bitkub-banner

กาวชั้นดี! Michael Saylor ชี้ราคา Bitcoin มี ‘ดีเลย์’ หลังสถาบันช้อนซื้อ ก่อนพุ่ง To The Moon

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor ประธานบริษัท MicroStrategy โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า มักจะมี “ช่วงเวลาหน่วง (Delay)” เสมอ ระหว่างจุดที่บริษัทเข้าซื้อ Bitcoin กับจุดที่ราคาพุ่งทะยานอย่างรุนแรง
  • การออกมาทวีตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประกาศเข้าซื้อ Bitcoin ล็อตล่าสุดของ MicroStrategy จำนวน 17,994 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $70,946 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 ส่งผลให้ยอดถือครองรวมพุ่งทะลุ 738,000 BTC
  • ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มีนาคม 2026) ราคา Bitcoin มีการพักตัวและซื้อขายอยู่บริเวณ $70,200 ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไรจากกระเป๋าเงินหลายขนาด แต่โพสต์ของ Saylor ได้ช่วยดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนระยะยาวกลับมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

แม้ในระยะสั้นตลาดจะเผชิญแรงกดดันจากการเทขายทำกำไร (Profit Taking) แต่พฤติกรรมการกว้านซื้ออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบัน (Institutional Investor) ระดับโลกอย่าง MicroStrategy จะเป็นตัวดูดซับสภาพคล่อง (Supply Absorption) ออกจากกระดานเทรด ซึ่งในระยะยาวจะนำไปสู่ภาวะ Supply Shock ที่ผลักดันราคาให้เข้าสู่รอบกระทิงที่แท้จริง

คำคมปลุกใจสายถือยาวจากซีอีโอระดับโลก

ในช่วงที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับสภาวะพักตัวและสร้างความอึดอัดให้กับนักลงทุน Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ MicroStrategy (@saylor) ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) ด้วยประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยนัยสำคัญทางจิตวิทยาว่า:

“คุณก็รู้ว่ามันมักจะมีช่วงเวลาหน่วง (Delay) ระหว่างตอนที่เราซื้อ Bitcoin กับตอนที่ Bitcoin พุ่งไปสู่ดวงจันทร์”

ข้อความที่มีลักษณะทีเล่นทีจริง (Cryptic Tone) นี้ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชุมชนคริปโทฯ โดยผู้ใช้งานจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนและกระตุ้นให้บริษัทเดินหน้าสะสม (Accumulate) ต่อไป โพสต์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ Saylor ในฐานะผู้นำทางความคิดที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของตลาดในช่วงเวลาแห่งการประเมินมูลค่า (Consolidation Phase)

เบื้องหลังทวีต: การสะสมระดับนักลงทุนสถาบัน

ทวีตของ Saylor ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งล่าสุดของบริษัท ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 MicroStrategy ได้ประกาศเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจำนวนถึง 17,994 BTC โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70,946 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

Saylor กับเหล่าบิทคอยน์ของเขาที่ยังดูมีหวังแสงสว่าง realistic cinematic no text

การเข้าซื้อล็อตใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลักขององค์กร (Primary Treasury Reserve Asset) และดันให้ยอดการถือครองรวมของ MicroStrategy ทะยานทะลุระดับ 738,000 BTC ซึ่งตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในองค์กรเอกชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก

สภาวะตลาดปัจจุบัน: แรงเทขายและช่วงเวลาสะสมพลัง

หากมองกลับมาที่กระดานเทรด ข้อมูลจาก CoinGecko ณ วันที่ 12 มีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายวนเวียนอยู่บริเวณ 70,200 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยในรอบล่าสุดของ Strategy เล็กน้อย

สภาวะตลาดในปัจจุบันเต็มไปด้วยความตึงเครียด ข้อมูล On-chain ชี้ให้เห็นถึงแรงเทขาย (Selling Pressure) ที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มนักลงทุนหลากหลายขนาด (Wallet Sizes) ที่ต้องการล็อกกำไรจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก อย่างไรก็ตาม การที่ Saylor ออกมาทวีตข้อความดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณทางอ้อมว่า ความผันผวนของราคาระยะสั้นไม่ใช่ประเด็นที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญ

แหล่งที่มา: coingecko, X (saylor)


ผู้เขียนมองว่าการที่ MicroStrategy เข้าซื้อ Bitcoin หลักหมื่นเหรียญ พวกเขาไม่ได้กดซื้อรวดเดียวแบบ Market Order บนกระดานเทรดรายย่อย แต่ใช้วิธีทยอยซื้อผ่านระบบ OTC (Over-the-Counter) หรืออัลกอริทึม TWAP (Time-Weighted Average Price) เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาด “ช่วงเวลาหน่วง” ที่ Saylor พูดถึง แท้จริงแล้วคือ ช่วงเวลาแห่งการดูดซับอุปทาน (Supply Absorption Phase) ตลาดต้องใช้เวลาในการกวาดล้าง (Shakeout) เหรียญจากมือของนักเทรดระยะสั้นที่ตื่นตระหนก

เมื่อเม็ดเงินของสถาบันค่อยๆ ดูดซับเหรียญที่ลอยอยู่ (Floating Supply) ออกจากระบบไปเก็บใน Cold Wallet จนหมดสภาพคล่อง เมื่อนั้น ภาวะอุปทานตึงตัว (Supply Shock) จึงจะแสดงผล ซึ่งนั่นคือจังหวะที่ราคาจะพุ่งทะยานอย่างรุนแรง (To The Moon) ตามที่ Saylor กล่าวไว้ นักลงทุนรายย่อยจึงควรเรียนรู้ที่จะมี Time Horizon (ระยะเวลาการลงทุน) ที่ยาวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเกมของนักลงทุนระดับโลก