bitkub-banner

Sonic Labs เปิดตัวเหรียญ Stablecoin USSD หนุนหลังด้วยพันธบัตรสหรัฐฯ จาก BlackRock

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Sonic Labs เปิดตัว USSD stablecoin ที่หนุนหลัง 1:1 ด้วยสินทรัพย์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ BlackRock, Superstate และ WisdomTree
  • การออกแบบดังกล่าวใช้ผลิตภัณฑ์ Treasury Tokenized ของสถาบันการเงินชั้นนำเป็นหลักประกัน ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยง DeFi กับตลาดการเงินดั้งเดิมอย่างชัดเจน
  • ความสำเร็จของ USSD ขึ้นอยู่กับการขยายฐานผู้ใช้บน Sonic Chain และว่า stablecoin ประเภทนี้จะได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ stablecoin ตัวใหม่มีสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง BlackRock หนุนหลังเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อระบบนิเวศ DeFi โดยรวม เพราะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาใช้บนบล็อกเชน อย่างไรก็ตามผลกระทบโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือ Ethereum ค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph ทาง Sonic Labs ได้ประกาศเปิดตัว USSD ซึ่งเป็น stablecoin ตัวใหม่ที่หนุนหลัง 1:1 ด้วยสินทรัพย์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยมี BlackRock, Superstate และ WisdomTree เป็นผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ Treasury ที่นำมาใช้เป็นหลักประกัน โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงสถาบันการเงินชั้นนำเข้าสู่ระบบนิเวศของ Sonic Chain โดยตรง และเป็นหนึ่งในความพยายามล่าสุดที่ต้องการสร้าง stablecoin ที่ได้รับการหนุนหลังจากสินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets) ให้สามารถใช้งานได้จริงใน DeFi

USSD คืออะไร และทำงานอย่างไร

USSD เป็น stablecoin ที่ออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหลักประกันที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่เหรียญดิจิทัลทั่วไปหรือเงินสดในธนาคาร แต่เป็นผลิตภัณฑ์ Treasury Tokenized ที่ออกโดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลก ได้แก่ BlackRock ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก, Superstate ผู้บุกเบิกด้าน on-chain Treasury funds และ WisdomTree ผู้ออก ETF และผลิตภัณฑ์ลงทุนชั้นนำ รูปแบบดังกล่าวทำให้ USSD มีความแตกต่างจาก stablecoin ทั่วไปในแง่ที่ว่าผู้ถือเหรียญได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลผ่านโครงสร้างหลักประกัน

การนำ Real-World Assets (RWA) มาใช้เป็นหลักประกันของ stablecoin กำลังกลายเป็นกระแสหลักในวงการ DeFi เนื่องจากสามารถสร้างความโปร่งใสและลดความผันผวนได้ดีกว่าการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพียงอย่างเดียว

ความสำคัญของการมี BlackRock อยู่ในโครงการ

แม้การมีส่วนร่วมของ BlackRock ในครั้งนี้จะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ tokenized treasury fund ของบริษัทเป็นหลักประกัน ไม่ใช่การที่ Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock ออกมาให้การสนับสนุนโดยตรง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่มีความหมายในเชิงสถาบัน เพราะแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ BlackRock กำลังถูกนำไปใช้งานใน DeFi มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขยายธุรกิจ tokenization ที่ BlackRock ประกาศไว้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ผลิตภัณฑ์ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีเงินไหลเข้ากว่า $619 ล้านในสัปดาห์ที่ผ่านมา และ Nasdaq จับมือ Kraken เพื่อเปิดซื้อขายหุ้น tokenized ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่สถาบันการเงินดั้งเดิมเริ่มเข้ามามีบทบาทในโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตอย่างจริงจัง

Sonic Chain กับการแข่งขันในตลาด Stablecoin

Sonic Labs เป็นทีมพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง Sonic Chain บล็อกเชนที่มุ่งเน้นความเร็วและต้นทุนต่ำสำหรับแอปพลิเคชัน DeFi การมี stablecoin ของตัวเองที่หนุนหลังด้วยสินทรัพย์ระดับสถาบันถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดสภาพคล่องและผู้ใช้งานใหม่เข้ามาในระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม Sonic Chain ยังคงเป็นบล็อกเชนขนาดกลางที่ต้องแข่งขันกับ Ethereum, Solana และ Base ซึ่งล้วนมีฐานผู้ใช้และสภาพคล่องที่แข็งแกร่งกว่ามาก

ตลาด stablecoin ในปัจจุบันถูกครอบงำโดย USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายแสนล้านดอลลาร์ การที่ USSD จะสามารถแทรกตัวเข้าสู่ตลาดได้จึงต้องพึ่งพาความสามารถในการสร้างความต้องการใช้งานจริงบนระบบนิเวศของ Sonic เป็นหลัก


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า USSD เป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจในเชิงโครงสร้างมากกว่าในเชิงผลกระทบต่อราคาระยะสั้น การที่มี BlackRock, WisdomTree และ Superstate มาเป็นผู้ให้หลักประกันช่วยเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ต้องจับตาดูว่า Sonic Chain จะสามารถสร้าง adoption ได้จริงหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเราเห็น stablecoin ที่ออกแบบมาดีหลายตัวแต่ล้มเหลวเพราะไม่มีคนใช้ สิ่งที่น่าดูต่อจากนี้คือว่าจะมีโปรโตคอล DeFi รายใหญ่มา integrate USSD ไหม ถ้ามีก็น่าสนใจมากขึ้นอีกขั้น

ภาพจาก AI