้ำความสำคัญของ DeFi licensing และ code security

ในโลก DeFi ที่ code คือหัวใจของทุกอย่าง การก็อป code โดยไม่ขออนุญาตไม่ใช่แค่ “ผิดมารยาท” แต่อาจเป็น “อันตราย” ตามที่ Cointelegraph Curve Finance DEX อันดับต้นๆ สำหรับ stablecoin swaps กล่าวหา PancakeSwap DEX ที่ใหญ่ที่สุดบน BNB Chain ว่า คัดลอก StableSwap code มาใช้ใน PancakeSwap Infinity โดยไม่ได้รับ license เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องลิขสิทธิ์ แต่ยังเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของเงินผู้ใช้

ปัญหาก็อป Code ไม่ใช่แค่ผิดกฎหมาย แต่ “อันตราย”

Crypto Times รายงานว่า Curve ไม่ได้แค่บ่นเรื่องลิขสิทธิ์ แต่เตือนเรื่อง ความปลอดภัยด้วยความที่ StableSwap เป็น algorithm ที่ซับซ้อนมาก ต้องมี “deep stableswap expertise” ในการ deploy อย่างปลอดภัย Curve ยกตัวอย่าง Saddle Finance ที่เคยก็อป Curve code มาใช้แล้วถูก hack ในปี 2022 และ Balancer ที่ถูก hack $116 ล้าน ในปี 2025

ภาพหน้าจอที่ Curve แชร์แสดงไฟล์ CLStableSwapHook ที่ระบุ PancakeSwap เป็นผู้เขียน แต่มี comment ที่ชัดเจนว่า “@license # TODO: Which license should we use?” ซึ่งเป็น placeholder ที่ยังไม่ได้กำหนด — บ่งชี้ว่า code ถูกนำมาใช้ ก่อนที่จะจัดการเรื่อง license ให้เรียบร้อย

จบดี? ร่วมสร้างมิตรสร้างสภาพแวดล้อมคริปโตที่ดี

PancakeSwap ตอบรับอย่างรวดเร็วว่า ได้ติดต่อ Curve โดยตรงเพื่อเจรจา และ Curve ก็ลดท่าทีลงจาก “ผิดกฎหมาย” เป็น “จะดีกว่าถ้าเราเป็นมิตรแล้วสร้างสรรค์สิ่งดีร่วมกัน” ซึ่งส่งสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายอาจจบลงด้วยทำข้อตกลง license หรือ collab แทนการฟ้องร้อง

Curve เสนอว่า “หากต้องการใช้ StableSwap โดยไม่มีปัญหากฎหมาย และต้องการยืมความเชี่ยวชาญของเราเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ user ทั้งยังสามารถติดต่อเราเรื่อง licensing ได้”


นี่เป็นการสะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่า “2 DEX ทะเลาะกัน” ในโลก DeFi ที่ code ส่วนใหญ่เป็น open-source เส้นแบ่งระหว่าง “อ้างอิง” กับ “ก็อป” มักไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่ Curve ชี้ให้เห็นถูกต้อง: การนำ code ที่ซับซ้อนมาใช้โดยไม่เข้าใจลึกพอมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย Saddle Finance เป็นบทเรียนที่ชัดเจน สำหรับนักลงทุนที่ใช้ PancakeSwap StableSwap ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะมุ่งสู่การเจรจา แต่ควร ติดตามผลลัพธ์ ว่าจะมี formal licensing agreement หรือไม่ เพราะมันจะกำหนดความปลอดภัยของ protocol ในระยะยาวครับ

ที่มา: Cointelegraph, Crypto Times, Crypto Briefing