bitkub-banner

7 สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในปี 2026 นี่คือคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับคนไทย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  •  Bitcoin ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $68,000 (ประมาณ 2.2 ล้านบาท) โดยได้ร่วงประมาณ 45% จาก All-Time High ที่ระดับ $126,000 แต่สถาบันระดับ BNY, BlackRock, VanEck กำลังเข้าซื้ออย่างหนัก
  • มือใหม่ไม่ต้องมีเงินเป็นล้าน ซื้อ Bitcoin ได้ตั้งแต่ 10 บาท บนกระดานเทรดไทยที่ถูกกฎหมาย เช่น Bitkub (ค่าธรรมเนียม 0.25%, ได้รับใบอนุญาตจาก กลต.) สมัคร KYC ด้วยบัตรประชาชนใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที
  • กฎหมายไทยรองรับเต็มรูปแบบ และข่าวดีเรื่องภาษี โดยมี พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กำกับดูแล กลต. ออกใบอนุญาตให้กระดานเทรด และตามมติ ครม. 17 มิ.ย. 2568 กำไรจากการเทรดคริปโตผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2572 ไม่ต้องเสียทั้ง Capital Gains Tax, หัก ณ ที่จ่าย 15% และ VAT

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

Bitcoin ที่ราคาร่วงถึง 45% จาก ATH พร้อมกับข่าวการเข้าซื้อของสถาบันระดับโลกและข่าว FED ที่กำลังจะอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบอีก 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีข่าวดีสำหรับ Bitcoin ในระยะยาว

Bitcoin ในปี 2026 ไม่เหมือนกับ Bitcoin ที่คุณเคยได้ยินเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยตอนนี้มีกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่ BlackRock, Fidelity และ VanEck เป็นผู้ออก และบริษัท Strategy ที่ถือ Bitcoin กว่า 720,000 BTC โดย CEO ของ VanEck เพิ่งบอกกับสื่อ CNBC ว่า “Bitcoin กำลังทำจุดต่ำสุด”

ราคาวันนี้อยู่ที่ประมาณ $68,000 (ประมาณ 2.2 ล้านบาท) โดยมีกราฟ Bitcoin Dominance อยู่ที่ 57.3% ซึ่งหมายความว่า Bitcoin มี Market เป็นส่วนใหญ่ของตลาดคริปโต และในตอนนี้ราคาของ Bitcoin ได้ร่วงจากระดับ All-Time High มาแล้วประมาณ 45% โดยในช่วงนี้ราคาของ Bitcoin ได้รับผลกระทบจากจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งในมุมของนักลงทุนระยะยาว นี่อาจเป็นจุดเข้าที่ดีที่สุดของปี

บทความนี้จะพาคุณตั้งแต่ “Bitcoin คืออะไร?” จนถึง “ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่?” แบบจับมือทำทีละขั้น

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม

ก่อนซื้อ Bitcoin สักบาทเดียว ให้เตรียม 3 สิ่งนี้ให้พร้อม:

  • บัตรประชาชน: ใช้ยืนยันตัวตน (KYC) กับกระดานเทรด ต้องเป็นบัตรตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  • บัญชีธนาคารไทย: สำหรับฝากเงินบาทเข้ากระดานเทรด ต้องเป็นชื่อเดียวกับบัญชีกระดานเทรด (ห้ามใช้ชื่อคนอื่น)
  • โทรศัพท์สมาร์ทโฟน: สำหรับดาวน์โหลดแอปกระดานเทรด + แอป Authenticator (2FA) เพื่อความปลอดภัย

1. Bitcoin คืออะไร? แบบขอสั้น ๆ

Bitcoin คือ เงินดิจิทัลที่ไม่มีรัฐบาลหรือธนาคารกลางใดควบคุม ทำงานบนเทคโนโลยี Blockchain ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกธุรกรรม ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 โดยบุคคลนิรนามชื่อ Satoshi Nakamoto มีจำนวนจำกัดตลอดกาลเพียง 21 ล้านเหรียญ ปัจจุบันถูกขุดไปแล้วกว่า 19.99 ล้านเหรียญ เหลือไม่ถึง 1 ล้านเหรียญที่ยังไม่ถูกขุด และ ทุกๆ 4 ปีจะมีเหตุการณ์ “Halving” ที่ทำให้ BTC ใหม่ถูกสร้างขึ้นช้าลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ Bitcoin หายากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนทองคำดิจิทัล

2. ไม่ต้องซื้อทั้งก้อน ซื้แค่ 10 บาทก็ได้

หลายคนคิดว่าต้องมีเงิน 2.4 ล้านบาทจึงจะซื้อ Bitcoin ได้ ไม่จริงเลยครับ Bitcoin แบ่งย่อยได้ถึง 8 ตำแหน่งทศนิยม หน่วยย่อยที่สุดเรียกว่า “Satoshi” (1 BTC = 100,000,000 satoshi)

มาคำนวณกันจริงๆ ที่ราคา BTC = $68,000 (2,100,000 บาท):

  • 100 บาท ได้ประมาณ 4,200 satoshi (0.00004200 BTC) 
  • 1,000 บาท ได้ประมาณ 42,000 satoshi (0.00042000 BTC)
  • 10,000 บาท ได้ประมาณ 420,000 satoshi (0.00420000 BTC)

บนกระดานเทรดไทยอย่าง Bitkub ขั้นต่ำในการซื้อขายอยู่ที่ 10 บาท เท่านั้น ดังนั้นไม่มีข้ออ้างว่า “เงินไม่พอ” เราสามารถเริ่มจากจำนวนที่สบายใจได้เลย

3. กระดานเทรดไทยที่ถูกกฎหมาย

ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กระดานเทรดคริปโตในไทยต้อง ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. (กลต.) ห้ามใช้กระดานเทรดที่ไม่มีใบอนุญาตเด็ดขาด

กระดานเทรด Bitkub ซึ่งเป็นกระดานเทรดไทยที่มีผู้ใช้มากที่สุด ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. + กระทรวงการคลัง ค่าธรรมเนียมซื้อขาย 0.25% ฝากเหรียญฟรี ฝากเงินบาทฟรี ใช้งานเป็นภาษาไทย มีแอปทั้ง iOS และ Android

กระดานเทรด Binance TH (Gulf Binance) ซึ่งเป็นกระดานเทรดเวอร์ชันไทยของกระดานเทรด Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดระดับโลก มีเหรียญให้เลือกเยอะกว่า Bitkub และรองรับเงินบาทฝากถอนผ่านธนาคารไทย

4. วิธีสมัคร และทำ KYC (ตัวอย่างบน Bitkub)

Step 1: ดาวน์โหลดแอป Bitkub จาก App Store หรือ Play Store

Step 2: กดสมัครสมาชิก กรอกอีเมล ตั้งรหัสผ่าน แล้วยืนยันอีเมล

Step 3: เข้าสู่ระบบ จากนั้นจะมี Pop-up ให้ทำแบบทดสอบความเข้าใจเรื่องคริปโต (ตอบตามจริง อ่านละเอียด)

Step 4: ยืนยันตัวตนเพื่อเริ่มเทรด โดยต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ) 

Step 5: ถ่ายรูปบัตรประชาชน (หน้า-หลัง) ในที่มีแสงสว่างเพียงพอ ระวังแสงสะท้อน

Step 6: สแกนใบหน้า (ไม่ต้องถือบัตร แค่ให้กล้องจับใบหน้า)

Step 7: รอการอนุมัติ ปกติ 5 นาที – 24 ชม. (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 ชม.)

