bitkub-banner

XRP ไหลออกจาก Binance พุ่งแรง หลัง ETF ดูดเงินสะสมทะลุ $1.4 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • การถอน XRP ออกจาก Binance พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับกระแสเงินไหลเข้า ETF XRP แบบ Spot ที่สะสมแล้วกว่า $1.4 พันล้าน
  • สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันและรายใหญ่กำลังเคลื่อนย้าย XRP ออกจากกระดานเทรดเพื่อเก็บสะสมระยะยาว ซึ่งลดแรงขายในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ต้องจับตาว่ากระแสเงินไหลเข้า ETF XRP จะดำเนินต่อเนื่องหรือไม่ เพราะถ้าทิศทางนี้ยังคงอยู่ อาจส่งผลดีต่อราคา XRP ในระยะกลาง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ XRP ไหลออกจากกระดานเทรดจำนวนมากพร้อมกับเงินสะสมจาก ETF ที่ทะลุ $1.4 พันล้าน บ่งชี้ว่าตัวเหรียญถูกดูดซับออกจากตลาดไปอยู่ในมือนักลงทุนระยะยาว ซึ่งโดยปกติจะลดแรงขายในตลาด Spot ได้อย่างมีนัยสำคัญ หากกระแสนี้ยังคงอยู่ต่อเนื่อง ราคา XRP มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในระยะกลาง

ตามรายงานจาก CoinDesk ในช่วงคืนวันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย การถอน XRP ออกจากกระดานเทรด Binance พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสเงินไหลเข้า ETF XRP แบบ Spot ที่สะสมรวมกันแล้วกว่า $1.4 พันล้าน (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) ปัจจุบัน XRP ซื้อขายอยู่ที่ $1.39 ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 0.29% ในรอบ 24 ชั่วโมง แต่ตัวเลขเงินทุนที่ไหลเข้าผ่าน ETF และพฤติกรรมการถอนเหรียญออกจากกระดานเทรดยังคงส่งสัญญาณที่น่าสนใจต่อตลาด

กราฟแสดงจำนวนธุรกรรมการถอน XRP ออกจาก Binance (เส้นสีม่วง) และราคา XRP เป็น USD (เส้นสีดำ) โดยมีการถอน XRP ออกจากกระดานเทรด Binance จำนวนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม
กราฟแสดงจำนวนธุรกรรมการถอน XRP ออกจาก Binance (เส้นสีม่วง) และราคา XRP เป็น USD (เส้นสีดำ) โดยมีการถอน XRP ออกจากกระดานเทรด Binance จำนวนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม (ภาพจาก: @CoinDesk)

เงินไหลออกจากกระดานเทรด สัญญาณการสะสมของนักลงทุนรายใหญ่

การที่ XRP ไหลออกจาก Binance ในปริมาณสูงขณะนี้มักถูกตีความในแวดวงนักวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณของการสะสม (accumulation) โดยนักลงทุนที่ตั้งใจถือระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น เพราะนักลงทุนที่ต้องการขายทำกำไรมักจะคงเหรียญไว้บนกระดานเทรดเพื่อให้พร้อมเทขาย แต่เมื่อเหรียญถูกถอนออกไปเก็บในกระเป๋าส่วนตัว นั่นแปลว่าเจ้าของไม่ได้เตรียมจะขายในเร็ว ๆ นี้

ในช่วงเดียวกัน ETF XRP แบบ Spot ที่เปิดให้ซื้อขายในสหรัฐฯ ดูดซับเงินทุนสะสมไปแล้วกว่า $1.4 พันล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันและกองทุนขนาดใหญ่ยังคงมีความสนใจใน XRP อย่างต่อเนื่อง เมื่อเงินสองกระแสนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ผลที่ตามมาคือ supply ของ XRP ที่พร้อมซื้อขายในตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการยังคงมีอยู่

Goldman Sachs และนักลงทุนใหญ่ยังอยู่ในสนาม

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า US spot Bitcoin ETFs บันทึกเงินไหลเข้าสะสมในเดือน มี.ค. ราว $1.56 พันล้าน โดย Goldman Sachs ติดอันดับผู้ถือ XRP ETF รายใหญ่ และแรงขายใน XRP ETF เริ่มเบาลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมที่เห็นในขณะนี้ว่าสถาบันการเงินระดับโลกไม่ได้แค่ทดลองตลาด แต่กำลังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน XRP อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Binance, PayPal และ Ripple ร่วมโครงการชำระเงินบล็อกเชนของ Mastercard ร่วมกับพันธมิตรกว่า 85 ราย ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของ Ripple และ XRP ในระบบนิเวศการชำระเงินระดับสากล ปัจจัยด้านพื้นฐานเหล่านี้อาจเป็นแรงหนุนระยะยาวให้กับราคา XRP มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

แม้สัญญาณจากทั้งฝั่ง ETF และการถอนเหรียญออกจากกระดานเทรดจะดูเป็นบวก แต่ต้องไม่ลืมว่าราคา XRP ในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวภายใต้ความผันผวนของตลาดโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงดำเนินอยู่ ทั้งวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ล้วนเป็นตัวแปรที่อาจกดดันตลาดคริปโตในภาพรวมได้ตลอดเวลา

ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้คือ กระแสเงินไหลเข้า XRP ETF จะรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่ และการถอน XRP ออกจาก Binance จะยังคงสูงอยู่หรือชะลอตัวลงในสัปดาห์ข้างหน้า หากทั้งสองตัวชี้วัดยังเดินหน้าต่อเนื่อง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าภาพที่เห็นตอนนี้ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับ XRP การที่เงินสะสมผ่าน ETF ทะลุ $1.4 พันล้านพร้อมกับเหรียญไหลออกจากกระดานเทรดอย่างต่อเนื่อง มันบอกได้มากกว่าแค่ตัวเลขราคา แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นจนลืมดูภาพใหญ่ เพราะตลาดคริปโตตอนนี้มีตัวแปรภายนอกเยอะมาก ทั้งเรื่องตะวันออกกลางและทิศทางของ Fed อยากให้จับตาดูว่าเงินไหลเข้า ETF สัปดาห์หน้าจะยังแข็งแกร่งหรือเปล่า ถ้าตัวเลขยังดีอยู่ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเทรนด์จริง ๆ

ภาพจาก AI