สรุปข่าว
- สหรัฐฯ ประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเป็นการชั่วคราว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญ
- การผ่อนคลายแรงกดดันด้านพลังงานอาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก และส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ กับรัสเซียกำลังเดินหน้าสู่การเจรจาทางการทูต
- นักลงทุนจับตาว่าบรรยากาศความเสี่ยงที่ดีขึ้นจะหนุนให้ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ในช่วงสัปดาห์นี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การยกเว้นคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเป็นสัญญาณบวกต่อความรู้สึกของตลาดโดยรวม เพราะช่วยลดความกลัวเรื่องราคาพลังงานแพงที่เป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อ เมื่อแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยก็มีมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Crypto Rover สหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียเป็นการชั่วคราว ถือเป็นการพลิกนโยบายครั้งสำคัญที่ส่งผลสะเทือนต่อตลาดพลังงาน ความรู้สึกของนักลงทุนทั่วโลก และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในทันที การตัดสินใจครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสายสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างวอชิงตันและมอสโกกำลังเปิดกว้างขึ้น หลังจากที่ตลาดน้ำมันถูกกดดันอย่างหนักจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มาอย่างยาวนาน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันพุ่งเกิน $96 ต่อบาร์เรล ซึ่งการยกเว้นคว่ำบาตรครั้งนี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ช่วยบรรเทาแรงกดดันดังกล่าวได้
ทำไมการยกเว้นคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจึงสำคัญ
มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกบังคับใช้หลังการรุกรานยูเครนในปี 2565 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กดดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อทั่วโลกให้ทรงตัวในระดับสูง การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจยกเว้นมาตรการนี้แม้จะเป็นแค่ชั่วคราว ย่อมหมายความว่าน้ำมันรัสเซียสามารถไหลเข้าสู่ตลาดสากลได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันขาลงต่อราคาน้ำมัน
ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังใช้เรื่องพลังงานเป็นเครื่องมือในการเจรจาทางการทูต ไม่ว่าจะเพื่อเปิดทางสู่ข้อตกลงสันติภาพในยูเครน หรือลดต้นทุนพลังงานภายในประเทศก็ตาม สัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองชาติมีน้ำหนักอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เงินทุนหลีกหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
สำหรับตลาดคริปโต ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญผ่านสองช่องทางหลัก ช่องทางแรกคือการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อและเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึง Bitcoin ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธานาธิบดี Trump กดดัน Fed ให้ลดดอกเบี้ยทันที ซึ่งการผ่อนคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากน้ำมันถูกลงจะเป็นเหตุผลเพิ่มเติมให้ Fed พิจารณาเรื่องนี้
ช่องทางที่สองคือการลดลงของ “ความรู้สึกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง” (risk-off sentiment) ในตลาดโลก เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะกล้าเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น Bitcoin ซึ่ง JP Morgan ชี้ว่าอาจทำหน้าที่เป็น “ทองคำดิจิทัล” ในยามวิกฤต ตามที่ Siam Blockchain รายงานไว้ อาจได้รับแรงหนุนสองทางทั้งจากบรรยากาศเสี่ยงที่ดีขึ้นและการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในสายตานักลงทุนสถาบัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังว่านี่เป็นเพียงการยกเว้น “ชั่วคราว” หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและสหรัฐฯ กลับมาบังคับใช้คว่ำบาตรอีกครั้ง ตลาดก็อาจปรับตัวลงได้เช่นกัน
จับตาต่อ การยกเว้นชั่วคราวนี้จะนำไปสู่อะไร
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือระยะเวลาของการยกเว้นคว่ำบาตร และเงื่อนไขที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ ถ้าการยกเว้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจรจาสันติภาพที่กว้างกว่า ผลบวกต่อตลาดโลกก็อาจยืดเยื้อต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นที่ไม่มีกรอบทางการทูตรองรับ ตลาดก็อาจตอบสนองได้อย่างจำกัด นักลงทุนในตลาดคริปโตควรติดตามราคาน้ำมันดิบ ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และท่าทีของ Fed ในสัปดาห์ถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะสามสิ่งนี้คือตัวชี้วัดว่าบรรยากาศบวกที่เกิดขึ้นจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาพอสมควร เพราะในช่วงที่ผ่านมาตลาดคริปโตโดนกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันสูง เงินเฟ้อดื้อ และ Fed ที่ลังเลไม่ยอมลดดอกเบี้ย ถ้าน้ำมันถูกลงได้จริงจากการที่รัสเซียส่งออกได้มากขึ้น มันอาจเป็นโดมิโนตัวแรกที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดูดีขึ้น แต่ที่ต้องระวังคือคำว่า “ชั่วคราว” มันบอกว่านี่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถาวร ผู้เขียนจะรอดูว่ามีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาและเงื่อนไขก่อน ถ้ามีข่าวดีตามมาอีกว่าจะมีการเจรจาสันติภาพจริงจัง นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งพอให้ตลาดวิ่งได้ต่อเนื่อง
เครดิตภาพจาก @LonnieJameslee
