bitkub-banner

Mastercard ดึง Binance, PayPal, Ripple รวมกว่า 85 พาร์ทเนอร์ ทุ่มเชื่อมบล็อกเชนกับร้านค้าทั่วโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mastercard เปิดตัวโปรแกรมชำระเงินบนบล็อกเชนครั้งใหญ่ โดยดึง Binance, PayPal และ Ripple เข้าร่วม พร้อมพาร์ทเนอร์รวมกว่า 85 ราย
  • เป้าหมายหลักคือเชื่อมต่อการชำระเงินบนเชนเข้ากับธนาคาร ร้านค้า และระบบการค้าทั่วโลก
  • นับเป็นก้าวสำคัญของการนำคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก ต้องจับตาว่าจะส่งผลต่อราคา XRP, ETH และ BTC อย่างไรในระยะต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินอย่าง Mastercard เปิดโปรแกรมบล็อกเชนระดับโลกพร้อมพาร์ทเนอร์กว่า 85 ราย ถือเป็นสัญญาณบวกชัดเจนต่อการยอมรับคริปโตในระบบการเงินจริง โดยเฉพาะ XRP ของ Ripple ที่อาจได้ประโยชน์โดยตรงจากการใช้งานด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน อย่างไรก็ตามในระยะสั้นราคา XRP ยังอยู่ที่ $1.37 ท่ามกลางตลาดที่ยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

วันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk Mastercard ประกาศโปรแกรมชำระเงินบนบล็อกเชนครั้งใหญ่ โดยดึงบริษัทชั้นนำด้านคริปโตและฟินเทคอย่าง Binance, PayPal และ Ripple เข้าร่วม พร้อมพาร์ทเนอร์รวมกว่า 85 รายทั่วโลก เป้าหมายหลักของโปรแกรมนี้คือเชื่อมต่อการชำระเงินบนเชน (on-chain payments) เข้ากับธนาคาร ร้านค้า และระบบการค้าระดับโลก ถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินกระแสหลัก

Mastercard เดินเกมใหญ่ เชื่อม Crypto เข้ากับระบบการเงินโลก

Mastercard ในฐานะหนึ่งในเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัดสินใจขยับเข้าสู่โลกบล็อกเชนอย่างจริงจัง โดยไม่ใช่แค่การทดลองเบาๆ แต่เป็นการรวบรวมพาร์ทเนอร์กว่า 85 รายมาทำงานร่วมกัน ซึ่งครอบคลุมทั้งฝั่งกระดานเทรดคริปโตอย่าง Binance, แพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลอย่าง PayPal และบริษัทเทคโนโลยีการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่าง Ripple ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ XRP

จุดสำคัญของโปรแกรมนี้คือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลก on-chain กับระบบการเงินดั้งเดิม ทั้งธนาคาร ร้านค้า และระบบการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานอาจสามารถชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเครือข่าย Mastercard ได้โดยตรงในอนาคต นับเป็นการยกระดับความพร้อมใช้งานจริงของคริปโตในชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ

Ripple และ XRP ได้ประโยชน์โดยตรงจากดีลนี้

ในบรรดาพาร์ทเนอร์ทั้งหมด Ripple น่าจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ชัดเจนที่สุด เพราะธุรกิจหลักของ Ripple คือการชำระเงินข้ามพรมแดนอยู่แล้ว และการเข้าร่วมกับ Mastercard ที่มีเครือข่ายธนาคารและร้านค้าทั่วโลกจะช่วยเพิ่มการใช้งาน XRP ในฐานะสินทรัพย์สำหรับการชำระเงินได้อย่างมหาศาล ปัจจุบัน XRP ซื้อขายอยู่ที่ $1.37 ขยับลงเล็กน้อย 0.96% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ Bitcoin อยู่ที่ $69,033 และ Ethereum อยู่ที่ $2,015 ซึ่งตลาดโดยรวมยังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงนี้

สำหรับ Binance การเข้าร่วมโปรแกรมของ Mastercard ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่กระดานเทรดรายนี้กำลังเผชิญกับการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน การจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Mastercard อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในตลาดสถาบัน

สัญญาณการยอมรับสถาบันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบปี

ดีลของ Mastercard ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดสถาบันเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาคริปโตอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลเข้าสะสมกว่า $1.56 พันล้านในเดือนมีนาคม ขณะที่ Goldman Sachs ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ถือ XRP ETF รายใหญ่ รวมถึง Wells Fargo ยื่นจดเครื่องหมายการค้า WFUSD ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินกำลังเดินหน้าเข้าสู่พื้นที่คริปโตอย่างจริงจัง ไม่ว่าสภาพตลาดระยะสั้นจะเป็นอย่างไร

การที่ Mastercard รวบรวมพาร์ทเนอร์ถึง 85 รายในคราวเดียวสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินบนบล็อกเชนกำลังเข้าสู่ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นเพียงแนวคิด ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าหากโปรแกรมนี้ขยายได้จริงในระดับโลก อาจเป็นตัวเร่งการใช้งาน stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลในภาคการค้าปลีกและการค้าระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าดีลนี้เป็นหนึ่งในข่าวที่สำคัญที่สุดของปีในแง่ของการยอมรับจากสถาบัน การที่ Mastercard ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมเกือบทุกประเทศในโลกตัดสินใจเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ออกแถลงการณ์ แต่ดึงพาร์ทเนอร์ 85 รายมาทำงานพร้อมกัน มันบอกอะไรบางอย่างมากๆ สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือรายละเอียดว่า Ripple และ XRP จะถูกใช้งานในระบบนี้อย่างไรในทางปฏิบัติ เพราะถ้าชัดเจนขึ้นก็อาจเป็นแรงขับเคลื่อนราคา XRP ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในระยะสั้น ตลาดยังถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดังนั้นควรรอดูภาพรวมมหภาคให้คลี่คลายก่อน

เครดิตภาพจาก @cryptofusedaily