bitkub-banner

Strategy กวาด BTC วันละเกือบ 2,000 เหรียญ มากกว่าขุดได้ทั่วโลก 4 เท่า ลุ้นแตะ 1 ล้าน BTC ก่อน BlackRock

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โทเคน STRC ของ Strategy มีพลังซื้อเฉลี่ยประมาณ 1,940 BTC ต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ขุดได้ใหม่ต่อวันถึงกว่า 4 เท่า
  • ด้วยอัตราการสะสมดังกล่าว Strategy มีโอกาสแตะเป้าหมาย 1 ล้าน BTC ได้ก่อน BlackRock
  • นักลงทุนควรจับตาว่า Strategy จะรักษาแรงซื้อระดับนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อแรงกดดันด้านอุปทาน Bitcoin ในตลาด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

พลังซื้อของ STRC ที่สูงกว่าปริมาณ Bitcoin ขุดใหม่ต่อวันถึง 4 เท่า สร้างแรงกดดันด้านอุปทานที่ชัดเจน หาก Strategy สะสม BTC ในอัตรานี้อย่างต่อเนื่อง อุปทานในตลาดจะยิ่งลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคา Bitcoin ในระยะยาว

ตามรายงานจาก Cointelegraph โทเคน STRC ของ Strategy อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถสะสม Bitcoin จนแตะเป้าหมาย 1 ล้าน BTC ได้ก่อน BlackRock โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ STRC แปลงมาเป็นพลังซื้อได้ประมาณ 1,940 BTC ต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ขุดได้ใหม่ต่อวันถึงกว่า 4 เท่า ณ ขณะที่รายงานนี้เผยแพร่ ราคา Bitcoin อยู่ที่ $70,284 ลดลงเล็กน้อย 0.94% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

STRC คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

STRC เป็นโทเคนที่ Strategy ออกมาเพื่อระดมทุนในการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสะสม Bitcoin ระยะยาวของบริษัท สิ่งที่ทำให้ STRC น่าสนใจเป็นพิเศษคือปริมาณการซื้อขายรายวันที่สูง ซึ่งสะท้อนความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสะสม Bitcoin ของ Strategy โดยไม่ต้องถือ BTC โดยตรง

ข้อมูลที่ Cointelegraph รายงานชี้ให้เห็นว่า หากแปลงวอลุ่มเฉลี่ยต่อวันของ STRC ออกมาเป็นกำลังซื้อ Bitcoin จะได้ตัวเลขราว 1,940 BTC ต่อวัน ในขณะที่ Bitcoin Mining ผลิต Bitcoin ใหม่ได้เพียงราว 450 BTC ต่อวันในช่วงหลัง Halving ตัวเลขนี้จึงหมายความว่า พลังซื้อของ Strategy ผ่าน STRC มากกว่าอุปทานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดถึงกว่า 4 เท่า

Strategy กับการแข่งขันสะสม Bitcoin กับยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock

เป้าหมาย 1 ล้าน BTC ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย คิดเป็นประมาณ 4.76% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่จะมีอยู่ในโลก (21 ล้าน BTC) และในตอนนี้ Strategy ถือ Bitcoin อยู่แล้วมากกว่า 499,000 BTC ทำให้บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกของภาคเอกชน ส่วน BlackRock ซึ่งเปิดตัว Bitcoin ETF (iShares Bitcoin Trust) มาตั้งแต่ต้นปี 2024 ก็มียอดสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การที่ Strategy จะรักษาอัตราการซื้อในระดับ 1,940 BTC ต่อวันได้อย่างต่อเนื่องนั้นยังเป็นโจทย์ที่ต้องติดตาม เพราะขึ้นอยู่กับทั้งวอลุ่มการซื้อขาย STRC ที่ตลาด ราคา Bitcoin ในแต่ละช่วง และสภาพคล่องโดยรวมของตลาด ถ้าราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้น จำนวน BTC ที่ซื้อได้ต่อวันก็จะลดลงตามไปด้วย

นัยสำคัญต่ออุปทาน Bitcoin และตลาดคริปโต

ด้านอุปทาน การที่สถาบันขนาดใหญ่อย่าง Strategy มีพลังซื้อสูงกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ขุดใหม่ต่อวันถึง 4 เท่า ส่งสัญญาณชัดเจนว่าแรงกดดันด้านอุปทานใน Bitcoin นั้นรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในยุคหลัง Halving นอกจากนี้ ยังมีสถาบันอื่นๆ เช่น Bitcoin ETF ของ BlackRock รวมถึงกองทุนสำรอง Bitcoin ของรัฐบาลต่างๆ ที่ก็สะสม BTC อยู่เช่นกัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ETF บันทึกเงินไหลเข้าสุทธิสะสมสูงถึง 1.56 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม สะท้อนความสนใจของสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง

ในภาพรวม หากการสะสม Bitcoin ของ Strategy ผ่าน STRC ยังดำเนินต่อไปในอัตรานี้ ก็อาจกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนราคา Bitcoin ในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่อุปทานใหม่จาก Mining ถูกลดลงทุก 4 ปีจากกลไก Halving


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในแง่ของพลวัตอุปทาน Bitcoin เพราะถ้า Strategy จะซื้อ BTC ในอัตราที่สูงกว่าปริมาณขุดใหม่ต่อวันถึง 4 เท่าได้จริง นั่นหมายความว่าอุปทานที่พร้อมขายในตลาดจะหายไปเร็วมาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังว่าตัวเลขนี้คำนวณมาจากวอลุ่มซื้อขาย STRC ซึ่งเป็น “พลังซื้อศักยภาพ” ไม่ใช่ยอดซื้อจริงทุกวัน นักลงทุนควรจับตาดูยอดถือครอง BTC จริงของ Strategy ที่รายงานออกมาเป็นระยะ มากกว่าจะเชื่อตัวเลขประมาณการ สิ่งที่น่าสังเกตต่อจากนี้คือ BlackRock จะเร่งสะสมผ่าน ETF เพื่อตอบโต้หรือไม่ เพราะถ้าสองยักษ์ใหญ่แข่งกันซื้อ Bitcoin พร้อมกัน ตลาดอาจได้เห็นภาพที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นอีก

ภาพจาก AI