Step 8: เมื่อ KYC ผ่าน นักลงทุนจะต้องผูกบัญชีธนาคารเพื่อฝากเงินบาท จากนั้นเราก็จะสามารถซื้อ Bitcoin ได้เลย โดยทำการหาเหรียญที่ชื่อว่า “THB” จากนั้นกดฝากเงิน โดยจะต้องฝากเงินจากบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของคุณเท่านั้น

ข้อควรระวัง: ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ทำ KYC จะ ไม่สามารถถอนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ จนกว่าจะยืนยันตัวตนครบ

5. กลยุทธ์ DCA สำหรับมือใหม่

DCA หรือ Dollar-Cost Averaging คือ การซื้อ Bitcoin ด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันเป็นประจำ ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการ “จับจังหวะผิด” และเหมาะกับมือใหม่มากที่สุด

และนี่คือตัวอย่างหากเรา DCA 2,000 บาท ต่อ สัปดาห์

สมมติเริ่ม DCA ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. 2026 ด้วยเงิน 2,000 บาท/สัปดาห์ แล้วราคา Bitcoin ผันผวนระหว่าง $68,000-$75,000 ในช่วงนี้:

  • สัปดาห์ที่ 1 (BTC = $72,675 / 2,500,000 บาท): 2,000 บาท เราจะได้ 80,000 satoshi
  • สัปดาห์ที่ 2 (BTC = $68,000 / 2,340,000 บาท): 2,000 บาท เราจะได้ 85,470 satoshi (ราคาลง = ได้มากขึ้น)
  • สัปดาห์ที่ 3 (BTC = $74,000 / 2,550,000 บาท): 2,000 บาท เราจะได้ 78,431 satoshi
  • สัปดาห์ที่ 4 (BTC = $75,000 / 2,580,000 บาท): 2,000 บาท เราจะได้ 77,519 satoshi

ผลลัพธ์ 1 เดือน: ลงทุนรวม 8,000 บาท → ได้ 321,420 satoshi (ประมาณ 0.00321 BTC) ทำให้ราคาคาเฉลี่ยประมาณ 2,490,000 บาท ต่อ Bitcoin

สังเกตว่าสัปดาห์ที่ราคาถูก คุณได้ satoshi มากขึ้นอัตโนมัติ นี่คือพลังของ DCA ทำให้ในช่วงที่ราคาลงเป็นช่วงที่เราจะได้ของถูก ไม่ใช่ช่วงที่เราจะขาดทุน

ทำแบบนี้ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 ปี เราจะใช้เงินลงทุน 104,000 บาท แต่เราจะได้ต้นทุนเฉลี่ยดีกว่าการ All-in ครั้งเดียวมาก

6. วิธีเก็บ Bitcoin อย่างปลอดภัย

การเก็บ Bitcoin มี 2 ทางเลือกหลัก ๆ คือ

เก็บบน กระดานเทรด ซึ่งเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ถือ BTC จำนวนไม่มาก (ต่ำกว่า 100,000 บาท) สะดวก ซื้อ/ขายได้ทันที ไม่ต้องคอยดูแล Private key เอง แต่มีข้อเสีย คือ ถ้ากระดานเทรดโดนแฮกหรือปิดตัว คุณอาจสูญเสีย Bitcoin ได้ เหมือนกับเหตุการณ์ของกระดานเทรด FTX

เก็บบน Hardware Wallet เหมาะสำหรับคนที่ถือ BTC จำนวนมาก (มากกว่า 100,000 บาท) เป็นอุปกรณ์ที่เหมือกับ USB ที่เก็บ private key แบบ offline ไม่เชื่อมอินเทอร์เน็ต แฮกเกอร์เข้าถึงไม่ได้ โดยมียี่ห้อที่นิยมใช้กันคือ Ledger, Trezor ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,000 บาท

กฎเหล็ก: “Not your keys, not your coins” ถ้าคุณไม่ถือ Private key เอง คุณไม่ได้ “เป็นเจ้าของ” Bitcoin จริง ๆ สำหรับมือใหม่ เริ่มจากเก็บบนกระดานเทรดก่อนก็ได้ แล้วค่อยย้ายไป Hardware wallet เมื่อจำนวนเงินเริ่มมาก

7. คนไทยไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการเทรด

ข่าวดีสำหรับนักลงทุนคริปโตไทย ตามมติ ครม. วันที่ 17 มิถุนายน 2568 รัฐบาลได้ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายคริปโต ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2572 (คิดเป็นเวลา 5 ปี) เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของโลก 

กำไรจากการเทรดจะถูกยกเว้นภาษี เมื่อเทรดผ่านกระดานเทรดอยู่ภายใต้ กลต. เช่น Bitkub, Binance TH ไม่ต้องเสียภาษีจากกำไรที่ได้

นอกจากนี้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ก็ไม่ต้องหักและ VAT 7% ก็ถูกยกเว้น โดยทาง Bitkub ระบุว่า ธุรกรรมผ่านกระดานเทรดที่อยู่ภายใต้ กลต. ไม่จำเป็นต้องหักภาษีและ VAT

ตัวอย่าง: ซื้อ Bitcoin ที่ราคา 2,000,000 บาท และไปขายที่ 2,500,000 บาท เท่ากับว่า เราได้กำไร 500,000 บาทเต็ม ๆ โดยไม่ต้องเสียภาษี 

ข้อควรระวัง: การยกเว้นภาษีและ VAT ใช้เฉพาะการเทรดผ่านกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. โดยมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2572 เท่านั้น หากเทรดผ่านกระดานเทรดต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย อาจยังต้องเสียภาษี ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ

5 สิ่งที่มือใหม่มักพลาด

พลาดที่ 1: All-in ครั้งเดียว นักลงทุนไม่ควรเอาเงินทั้งหมดซื้อ BTC ในครั้งเดียว ราคาอาจร่วงอีก 20-30% ได้ทุกเมื่อ ควรใช้ DCA แทน

พลาดที่ 2: Panic sell ตอนราคาลง เนื่องจาก Bitcoin เคยร่วง 50-80% มาแล้วหลายครั้ง แล้วกลับมาทำ All-Time High ใหม่ทุกครั้ง ถ้าขายตอนราคาลง = lock ขาดทุนถาวร

พลาดที่ 3: เล่น Leverage โดยไม่เข้าใจ เพราะการเทรดบนตลาด Futures ขยายทั้งกำไรและขาดทุน โดยมือใหม่ไม่ควรแตะ Leverage เด็ดขาด ควรใช้ Spot อย่างเดียว

พลาดที่ 4: ไม่เปิด 2FA  การเปิด Two-Factor Authentication (ใช้งานผ่านแอพ Google Authenticator หรือ Authy) เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าไม่เปิดเราก็จะเสี่ยงโดนแฮกมากขึ้น

พลาดที่ 5: เชื่อคนที่สัญญา “ผลตอบแทนการันตี” เพราะไม่มีใครการันตีกำไรจากคริปโตได้ ถ้าใครบอกว่า “ลงทุน 100,000 ได้ 200,000 ใน 1 เดือน” นั่นคือ scam 100% อย่าโอนเงินให้ใครเด็ดขาด

สรุปขั้นตอนทั้งหมด

Bitcoin ในปี 2026 ไม่ใช่ “ของเล่น” อีกต่อไป มันเป็นสินทรัพย์ที่สถาบันระดับโลกอย่าง BlackRock, VanEck เข้ามาลงทุน มีกฎหมายรองรับในไทย (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล + กลต.) และมีกระดานเทรดที่ถูกกฎหมายให้ใช้งาน

เราสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้เพียงไม่กี่ขึ้นตอน​ โดยเริ่มจาก

  1. ดาวน์โหลดแอป Bitkub หรือ Binance TH
  2. สมัคร + ทำ KYC (ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที)
  3. ฝากเงินบาทจำนวนที่ “สูญเสียได้โดยไม่กระทบ” 
  4. ซื้อ Bitcoin ก้อนแรก
  5. ตั้ง DCA อัตโนมัติ (สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง)
  6. เปิด 2FA ทันที
  7. เรียนรู้ต่อเรื่อย ๆ และอ่านข่าวจาก Siam Blockchain ทุกวัน

จำไว้ว่า: “เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีที่แล้ว เวลาที่ดีรองลงมาคือวันนี้” เช่นเดียวกับ Bitcoin ไม่มีคำว่าสายเกินไป แต่อย่ารอจนราคาแพงกว่านี้แล้วค่อยเสียดาย เริ่มจากจำนวนเล็กๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้เวลาทำงานให้คุณครับ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ กรุณาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา: Bitkub, การยกเว้นภาษี, Bitcoin.org, ก.ล.ต.