สรุปข่าว
- หุ้นบุริมสิทธิ STRC ทำผลงานด้านความคุ้มค่าของการลงทุน ได้สูงถึง 3.08 ทิ้งห่างสินทรัพย์ชั้นนำอย่าง Google, Nvidia, Tesla และทองคำ
- STRC กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ล่าสุดมีแรงซื้อทำสถิติใหม่ถึง 300 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
- แม้จะระดมทุนได้มหาศาลเพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม แต่ปัจจุบันบริษัทกำลังรับแรงกดดันจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลงจนทำให้พอร์ตเริ่มขาดทุน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Michael Saylor ได้ออกมาประกาศความสำเร็จของหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัท ซึ่งทำสถิติอัตราผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยง สูงถึง 3.08 แซงหน้าหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า และทองคำ โดย STRC ดึงดูดนักลงทุนด้วยผลตอบแทน 11.5% และการจ่ายปันผลรายเดือนที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นไว้ที่ระดับ 100 ดอลลาร์ ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านการที่มีเม็ดเงินก้อนใหม่ไหลเข้า STRC สูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ ในวันเดียว
ชั่วโมงนี้คงไม่มีอะไรฮอตไปกว่า STRC หุ้นบุริมสิทธิตัวเด็ดจาก Strategy โดยล่าสุดมันได้กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่นักลงทุนแห่พูดถึง หลังโชว์ฟอร์มโหดพุ่งทะยานแซงหน้ากลุ่มหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ระดับท็อปอย่าง 7 นางฟ้าไปได้แบบขาดลอย
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Michael Saylor ได้ออกมาโพสต์ผ่าน X โชว์สถิติเด็ดว่า หุ้น STRC สามารถทำค่า Sharpe Ratio ตัวชี้วัดผลตอบแทนเปรียบเทียบกับความเสี่ยง ยิ่งสูงยิ่งแปลว่าผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยง พุ่งทะลุไปถึงระดับ 3.08 โค่นแชมป์เก่าราบคาบ ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ (2.88), Alphabet (2.65), Nvidia (1.66) และ Tesla ที่รั้งท้าย (1.32)
สำหรับ Sharpe ratio นั้นเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนเปรียบเทียบกับความเสี่ยง ยิ่งสูงยิ่งแปลว่าผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยง
Saylor อธิบายว่า สินเชื่อดิจิทัลของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงได้อย่างเหนือชั้น โดยปัจจุบัน STRC ให้อัตราผลตอบแทนสูงถึง 11.5% พร้อมจ่ายปันผลเป็นเงินสดทุกเดือน แถมยังมีการปรับอัตราปันผลเพื่อพยุงราคาหุ้นให้อยู่แถว ๆ 100 ดอลลาร์เพื่อลดความผันผวนให้เหลือน้อยที่สุด
การเดินตามรอย Saylor ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ในขณะเดียวกัน บริษัทการลงทุนอย่าง Strive ก็เพิ่งควักกระเป๋าซื้อหุ้น STRC เข้าพอร์ตไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับกว้านซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 179 BTC ทำให้ตอนนี้พวกเขามีเหรียญในคลังรวม 13,311 BTC (มูลค่าราว ๆ 930 ล้านดอลลาร์)
แต่ดูเหมือนว่า การเล่นแร่แปรธาตุตามรอย Saylor Playbook จะไม่ใช่เรื่องหมู เพราะบรรดาบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2025 เพื่อเลียนแบบความสำเร็จของ MicroStrategy กำลังตกที่นั่งลำบาก
อย่างตัวของ Strive เองก็สูญเสียมูลค่าบริษัทไปกว่า 90% นับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025 จนถึงขั้นต้องทำรวมพาร์หุ้น ในอัตรา 1:20 เพื่อพยุงราคาหุ้นไม่ให้หลุด 1 ดอลลาร์ แม้จะพยายามดันปันผลหุ้นบุริมสิทธิ SATA ของตัวเองขึ้นเป็น 12.75% แต่ราคาก็ยังเทรดต่ำกว่าพาร์อยู่ที่ 96.22 ดอลลาร์
สถานการณ์ปัจจุบันของ Strategy
ตัดภาพกลับมาที่ฝั่งออริจินัลอย่าง Strategy ความร้อนแรงยังคงพุ่งทะลุปรอท เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งทุบสถิติขายหุ้น STRC ล็อตเดียวมูลค่ามหาศาลถึง 300 ล้านดอลลาร์ (ถือเป็นการขายรายวันที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ ก.ค. 2025) เพื่อนำเงินสดไปกว้านซื้อเหรียญเพิ่มอีก 1,420 BTC ตอกย้ำความดุดันต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่เพิ่งกวาด BTC เข้าพอร์ตไปเกือบ 18,000 BTC (มูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์)
นอกจากนี้ บริษัทยังแก้เกมด้วยการปรับข้อตกลงการขาย เพื่อให้ตัวแทนสามารถขายหลักทรัพย์ในช่วง Pre-market หรือ After-hours ได้ ปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องเวลาในการระดมทุนแบบเบ็ดเสร็จ เรียกได้ว่าพร้อมหาเงินมาซื้อ Bitcoin ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
ที่มา : Benzinga
มุมมองผู้เขียน : หุ้นและผลประกอบการของ Strategy ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวควบคู่ไปกับ Bitcoin สิ่งนี้หมายความว่ายิ่งบริษัทเขาทำผลงานได้ดีมีเงินใหม่เข้ามาลงทุนสูง Saylor ก็จะนำเงินที่ได้ไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม เป็นผลให้ราคาถูกดันขึ้นมาซึ่งถือเป็นเรื่องดี

