สรุปข่าว
- อัยการเกาหลีใต้ทำการเทขายบิตคอยน์จำนวน 320.8 เหรียญที่ยึดมาได้จากเว็บพนันผิดกฎหมายและนำเงินจำนวน 21.5 ล้านดอลลาร์เข้าสู่คลังของรัฐ
- ทางการเลือกใช้วิธีทยอยขายทีละน้อยเป็นเวลา 11 วันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาในตลาดคริปโต
- บิตคอยน์จำนวนนี้เคยถูกแฮ็กเกอร์ขโมยไปผ่านเว็บไซต์ฟิชชิ่งก่อนที่จะถูกส่งคืนกลับมาหลังจากทางการสั่งอายัดกระเป๋าเงินบนศูนย์ซื้อขาย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การเทขายบิตคอยน์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ในครั้งนี้ใช้วิธีการทยอยขายทีละส่วนในช่วงเวลา 11 วัน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดแรงกระแทกต่อตลาดได้เป็นอย่างดี ประกอบกับจำนวนบิตคอยน์ที่ขายไม่ได้มีปริมาณมหาศาลจนน่าตกใจ จึงทำให้ตลาดสามารถดูดซับแรงขายนี้ได้โดยไม่ส่งผลกระทบให้ราคาเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
อัยการเกาหลีใต้ได้ดำเนินการเทขายบิตคอยน์จำนวน 320.8 เหรียญเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ทางการยึดมาได้จากคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ส่งเข้าคลังของประเทศได้สูงถึง 3.159 หมื่นล้านวอน หรือราว 21.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำนักงานอัยการเขตกวางจูระบุว่า บิตคอยน์ล็อตนี้ถูกขายออกไปตามราคาตลาดโดยใช้วิธีทยอยขายทีละน้อยตลอดช่วงเวลา 11 วัน ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 6 มีนาคม เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบต่อราคาบิตคอยน์ในตลาดรวม เดิมทีสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ถูกยึดมาจากผู้ต้องหาที่พัวพันกับการเปิดเว็บไซต์การพนันผิดกฎหมายซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 3.9 แสนล้านวอนในช่วงปี 2018 ถึง 2021
เรื่องราวที่น่าสนใจคือ บิตคอยน์จำนวนนี้เคยสูญหายไปจากการดูแลของรัฐบาลในเดือนสิงหาคมปี 2025 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสินทรัพย์ตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ฟิชชิ่ง ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมยเงินทั้งหมดโอนเข้ากระเป๋าเงินของตัวเองได้สำเร็จ แต่ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 ทางการเกาหลีใต้ได้สั่งการให้แพลตฟอร์มซื้อขายทั้งในและต่างประเทศทำการอายัดกระเป๋าเงินต้องสงสัยดังกล่าว ซึ่งสร้างความยากลำบากในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด จนท้ายที่สุดแฮ็กเกอร์ก็ยอมโอนบิตคอยน์ทั้งหมดคืนให้กับกระเป๋าเงินของทางการ
นอกเหนือจากข่าวนี้แล้ว ยังมีรายงานว่าศาลยุติธรรมของเกาหลีใต้กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการหนี้สินที่เกิดจากการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีในคดีฟื้นฟูกิจการส่วนบุคคล โดยศาลในเมืองแทจอน แทกู และกวางจู กำลังร่างแนวปฏิบัติใหม่ที่จะกันผลขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นและคริปโตออกจากการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินที่ต้องนำมาชำระหนี้ ซึ่งถือเป็นการมองว่าการขาดทุนจากคริปโตเป็นการสูญเสียสินทรัพย์ทั่วไป ไม่ใช่หนี้สินจากการเก็งกำไร
ที่มา: chosun
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบของทางการเกาหลีใต้ที่เข้าใจกลไกของตลาดคริปโตเป็นอย่างดี การเลือกทยอยขายแทนที่จะเทขายรวดเดียวถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง นอกจากนี้ประเด็นที่ศาลเกาหลีใต้เริ่มปรับมุมมองต่อการขาดทุนจากการลงทุนคริปโตให้เป็นเหมือนการขาดทุนจากสินทรัพย์ทั่วไปในคดีปรับโครงสร้างหนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่ารัฐบาลเริ่มยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีให้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ

