สรุปข่าว
- รายงานจาก Watcher Guru อ้างคำพูดของ Stanley Druckenmiller มหาเศรษฐีนักลงทุนผู้ทำผลตอบแทนเฉลี่ย 30%/ปี ตลอด 30 ปี โดยไม่มีปีขาดทุนแม้แต่ปีเดียวที่ได้กล่าวในสัมภาษณ์กับ Morgan Stanley ว่า “ผมคาดว่าระบบชำระเงินทั้งหมดจะเป็น stablecoin ในอีก 10-15 ปี” เพราะ stablecoin เร็วกว่า, ถูกกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบการเงินเดิม
- อย่างไรก็ตาม Druckenmiller ได้วิจารณ์คริปโตในภาพรวมไว้อย่างรุนแรง เขานิยามคริปโตว่าคือ “ทางออกของปัญหาที่ยังไม่เกิด” และเขาเสียใจที่มันเกิดขึ้นมาในฐานะตัวจัดเก็บมูลค่าเพราะมันไร้ซึ่งความจำเป็น แต่เขายอมรับว่า Bitcoin ได้กลายเป็น “แบรนด์” ที่คนรักและมันจะเป็นตัวเก็บมูลค่าต่อไปเรื่อย ๆ
- Druckenmiller ยังได้ตั้งคำถามกับสถานะของดอลลาร์สหรัฐในการเป็นสกุลเงินสำรองของโลก โดยเขาเปรียบดอลลาร์เหมือน “เสื้อที่สะอาดที่สุดที่อยู่บนกองผ้าสกปรก” “ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นสกุลเงินสำรองของโลกในอีก 50 ปี และอาจจะถูกแทนที่ด้วย crypto บางตัวที่ผมเกลียด” ถ้าเปรียบง่าย ๆ คือเงินดอลลาร์ก็แย่แค่ภาพลักษณ์มันดูดีเฉย ๆ นั้นเอง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
นักลงทุนผู้ “ไม่เคยขาดทุนแม้แต่ปีเดียว” ตลอด 30 ปี ได้ออกมาพูดเรื่อง stablecoins นั่นทำให้หลายคนถึงกับต้องหยุดคิดตาม Stanley Druckenmiller อดีตผู้จัดการ Duquesne Capital ผู้สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 30%/ปี ตั้งแต่ 1981-2010 โดยไม่เคยมีปีขาดทุนได้กล่าวในสัมภาษณ์ Morgan Stanley ว่า ระบบชำระเงินทั่วโลกจะย้ายไปรันบน stablecoins ภายใน 10-15 ปี
Stablecoins จะเปลี่ยนระบบการเงินโลกอย่างไร?
Druckenmiller กล่าวว่า “Blockchain และ stablecoins มีประโยชน์อย่างมากในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและคุณค่า” เพราะ stablecoins ให้ได้ทั้งในเรื่องของความเร็วที่เร็วกว่า, ค่าใช้จ่ายแฝงที่ถูกกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบธนาคารแบบเดิม SWIFT ใช้เวลา 1-5 วัน ในการโอนเงินแต่กลับกัน stablecoin ส่งเงินข้ามประเทศได้ภายในไม่กี่วินาที
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี เพราะร่างกฎหมาย GENIUS Act ที่เป็นกฎหมายว่าด้วยเรื่องของ stablecoin นั้นผ่านไฟเขียวเรียบร้อยในปี 2025 นั่นทำให้ Western Union, MoneyGram และ Zelle ได้ประกาศแผนเปิดตัวระบบระบบชำระหนี้ด้วย stablecoin แล้ว และ Wells Fargo เพิ่งยื่นจดเครื่องหมายการค้า “WFUSD” สำหรับ stablecoin ของตัวเอง stablecoin ก็มีมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ $315,000 ล้าน และยังโตอย่างต่อเนื่อง
Druckenmiller “เกลียด” คริปโตตัวยกเว้น Bitcoin
รายงานของ Yahoo Finance เผยว่า Druckenmiller ได้วิจารณ์คริปโตว่ามันคือ “ทางออกของปัญหาที่ยังไม่เกิด” และ “เสียใจที่มันได้ถือกำเนิดขึ้นมา” ในฐานะตัวเก็บมูลค่าแต่ยอมรับว่า Bitcoin ได้กลายเป็น “แบรนด์ที่คนรัก ดังนั้นมันจะเป็นตัวเก็บมูลค่า” พร้อมกันนี้เขาเสริมว่า “ผมไม่ได้ถือ Bitcoin แต่ผมมองว่าผมก็ควรจะถือมัน”

เขายังตั้งคำถามว่าดอลลาร์สหรัฐจะยังเป็นสกุลเงินสำรองของโลกได้อีกนานแค่ไหน เขากล่าวว่า “ผมอายุ 72 แล้วมันคงอยู่ได้นานกว่าผมแหละ แต่ผมไม่คิดว่าจะยังเป็นสกุลเงินสำรองอีก 50 ปี มันอาจถูกแทนที่ด้วย crypto บางตัวที่เอาเข้าจริงแล้ว ผมเกลียดมันเสียด้วยซ็ำ”
คำพูดของ Druckenmiller ค่อนข้างมีราศีเพราะเขาอินฟลูในตลาดหรือ CEO ของบริษัท crypto แต่เขาเป็น นักลงทุนที่ Wall Street ให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง การที่เขาพูดว่า “stablecoin จะเป็นระบบชำระเงินโลก” นี่อาจไม่ใช่แค่การปลุกกระแสแต่เป็น การวิเคราะห์จากคนที่อ่านตลาดถูกมาตลอดชีวิต สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ต้องจับตาคือ blockchains ที่ stablecoins ทำงานอยู่เช่น Ethereum , Tron และ Solana ถ้า stablecoins กลายเป็นระบบชำระเงินโลกจริง blockchains เหล่านี้คือ “ทางหลวง” ที่เงินทั้งโลกจะวิ่งผ่านและค่า gas/fee ของพวกมันจะกลายเป็น “ค่าผ่านทาง” ที่มีมูลค่ามหาศาล
ที่มา: CoinDesk, X, Cointelegraph, Yahoo Finance

