สรุปข่าว
- Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกโรงวิจารณ์ร่างกฎหมาย Clarity Act ว่าจะทำให้ SEC มีอำนาจมากเกินไปและจัดสินทรัพย์คริปโทฯ ทุกตัวเป็นหลักทรัพย์โดยปริยาย
- แม้แต่ Bitcoin, Ethereum, Cardano และ XRP ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ตามกฎหมายนี้ นักพัฒนา DeFi จะไม่มีที่พึ่งและโปรเจกต์หน้าใหม่ๆ จะหนีออกนอกประเทศ
- Hoskinson ยังโจมตีรัฐบาลของ Donald Trump ว่าผิดสัญญาเรื่องคริปโทฯ และวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านอย่างรุนแรง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมาย Clarity Act ว่านี่คือหายนะของวงการคริปโทฯ เพราะเนื้อหาของมันไม่ต่างอะไรกับการเอาแนวทางปราบปรามคริปโทฯ ยุค Gary Gensler มาบังคับใช้ในรูปแบบของกฎหมาย นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการแก้ไขมาแล้วกว่า 137 รอบโดยไม่มีหน่วยงานสำคัญอย่าง NIST เข้ามาร่วมกระบวนการเลย ยิ่งตอกย้ำว่าทิศทางของทั้งหมดนี้ยังไม่ชัดเจน
Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกมาจัดหนักจัดเต็มกลางรายการ The Breakdown โดยชี้ว่า ร่างกฎหมาย Clarity Act ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในสภาตอนนี้คือ “หายนะครั้งใหญ่ที่สุด” ของวงการคริปโทฯ เพราะเนื้อแท้ของมันคือการเอาแนวทางปราบคริปโทฯ สุดโหดของ Gary Gensler มาชุบตัวบังคับใช้เป็นกฎหมาย
ประเด็นหลักที่ Hoskinson มองว่าเป็นปัญหาคือ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีแนวโน้มที่จะจัดประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็น “หลักทรัพย์” (Securities) โดยอัตโนมัติ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวมีความเข้มงวดมากจนแม้แต่คริปโทตัวหลักๆ อย่าง Bitcoin, Ethereum, Cardano และ XRP ก็อาจจะไม่สามารถผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนดของกฎหมายนี้ไปได้
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มขอบเขตอำนาจการกำกับดูแลให้กับ ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) อย่างมาก ในขณะที่หน่วยงานอย่าง CFTC ซึ่งมีแนวทางที่เปิดกว้างกับอุตสาหกรรมมากกว่า กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณที่จำกัดจนแทบจะไม่มีบทบาท สิ่งนี้อาจทำให้นักพัฒนา DeFi ขาดการคุ้มครองทางกฎหมาย และอาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้โปรเจกต์ใหม่ๆ ต้องตัดสินใจย้ายฐานการดำเนินงานออกนอกสหรัฐฯ
Charles Hoskinson มองว่ากระบวนการคลอดกฎหมายตัวนี้อยู่ในขั้นวิกฤต โดยตัวร่างกฎหมายถูกรื้อแก้มาแล้วถึง 137 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า David Sacks ที่เป็นแกนนำเรื่องนี้สอบตกเรื่องความเป็นผู้นำ ซ้ำร้ายหน่วยงานมาตรฐานระดับชาติอย่าง NIST ก็ไม่ได้ถูกเรียกมาปรึกษาสักคำ กฎหมายนี้ถูกเขียนขึ้นมาโดยปิดหูปิดตา ไม่คำนึงถึงมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้อเมริกามีสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนในวงการคริปโทฯ ทันที
ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ Charles Hoskinson ได้ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของรัฐบาล Trump โดยมองว่าจุดยืนในการเป็น “ประธานาธิบดีที่เป็นมิตรกับคริปโทฯ” ตามที่เคยหาเสียงไว้นั้น ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม และการเดินหน้าร่างกฎหมาย Clarity Act ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงการสานต่อนโยบายจากยุคของ Biden
นอกจากประเด็นด้านคริปโทฯ เขายังได้แสดงความกังวลต่อนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าเป็นการพยายามเปลี่ยนระบอบการปกครองที่มีต้นทุนสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน โดยเขาสรุปเอาไว้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว ประเทศที่จะได้รับผลประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งเหล่านี้ ไม่ใช่สหรัฐฯ แต่เป็นจีนกับรัสเซีย
มุมมองผู้เขียน: ตอนนี้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง Clarity Act เรียกได้ว่ายังเสียงแตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งนึงก็มองว่าเป็นผลดี แต่อีกฝั่งก็กังวลหนักอย่างที่ Charles Hoskinson ออกมาเตือน สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ลองเปิดใจตามอ่านเหตุผลของทั้งสองฝั่ง แล้วค่อยๆ เอามาชั่งน้ำหนักดูว่า ท้ายที่สุดแล้วกฎหมายฉบับนี้จะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อวงการคริปโทฯ มากกว่ากัน
ที่มา:bitcoinsistemi
