bitkub-banner

🔴LIVE: เกาะติดสถานการณ์สงครามนาโต VS อิหร่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • NATO ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านตกขณะกำลังเข้าสู่น่านฟ้าตุรกี สมาชิก NATO ในวันที่ 9 มี.ค. 2569
  • เหตุการณ์นี้อาจเข้าข่ายมาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO ซึ่งถือว่าการโจมตีสมาชิกหนึ่งคือการโจมตีทุกประเทศในพันธมิตร ความตึงเครียดระหว่าง NATO กับอิหร่านพุ่งสูงในชั่วข้ามคืน
  • ตลาดทั่วโลกอยู่ในโหมด Risk-Off อย่างรุนแรง นักลงทุนต้องจับตาว่าจะมีการตอบโต้ทางทหารเพิ่มเติมหรือไม่ และ NATO จะเรียกประชุมฉุกเฉินหรือเปล่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ NATO ยิงขีปนาวุธอิหร่านตกโดยตรงถือเป็นการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงครั้งแรกระหว่างพันธมิตรตะวันตกกับอิหร่าน ซึ่งเป็นสัญญาณ Risk-Off ที่รุนแรงที่สุดสำหรับตลาดการเงินทั้งหมด รวมถึงคริปโต นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงก่อนแล้วค่อยถามทีหลังในสถานการณ์เช่นนี้ Bitcoin และ Altcoin อาจเผชิญแรงขายหนักในระยะสั้น

เมื่อคืนวันที่ 9 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย เกิดเหตุการณ์ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปตลอดกาล เมื่อกองกำลัง NATO ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านตกขณะกำลังบุกเข้าสู่น่านฟ้าของตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิกพันธมิตรทางทหาร NATO ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ NATO เข้าสกัดกั้นอาวุธของอิหร่านโดยตรง ซึ่งอาจจุดชนวนให้ความขัดแย้งในภูมิภาคลุกลามกลายเป็นวิกฤตระดับโลก สถานการณ์นี้กระทบต่อตลาดการเงินและตลาดคริปโตทันที เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

มาตรา 5 และความเสี่ยงของการขยายสงคราม

การที่ขีปนาวุธอิหร่านบุกล้ำน่านฟ้าตุรกีถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของสมาชิก NATO โดยตรง ซึ่งตามสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือมาตรา 5 ระบุว่าการโจมตีสมาชิกหนึ่งถือเป็นการโจมตีพันธมิตรทั้งหมด แม้ว่าการกระตุ้นมาตรา 5 อย่างเป็นทางการจะต้องผ่านการลงมติจากประเทศสมาชิก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เปิดประตูสู่การตอบโต้ทางทหารในวงกว้างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในความขัดแย้งนี้

ความตึงเครียดในภูมิภาคสะสมมาต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านออกคำเตือนต่อสหรัฐฯ ภายใต้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ Mojtaba Khamenei และสหรัฐฯ ได้ส่ง เครื่องบิน E-6B Mercury หรือที่รู้จักกันว่า “เครื่องบินวันสิ้นโลก” ไปประจำการในตะวันออกกลาง แล้ว นอกจากนี้ อิสราเอลยังโจมตีทางอากาศโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของอิหร่าน ไปก่อนหน้านี้ด้วย ทำให้บรรยากาศตอนนี้ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในสภาวะที่ตลาดการเงินโลกอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอยู่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า Dow Jones Futures ร่วงกว่า 4,000 จุด และ นักลงทุนทั่วโลกถอนเงินออกจากหุ้นเอเชียกว่า 3.5 แสนล้านบาท ในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว ในขณะที่ราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ $115 ต่อบาร์เรล ด้วยการเพิ่มขึ้นกว่า 25% ในวันเดียว ตลาดคริปโตซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงมักได้รับแรงขายก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อนักลงทุนตื่นตระหนก

ที่น่ากังวลคือตลาดคริปโตโดยรวมอยู่ในสภาพที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว โดย สินทรัพย์คริปโตบางตัวร่วงลงถึง 40-98% นับตั้งแต่ Trump เข้ารับตำแหน่ง การเผชิญหน้าระหว่าง NATO กับอิหร่านครั้งนี้อาจเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมที่ผลักให้ราคาดิ่งลงอีกรอบ และนักลงทุนที่ถือ Leverage สูงอาจเผชิญความเสี่ยงถูกล้างพอร์ตได้ในทันที หากตลาดเกิดการขายทิ้งแบบ Panic Sell

สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงนี้

นักลงทุนควรติดตามการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากทั้ง NATO และอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะว่าจะมีการเรียกประชุมฉุกเฉินของ NATO หรือไม่ รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำพันธมิตร หากสถานการณ์บานปลายไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากอิหร่านหรือพันธมิตรอย่างรัสเซีย ตลาดการเงินทั้งหมดรวมถึงคริปโตอาจเผชิญกับแรงขายที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ในทางกลับกัน หากมีการเจรจาทางการทูตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ตลาดฟื้นตัวได้บางส่วน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้หนักมากจริงๆ ไม่ใช่แค่ข่าวทั่วไป การที่ NATO ยิงอาวุธอิหร่านตกเหนือน่านฟ้าตุรกีถือเป็นเส้นแดงที่ข้ามไปแล้ว และจากนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าอิหร่านจะตอบสนองอย่างไร ถ้าเขาเลือกที่จะตอบโต้ ตลาดคงร่วงหนักต่อเนื่อง แต่ถ้าเขาถอยและเลือกเจรจา อาจเห็นการดีดตัวได้บ้าง สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดคือตอนนี้ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงแล้ว หุ้นก็อ่อนแล้ว คริปโตก็อยู่ในสภาพไม่ดีอยู่แล้วก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นถ้ามีชนวนเพิ่มขึ้นอีก ผลกระทบอาจซ้ำเติมได้หนักมาก สำหรับคนที่ถือ Position อยู่ ขอให้ระวังความเสี่ยงด้านระยะสั้นไว้ด้วย และอย่าลืมว่าตลาดในช่วงวิกฤตมักเคลื่อนไหวเร็วและผันผวนสูงเกินคาด

เครดิตภาพจาก @CryptoRover