สรุปข่าว
- Beast Industries บริษัทของ MrBeast หรือ James Stephen “Jimmy” Donaldson ยูทูบเบอร์อันดับ 1 ของโลก ได้เข้าซื้อกิจการ Step แอปธนาคารบนมือถือสำหรับวัยรุ่น ตามหลังบริษัทคลัง Ethereum อย่าง BitMine ที่ลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ในบริษัท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
- ในเดือนตุลาคม 2025 Beast Holdings ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “MrBeast Financial” ครอบคลุมบริการซื้อขายคริปโต ประมวลผลการชำระเงิน และการเทรดผ่าน DEX
- ชุมชน Reddit ตั้งคำถามอย่างหนักว่า แผนทั้งหมดนี้อาจใช้ฐานแฟนคลับ 450 ล้านคน เป็นสภาพคล่องทางการเงินหรือไม่ โดยอ้างอิงประวัติบนบล็อกเชนที่น่าสงสัยในอดีต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังอยู่ในระยะแผน ไม่ใช่การเปิดตัวเหรียญจริง ซึ่งตลาดอาจตอบสนองในเชิงบวกระยะสั้น หาก MrBeast Financial เปิดตัวจริง แต่ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และประวัติเชิงลบอาจดึงความเชื่อมั่นให้ลดลง
MrBeast หรือ Jimmy Donaldson ยูทูบเบอร์เบอร์ 1 ของโลกที่มีผู้ติดตามกว่า 450 ล้านคน กำลังก้าวเข้าสู่โลกการเงินอย่างจริงจัง ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Step แอปธนาคารสำหรับวัยรุ่น โดยรับเงินลงทุนมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์จากบริษัท BitMine และยื่นจดทะเบียน “MrBeast Financial” ที่ครอบคลุมถึงบริการคริปโต ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง 6 เดือน ส่งผลให้กระแสบน Reddit พุ่งทันที ทั้งคนที่ตื่นเต้นและคนที่เริ่มตั้งคำถามว่า “เหล่าแฟนๆ คลับ กำลังจะกลายเป็นสภาพคล่องให้ใครสักคนหรือเปล่า?”
ทำไม Influencer ถึงหันมาสนใจธนาคารและคริปโต ?

ที่มาภาพ : cryptometer
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก เพราะฐานแฟนคลับมหาศาลของ MrBeast คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลในโลกการเงิน หากเขาลุกขึ้นมาทำแพลตฟอร์ม MrBeast Financial จริง ๆ มันจะกลายเป็นประตูบานใหญ่ที่พาผู้คนนับล้านเข้าสู่โลกคริปโตได้ในพริบตา
นักวิเคราะห์มองว่า จำนวนผู้ชมของเขานั้นเทียบเท่ากับฐานลูกค้าของธนาคารยุคดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกเลยทีเดียว ขอเพียงแค่เขาสามารถเปลี่ยนแฟนคลับแค่ส่วนน้อย ให้กลายมาเป็นผู้ใช้งานจริง แพลตฟอร์มนี้ก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการฟินเทคได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่ง Step ก็มีนักลงทุนมืออาชีพระดับโลกหนุนหลัง ทั้ง Stephen Curry, Justin Timberlake, Will Smith และ The Chainsmokers ทำให้การเข้าซื้อในครั้งนี้คือ การรับโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่จริงมาต่อยอด
บทเรียนจากเซเลบฯ ที่เคยออกเหรียญแล้วไม่จบสวย
หากมองย้อนประวัติศาสตร์จะพบว่า มันคือ แผนล่อเม่าไปเชือดที่มักจะเกิดขึ้นในโลกคริปโตและหุ้นปั่น โดยเริ่มต้นจากการปั่นกระแสให้ดูว้าว หรือมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังออกมาการันตี จนคนเกิดอาการ FOMO ทำให้คนแห่เข้าไปซื้อตามๆ กัน เพราะหวังจะรวยเร็ว พอกระแสพีคถึงขีดสุดและราคาสูงเป็นที่น่าพอใจ พวกเจ้ามือที่เก็บของไว้เงียบๆ ตั้งแต่ราคาถูกก็จะเริ่มเทขายใส่ทันที เพื่อทำกำไรก้อนโต ส่งผลให้ราคาเหรียญดิ่งเหวอย่างรวดเร็ว สุดท้ายรายย่อยหรือแฟนคลับที่เข้ามาทีหลังก็ติดดอยยาว กลายเป็นคนถือเหรียญไร้ค่าที่ไม่มีใครยอมซื้อต่อ
เห็นได้จากเหรียญ $TRUMP ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 มกราคม มูลค่ารวมพุ่งสูงสุดกว่า 14,500 ล้านดอลลาร์ภายในสองวัน มูลค่าพุ่งหลักหมื่นล้าน แล้วดิ่งลงทันทีใน 2 วัน ทิ้งให้รายย่อยขาดทุนย่อยยับ
ตามมาด้วยเหรียญ $HAWK ของ Hailey Welch ที่เปิดตัว มูลค่าตลาดพุ่งแตะเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ แล้วราคาก็ร่วงกว่า 90% ในไม่กี่ชั่วโมง หลังพบว่า เหรียญเกือบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในมือคนวงใน มีเพียง 3-4% ของเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด

ที่มาภาพ : slate
แม้แต่เหรียญที่โปรโมตโดยบุคคลระดับโลกอย่าง Melania Trump หรือของประธานาธิบดี Javier Milei ก็มีจุดจบไม่ต่างกันคือ ราคาร่วงดิ่งลงกว่า 95% ภายในเวลาอันสั้น
นักสืบบนบล็อกเชนพบ MrBeast ทำกำไรจากการโปรโมตเหรียญคริปโตในอดีต

ในเดือนตุลาคม 2024 นักสืบบนบล็อกเชนออกรายงาน กล่าวหาว่า MrBeast ทำกำไรระหว่าง 10-23 ล้านดอลลาร์จากการโปรโมตเหรียญคริปโตแล้วขายทำกำไร โดยการสอบสวนตามรอย wallet กว่า 50 ใบที่เชื่อมโยงกับเขา พบว่า เหรียญหลายตัวหลังจากนั้น ราคาร่วงลงกว่า 90%
ข้อโต้แย้งต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกบล็อกเชนในอดีต เปรียบเหมือนรอยแผลเป็นดิจิทัลที่ลบไม่ออก และยังคงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นที่สาธารณชนมีต่อโปรเจกต์การเงินและคริปโตของเขาในปัจจุบัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ที่อาจจะยังขาดประสบการณ์ในการลงทุน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ความน่าเชื่อถือที่เคยสั่นคลอนในอดีต อาจนำไปสู่ความเสี่ยงครั้งใหม่ สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของตลาดคริปโต
สัญญาณของจริง หรือกระแสปั่นชั่วคราว
หากมองในมุมบวก การที่ Influencer ระดับโลกอย่าง MrBeast ขยับตัวเข้าสู่โลกการเงินอย่างจริงจัง ทั้งการไล่ซื้อกิจการ ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันชั้นนำ ถือเป็นสัญญาณที่ต่างจากเหรียญมีม ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดมีมได้พิสูจน์แล้วว่า แค่ความดังอย่างเดียวไม่พอ หลังจากมูลค่าตลาดรวมหดตัวลงจาก 137,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 49,000 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำ จึงดูเหมือนการพยายามเป็นตัวจริงในวันที่ตลาดหมดช่วงเห่อกระแสแล้ว
แต่ถ้ามองในแง่ร้าย เราต้องเข้าใจความจริงที่ว่า Step ไม่ใช่ธนาคารที่เขาซื้อมาเป็นเจ้าของเองร้อยเปอร์เซ็นต์ในความหมายเดิม แต่เป็นเพียงแอปพลิเคชันที่ต้องพึ่งพาธนาคารพันธมิตรอย่าง Evolve Bank & Trust อีกทีหนึ่ง และแผนคริปโตที่ดูตื่นเต้นนั้นก็ยังเป็นอยู่ในช่วงพิจารณาที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
มุมมองผู้เขียน: MrBeast ยังคงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า การกระโดดเข้าสู่สมรภูมิการเงินนั้น ทำขึ้นเพื่อ “สร้างโอกาส” ให้กับแฟนคลับอย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่การใช้ชื่อเสียงมาฉวยโอกาสหาความมั่งคั่งจากความไม่รู้ของแฟนคลับ

