สรุปข่าว
- David Sacks ที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ประกาศชัยชนะและถอนทหารออกจากความขัดแย้งกับอิหร่านโดยเร็ว
- เป็นการแสดงจุดยืนคัดค้านจากคนในรัฐบาลเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของฐานเสียง MAGA บางส่วน
- Sacks เตือนว่าหากบานปลาย จะเกิดการแย่งชิงอำนาจภายในพรรครีพับลิกันเอง ซึ่งจะส่งผลให้การผลักดันกฎหมายสำคัญด้านคริปโตต้องหยุดชะงัก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
David Sacks ที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว ได้ออกมาสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์รีบประกาศชัยชนะและยุติสงครามกับอิหร่านโดยเร็ว เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซี โดยชี้ให้เห็นว่าสงครามที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่จะสร้างความผันผวนอย่างหนักให้กับตลาดคริปโต แต่ยังก่อให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองภายในพรรครีพับลิกันเอง ซึ่งท้ายที่สุดจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการผ่านร่างกฎหมายคริปโตที่สำคัญต่างๆ
David Sacks ที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว ได้ออกมาขอร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ รีบประกาศชัยชนะสงครามอิหร่าน และถอนกำลังทหารโดยเร็ว ในระหว่างการจัดรายการพ็อดแคสต์
การเปิดเผยนี้ถือเป็นการแสดงความเห็นคัดค้านต่อสาธารณะครั้งแรกจากบุคคลระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดย Sacks แนะนำว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะประกาศชัยชนะแล้วถอนตัวออกมา”
สำหรับเหตุผลในการหยุดทำสงคราม Sack อธิบายว่าเป็นมากกว่าแค่เรื่องของอุดมการณ์ เพราะในขณะนี้สงครามกำลังเป็นภัยคุกคามโดยตรงกับวงการเทคโนโลยีและระบบนิเวศคริปโตที่ซึ่งเขาถูกว่าจ้างมาเพื่อพัฒนา
การที่ Sacks ออกมาคัดค้านสงครามเรียกได้ว่าเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้สาเหตุที่ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนจากฝ่าย Make America Great Again (MAGA) เป็นผลมาจากนโยบายยุติสงครามในต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันทรัมป์กลับออกมากล่าวว่าสหรัฐฯ สามารถสู้กับอิหร่านได้ “ตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด” จนทำให้เริ่มเกิดความไม่พอใจ
เป้าหมายของอิหร่าน
ซ้ำร้ายมากไปกว่านี้สิ่งที่ Sacks ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเติบโตกลับกำลังตกเป็นเป้าของรัฐบาลอิหร่าน โดยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดเผยรายชื่อ อาคารศูนย์เทคโนโลยี 30 แห่งของสหรัฐฯ ได้ตกเป็น “เป้าหมายอันชอบธรรม” ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Google, Microsoft, Nvidia, IBM, Oracle หรือ Palantir
อาคารสำนักงานเหล่านี้ที่ตั้งอยู่ใน อิสราเอล, ดูไบ, อาบูดาบี หรือในแถบภูมิภาคอ่าว จะมีความเสี่ยงที่ถูกโจมตีซึ่งอิหร่านระบุชัดเจนเลยว่าเป็นการนำพาซึ่งความเปลี่ยนแปลงใน “สงคราม โครงสร้างพื้นฐาน” และพวกเขาก็ได้เริ่มโจมตีจริงไม่ใช่แค่ขู่
สำหรับตัวของตลาดคริปโตนั้น นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากโจมตีกันราคาก็ได้มีการแกว่งตัวผันผวนอย่างหนักจากร่วงลงไปต่ำกว่า $60,000 กลายมาเป็นฟื้นตัวเหนือ $73,000 เพราะคริปโตได้กลายมาเป็นตลาดแห่งเดียวที่ยังคงเปิดทำการอยู่ 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุด
ทำไมคริปโตถึงเกี่ยวข้อง?
จากคำอธิบายข้างตนหลายคนอาจสงสัยว่าส่วนใหญ่แล้ววงการที่ได้รับผลกระทบจะเป็น AI เสียมากกว่าแต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
Sacks ได้ออกมาเตือนว่ามี “คนกลุ่มหนึ่ง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกในพรรครีพับลิกันเอง ต้องการให้สถานการณ์บานปลายเพื่อที่จะได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการเล่นเกมชิงอำนาจภายใน
เมื่อเกิดความแตกแยกทางการเมืองภายใน ตลาดย่อมอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง และการที่พรรคการเมืองไม่มีความสามัคคีจะส่งผลทำให้การออกกฎหมายต่างๆ ของคริปโตซึ่ง Sacks เป็นผู้ผลักดันจะล่าช้าหรือถูกหยุดพัก ไม่ว่าจะเป็น GENIUS Act, กฎหมายโครงสร้างตลาด หรือการส่งเสริมให้ธนาคารมาใช้สินทรัพย์ดิจิทัล
หากสงครามเกิดยืดเยื้อจนทำให้กลุ่มพันธมิตร MAGA แตกแยก และเกิดสภาวะตลาดปิดรับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จะทำลายโครงสร้างทางกฎหมายที่เขาถูกจ้างมาเพื่อผลักดันให้สำเร็จ ดังนั้น การแสดงจุดยืนต่อต้านสงครามของผู้ดูแลนโยบายคริปโตจึงไม่ใช่เรื่องที่นอกเหนือจากหน้าที่ แต่มันคือการปกป้องหน้าที่ของเขาโดยตรง
ที่มา : Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การที่คนในระดับสูงของรัฐบาลเริ่มมีความเห็นขัดแย้งกับผู้นำแสดงให้เห็นว่าสงครามได้ใกล้เข้ามาถึงจุดอิ่มตัวที่ไม่มีคนอยากสนับสนุนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งถ้าจบลงได้โดยเร็วนอกจากจะช่วยลดความเสียหายแล้ว ยังจะช่วยทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวได้เช่นกัน
