สรุปข่าว
- FBI ออกคำเตือนไปยังหน่วยตำรวจในแคลิฟอร์เนีย ว่าอิหร่านอาจใช้โดรนโจมตีชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
- FBI ระบุว่าได้รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับแผน “โจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว” จากฝั่งอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดสูงสุดในรอบหลายปี
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่บานปลายรอบช่องแคบฮอร์มุซ และนักลงทุนต้องจับตาว่าตลาดคริปโตจะปรับตัวรับความเสี่ยงอย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การเตือนภัยครั้งนี้ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจลุกลามบานปลายขึ้นอีก ซึ่งโดยปกติจะกดดันให้นักลงทุนหนีความเสี่ยงและเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นเพียงคำเตือน ยังไม่มีการโจมตีจริง ผลกระทบต่อราคาจึงขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด
เมื่อช่วงดึกวันที่ 12 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter และ Crypto Rover อ้างอิงข้อมูลจาก ABC News สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (FBI) ได้ออกคำเตือนอย่างเร่งด่วนไปยังหน่วยตำรวจในรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่าอิหร่านมีแผนจะใช้โดรนโจมตีชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค คำเตือนดังกล่าวระบุว่า FBI “ได้รับข้อมูลใหม่” เกี่ยวกับแผน “โจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว” จากฝั่งอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศสู่จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดในรอบหลายปี
บริบทความขัดแย้งที่บานปลายอย่างรวดเร็ว
คำเตือนของ FBI ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดสูงอยู่แล้วในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งควบคุมการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ก่อนที่สหรัฐฯ จะสั่งทำลายล้าง และกองทัพสหรัฐฯ ได้กำจัดหน่วยวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปแล้ว 16 นาย นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ซึ่งยิ่งทำให้ภาพรวมของสถานการณ์น่าเป็นห่วงมากขึ้น การที่อิหร่านอาจขยายการตอบโต้มายังแผ่นดินสหรัฐฯ โดยตรงนับเป็นการยกระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจส่งผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมาก
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ปล่อยข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนตลาด และรัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ได้ลบโพสต์เกี่ยวกับปฏิบัติการทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบางและคาดเดาได้ยาก
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
โดยปกติแล้ว เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูง นักลงทุนมักจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งตลาดคริปโตมักได้รับแรงกดดันในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะหากเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบกะทันหันและไม่ทันตั้งตัว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ออกมาประกาศว่าจะยังไม่ซื้อ Bitcoin จนกว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันระดับใหญ่กำลังระมัดระวังในการรับความเสี่ยงเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าขณะนี้เป็นเพียงคำเตือนจาก FBI ยังไม่มีการโจมตีจริงเกิดขึ้น หากสถานการณ์คลี่คลายลงโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ตลาดอาจฟื้นตัวได้เร็ว แต่หากมีการโจมตีจริงหรือสหรัฐฯ ตอบโต้ทางทหารเพิ่มเติม ตลาดคริปโตอาจเผชิญแรงเทขายรุนแรงในระยะสั้น นักลงทุนควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสังเกตว่า กระแสเงินไหลเข้า Bitcoin ETF ที่แข็งแกร่งในเดือนมี.ค. จะยังคงดำเนินต่อไปหรือจะสะดุดหยุดลงจากความกลัวภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะการที่อิหร่านอาจขยายการโจมตีมายังแผ่นดินสหรัฐฯ โดยตรงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะเป็นการเปลี่ยนเกมทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาดูคือ ตลาดคริปโตจะ “ราคาสะท้อนข่าวร้าย” ไปล่วงหน้าแล้วหรือยัง เพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลางดำเนินมาหลายวันแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องดูว่าสหรัฐฯ จะออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมหรือไม่ และอิหร่านจะดำเนินการใดต่อไป ในระยะสั้นควรระวังความผันผวนสูง และย้ำอีกครั้งว่าข่าวนี้เป็นเพียงคำเตือน ยังไม่ใช่เหตุการณ์จริง
เครดิตภาพจาก @TrendFlash1
